ปัญหาเมื่ออายุมากขึ้น ผิวก็จะมีความเสื่อมลง ไม่สามารถผลิตคอลลาเจนได้เท่าเดิมอีกต่อไป ส่งผลให้ผิวมีความหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอย ใบหน้าดูมีอายุ การทำ Hifu ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะคืนความอ่อนเยาว์ ช่วยให้ผิวกลับมาเต่งตึง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อีกทั้งยังช่วยปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม สำหรับใครที่ยังมีคำถามว่า Hifu คืออะไร ต่างจาก Ulthera และ Ultraformer III อย่างไร และการทำ Hifu เหมาะกับใครบ้าง บทความนี้ มีคำตอบ
ทำความรู้จัก Hifu คืออะไร? หัตถการยกกระชับยอดนิยม

Hifu ย่อมาจาก High Intensity Focus Ultrasound หลักการทำงานของเครื่องมือยกกระชับชนิดนี้ จะปล่อยพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง ลงไปในชั้นผิวหนัง SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อยกกระชับใบหน้า พลังงานที่ยิงลงไปจะเกิดเป็นจุดความร้อนเล็ก ๆ ระดับ 65 ถึง 70 องศาเซลเซียส ซึ่งที่อุณหภูมินี้เส้นใยคอลลาเจนจะเกิดการหดตัว ส่งผลให้ผิวไม่หย่อนคล้อย อีกทั้งช่วยกระชับรูขุมขน และลดเลือดริ้วรอยได้ดี
หัตถการ Hifu สามารถกำหนดบริเวณที่ต้องการทำได้หลากหลาย เช่น Hifu กรอบหน้า แก้ม เหนียง คอ ขา และยังสามารถทำ Hifu ใต้ตาได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากมีลักษณะเป็นคลื่นเสียง ไม่ใช่คลื่นแสงเหมือนเลเซอร์ จึงไม่เป็นอันตรายต่อสายตา ไม่ทำร้ายผิวหนังชั้นนอก
Hifu ช่วยเรื่องอะไรบ้าง? เตรียมบอกลาปัญหาผิวหย่อนคล้อย
ยิ่งอายุเยอะ ความเสื่อมของเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสตินในร่างกายจะมากขึ้น เมื่อรวมเข้ากับปัจจัยอื่น เช่น มลภาวะ พฤติกรรมการใช้ชีวิตอื่น ๆ ทำให้มีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อย ริ้วรอย ร่องใต้ตาหรือร่องแก้ม อีกทั้งผิวหน้ายังดูมีความแก่กว่าคนในวัยเดียวกัน การทำ Hifu ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กลับมามีความแน่นกระชับขึ้นได้ ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้หลากหลาย
Hifu ช่วยยกกระชับหน้าในจุดที่มีความห้อยย้อย เช่น แก้ม เหนียง ด้วยการเร่งสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้น พร้อมปรับเส้นใยให้มีความแข็งแรง หรือสำหรับคนที่มีปัญหาผิวคอแก่ ไม่กระชับ ขัดกับผิวหน้าที่ได้รับการดูแลอย่างดีก็สามารถใช้วิธีไฮฟู่ในการแก้ปัญหาได้
อีกทั้ง Hifu ยังช่วยแก้ปัญหาคางสองชั้น ปัญหาหนังตาตก ไปจนถึงเรื่องริ้วรอยตามจุดต่าง ๆ ทั่วใบหน้าให้มีความสวยงามอย่างเป็นอย่างธรรมชาติ สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที แต่จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนได้ในช่วง 1-3 เดือน โดยหลังเสร็จสิ้นการทำ Hifu แล้วไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถใช้งานใบหน้าต่อได้ทันที
นอกจากนี้ยังใช้การทำ Hifu ควบคู่กับการดูดไขมันหรือฉีดสลายไขมันเพื่อลดสัดส่วน เพิ่มความกระชับบริเวณหน้าท้อง เอว สะโพก ต้นแขน ต้นขา ได้อีกด้วย
ทำ Hifu บริเวณไหน ต้องใช้จำนวน shot เท่าไหร่จึงเห็นผล
หากต้องการทำ Hifu ให้เห็นผล สิ่งที่ควรคำนึงถึง คือ จำนวนช็อต/ไลน์ ที่ใช้เหมาะสมกับบริเวณที่ทำหรือไม่ โดยจำนวนช็อตที่ใช้ทำ Hifu ตามจุดต่าง ๆ โดยทั่วไป จะมีดังนี้
