บิ๊ก TCEB ตั้งเป้าปี’68 ดันไทยฮับ “เวิลด์ เฟสติวัล” เปิดแผน 4 ภาคจัดกระหึ่ม 9งานเทศกาลนานาชาติ นำเอกชนบุกตลาดโลก 5 เทรดโชว์ 8 โร้ดโชว์ทั่วเอเชียแปซิฟิก 8 ประเทศหลัก

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่าตามแผนปีงบประมาณ 2568 พร้อมร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศนำประเทศไทยขึ้นเป็นศูนย์กลางจัดงาน “เวิลด์ เฟสติวัล” ขณะนี้ทีเส็บทั้ง 4 ภาควางกลยุทธ์จัดกิจกรรมต่อเนื่อง ควบคู่กับการนำธุรกิจไมซ์ของไทยไปทำโร้ดโชว์ เทรดโชว์ ตลาดต่างประเทศ โดยจะชูโรงเดินหน้าสร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 2 แสนล้านบาท ด้วย3 แผนงาน ดังนี้
แผนงานที่ 1 ยกระดับไทยเป็นเมืองจัดงานเทศกาลหรือ World Festival โดยต่อยอดกิจกรรมเก่าและสร้างใหม่ครบทั้ง 4 ภาค ประกอบด้วย
“ภาคเหนือ” งานเทศกาลยี่เป็ง เตรียมจัดยิ่งใหญ่พฤศจิกายน นี้ที่เชียงใหม่ นำเสนอความหลากหลายโดยเฉพาะการประกวดต่าง ๆ การแสดง แสง สี เสียง สื่อผสม แสดงพลุเฉลิมพระเกียรติ วัฒนธรรม
“ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” มีไฮไลต์ 3 งาน คาดสร้างรายได้รวม 1,200 ล้านบาท ได้แก่ งานที่ 1 Khon Kean International Silk ทีเส็บภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับทุกภาคส่วนบูรณาการจัดสู่เมืองผ้าไหมด้วยกิจกรรม ขอนแก่น อินเตอร์เนชั่นแนลซิลค์ โปรโมตผ้าไหมและผ้าทอมือระดับนานาชาติ คาดสร้างรายได้กว่า 500 ล้านบาท
งานที่ 2 ปลาร้าหมอลำ –ISAN to the World จะจัด 26-29 ธันวาคม 2567 สร้างเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ปลุกพลังซอฟท์ พาวเวอร์ อาหารอีสาน และหมอลำ ดึงคนสู่บ้านเกิด พร้อมกับงานประชุมวิชาการอาหาร งานแสดงสินค้า งานเทศการดนตรีหมอลำ คาดมีผู้เข้าร่วม 10,000 คน สร้างรายได้กว่า 500 ล้านบาท
งานที่ 3 เทศกาลครามโลก ทีเส็บร่วมกับหอการค้าสกลนคร รัฐและเอกชน บูรณาการจัด “ESAN Handicrafts Estate Innovation for Sustainable Future” ระหว่าง 27 – 30 ธันวาคม 2567 คาดสร้างรายได้กว่า 200 ล้านบาท

“ภาคกลางและตะวันออก” จัด 5 งานใหญ่ ได้แก่ งานที่ 1 เทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 29-30 พฤศจิกายน 2567 คาดจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 400,000 ราย ล่าสุดเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยารางวัลระดับโลก Best Emergency Preparedness & RiskManagement Plan จากสมาคม International Festivals and Events Association : IFEA
งานที่ 2 เทศกาลท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืนวันที่ 15-25 ธันวาคม 2567 ใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรม ด้านประวัติศาสตร์ สังคม วิถีชีวิตไทย นำเสนอผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ยามค่ำคืน
งานที่ 3 Wonder Of Well-Living City 2025 – ASEAN Urban Expo 2025 (ASA WOW
2025) 11-19 มกราคม 2568 ชูแนวคิด “เมืองดีคนมีพลัง : Healthy City, Empowers People”
งานที่ 4 เทศกาลนานาชาติปราการเฟสติวัล เดือนมีนาคม 2568 จัดนิทรรศการมีชีวิตเสมือนจริงที่ห้องนิทรรศการหอชมเมือง และพื้นที่โดยรอบ
งานที่ 5 เทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง PHETCHABURI HARMONY PUPPET FESTIVAL
2025 – Date TBC ส่งเสริมภาพลักษณ์และสร้างชื่อเสียงจากจุดขายมรดกทางวัฒนธรรมของเมือง
“ภาคใต้” ไฮไลต์งานประเพณีถือศีลกินผัก หรือเจี๊ยะฉ่าย จัดในวันขึ้น 1 – 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีนของทุกปี ที่ภูเก็ต ล่าสุดคว้ารางวัลเทศกาลโลก World Festival and Event City ประจำปี 2567 ส่วนประเพณีถือศีลกินผักคว้า Grand Pinnacle Award เป็นรางวัลสูงสุดของสมาคม IFEA
แผนงานที่ 2 ทีเส็บวางแผนนำเอกชนไมซ์ไทยไปร่วมเทรดโชว์โลก 5 รายการ ได้แก่ งาน IBTM World บาร์เซโลนา สเปน 19-21 พฤศจิกายน 2567 จากนั้นปี 2568 จะไป 4 งาน ได้แก่ งาน AIME เมลเบิร์น ออสเตรเลีย 10-12 กุมภาพันธ์ 2568 งาน Meeting Show APAC สิงคโปร์ 16-17 เมษายน งาน IMEX Frankfurt แฟรงเฟิร์ต เยอรมัน 20-22 พฤษภาคม และ IMEX ลาสเวกัส อเมริกา 7-9 ตุลาคม 2568

พร้อมทำโร้ดโชว์ในเอเชียและแปซิฟิกเริ่มปลายปี 2567 -ปี 2568 กว่า 8 ประเทศ ได้แก่
“เวียดนาม” ไปโฮจิมินห์ มีนาคม 2568 ไตรมาส 1-3 ปี 2567 ไมซ์เวียดนามมาไทยติดอันดับ 6 ส่วนกลุ่มเดินทางประชุมและเพื่อเป็นรางวัลหรือ MI ติดอันดับ 8 ได้แรงหนุน 4 ปัจจัย คือ 1.เศรษฐกิจฟื้นตัวรวดเร็วเติบโตเชิงบวก สามารถดึงต่างประเทศเข้าไปลงทุนได้มูลค่ามาก 2.การส่งออกและท่องเที่ยวดีขึ้น 3.อยู่ในกลุ่มประเทศ CLMV นิยมจัดงานประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลในไทย
“สาธารณรัฐประชาชนจีน” 2 เมือง คือ ปักกิ่ง และเซินเจิ้น เดือนมีนาคม 2568 เป็นฐานที่ตั้งของบริษัทเอเย่นต์ไมซ์สำคัญกลุ่ม Tier 1 เพราะมีกลุ่มประชุมและอินเซ็นทีฟ(MI) มาไทยมากอันดับ 1 เป็นกลุ่มขนาดใหญ่ทั้งธุรกิจขายตรง เสริมความงาม ประกันภัย ยาและการแพทย์ ปิโตรเคมี อิเล็กทรอนิกส์ (วิดีโอเกมส์) เทคโนโลยีสื่อสาร โทรคมนาคม
“อินเดีย” เลือกโร้ดโชว์พื้นที่ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ 4 เมือง ได้แก่ “เบงกาลูรูกับเจนไน” อยู่ใน Tier 1 จะไปเดือนมีนาคม 2568 “เมืองไฮเดอราบัดกับอาเมดาบัด” Tier 2 ในเดือนพฤษภาคม สถิติไตรมาส 1-3 ปี 2567 มีไมซ์อินเดียมาไทยอันดับ 2 รวมทั้งสิ้น 181,415 ราย เป็นกลุ่มประชุมองค์กรและเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (MI) 140,557 ราย หรือ 77.48% ตลาดเติบโตอย่างรวดเร็วจากอุตสาหกรรม ยานยนต์ เภสัชกรรมพลังงานทดแทน เทคโนโลยีทางการเงิน/ฟินเทค เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การดูแลสุขภาพ