- แก้ม หรือ เหนียง ประมาณ 100 – 300 Lines
- กรอบหน้า (แก้มและเหนียง) ประมาณ 300 – 600 Lines
- ใต้ตา ประมาณ 100 – 200 Lines
- ใต้ตาและร่องแก้ม ประมาณ 300 Lines
- ทั่วใบหน้า ประมาณ 600 Lines
- ต้นแขน ประมาณ 400 – 600 Lines
- ต้นขา ประมาณ 600 – 800 Lines
ทั้งนี้ เพื่อความแม่นยำและประสิทธิภาพของการทำ Hifu สูงสุด ควรเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินผิวและปัญหาของแต่ละบุคคลเสียก่อน
เทคโนโลยีแบบ Hifu มีอยู่ในเครื่องมือแพทย์ตัวไหนบ้าง
- Hifu
ไฮฟู่ มีหลักการทำงานคือการยิงคลื่นอัตราซาวนด์พลังงานสูงลงไปในชั้นผิว เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน เพิ่มความกระชับให้ผิว สามารถนำไปเก็บกรอบหน้าให้ดูเรียวขึ้นได้ ช่วยลดเลือนริ้วรอย ที่สำคัญคือเจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้นเหมือนการผ่าตัดดึงหน้า
- Ulthera
อัลเทอร่า ทำงานโดยการยิงคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์พลังงานสูง MFU-V (Microfocus Ultherasound with Visualization) ลงไปที่ชั้นผิว SMAS ทำให้ผิวหดตัว ปัญหาเรื่องของความหย่อนคล้อยก็จะดูกระชับขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในผิว เพื่อให้ผิวแข็งแรงตั้งแต่ภายใน
- Ultraformer III
ถือเป็นเครื่อง Hifu ยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างได้รับความนิยม จะทำงานโดยการยิงคลื่นพลังงานระดับ Micro and Macro Focused Ultrasound (MMFU) ลงไปที่ผิวชั้น SMAS เกิดเป็นความร้อนจุดเล็ก ๆ ระดับ 65-70 องศาเซลเซียสได้อย่าแม่นยำขึ้น ผิวในจุดที่ยิงก็จะยกกระชับขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม
- Ulthera SPT
เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อมาจากการทำอัลเทอร่าปกติ โดยความแตกต่าง คือมีจอ แสดงภาพชั้นใต้ผิวหนัง ช่วยอำนวยความสะดวกให้แพทย์ในการกำหนดความลึกและระดับพลังงานที่เหมาะสมในการรักษาได้ ไม่ต้องยิงแบบกว้าง ๆ อีกต่อไป
เลือกทำเครื่อง Hifu ตัวไหนดี ให้ตอบโจทย์ความต้องการ
Hifu ยี่ห้อ Ultraformer III จะมีประสิทธิภาพเหนือกว่า Hifu ยี่ห้อทั่วไป เหมาะกับคนที่ต้องการลดเลือนริ้วรอยตามจุดต่าง ๆ พร้อมยกกระชับให้ผิวดูเต่งตึง แต่ไม่ต้องการผ่าตัดดึงหน้า ฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ โดยระหว่างทำจะรู้สึกปวดบ้าง แต่ไม่เจ็บเท่าการทำ Ulthera และมีราคาไม่แพงนัก หลังทำ Ultraformer III จะเห็นผลทันทีประมาณ 10 – 20% เห็นผลเต็มที่ใน 1 – 2 เดือน
ส่วนการทำ Ulthera จะให้ผลลัพธ์ยาวนานกว่า 2 เท่า จากการให้พลังงานที่สูงกว่า แต่ก็เจ็บและแพงมากกว่าเช่นกัน
สรุป Hifu ทางออกของคนผิวเหี่ยว ขาดความกระชับ
Hifu เป็นหัตถการเพื่อการยกกระชับอย่างเห็นผล โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องจิ้มเข็ม เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอย ไม่ว่าจะเป็นตีนกา ร่องแก้ม ร่องใต้ตา และมีความห้อยย้อยที่ดูไม่สวยงาม เช่น แก้ม คางสองชั้น หน้าท้อง เป็นต้น หลังทำ Hifu สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันที 10 – 20% ไม่ต้องพักฟื้น ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6 เดือน