“ฮ่องกง” เป็นเกาะศูนย์กลางทางธุรกิจและการเงินสำคัญในเอเชียแปซิฟิก มีบริษัทข้ามชาติและองค์กรขนาดใหญ่เป็นตลาดไมซ์หลักของไทยนิยมมาจัดประชุมสัมมนา แสดงสินค้า ตลาดหลักนักเดินทางกลุ่ม MI การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ จากกลุ่มธุรกิจลงทุน อสังหาริมทรัพย์ การเงิน ประกันภัย
“เกาหลี” จะไปกรุงโซล เดือนเมษายน 2568 มีไมซ์มาไทยติด 1 ใน 10 ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 สิถติไตรมาส 1-3 ปี ติดอันดับ 4 โดยมีกลุ่มประชุมและเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (MI) มาไทยมากสุด กลุ่มธุรกิจขายตรง ธุรกิจยานยนต์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และธุรกิจบันเทิง
“ไต้หวัน” จะไปไทเป เดือนกุมภาพันธ์ 2568 กลุ่มธุรกิจหลักมาไทยจำนวนมาก ได้แก่ กลุ่มขายตรงระดับแบรนด์อินเตอร์และท้องถิ่น ประกันภัย ธนาคาร และกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ เช่น การผลิตและส่งออก ธุรกิจระบบสารสนเทศและการสื่อสาร
“สิงคโปร์และมาเลเซีย”จะไปสิงคโปร์และกัวลาลัมเปอร์ เดือนพฤษภาคม 2567 เป็นตลาดระยะใกล้มีลูกค้า MI เดินทางซ้ำ ๆ เข้ามาจัดงานเป็นจำนวนมากปีละเกินกว่า 1 ครั้ง
“ออสเตรเลีย” จะไปเมลเบิร์น ซิดนีย์ เดือนกุมภาพันธ์ 2568 รุกตลาดประชุมและเดินทางเพื่อเป็นรางวัลปี 2568–2569 ออสเตรเลียเริ่มมีไมซ์กลุ่มขนาดใหญ่ขึ้น ครั้งละ 1,500 – 2,500 ราย/กรุ๊ป

แผนงานที่ 3 ต่อยอดความสำเร็จงาน IT&CMA 2024 ปีนี้มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วม 39 องค์กร สร้างความสำเร็จ 3 ส่วน ได้แก่
ส่วนที่ 1 ธุรกิจเลือกไทยเป็นสถานที่จัดงานในอนาคต (Leads) 94 งาน จะมีนักเดินทางทั้งสิ้น 14,414 ราย แบ่งเป็น 1.ประชุมและอินเซ็นทีฟ (MI) 81 งาน นักเดินทาง 8,889 ราย 2.งานคอนเว็นชั่น 13 งาน จำนวนนักเดินทาง 5,525 ราย คาดสร้างรายได้ 951 ล้านบาท
ส่วนที่ 2 พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยและบุคลากรเข้าสู่ธุรกิจ เข้าร่วมประชุมสัมมนากับองค์กรระดับสากล
ส่วนที่ 3 ได้นำเสนอสินค้าและบริการใหม่ ๆ นำไทยเป็นจุดหมายการจัดประชุมและนิทรรศการ ผ่านแบรนด์และจัดพรีทัวร์
ปี 2568 ทีเส็บพร้อมจะนำอุตสาหกรรมไมซ์เป็นกลไกสร้างความสำเร็จให้ไทยเป็นศูนย์กลางจัดเวิลด์ เฟสติวัล นำรายได้ทางตรงกว่า 2 แสนล้านบาท กระจายสู่ทั่วประเทศสร้างเศรษฐกิจไทยมั่งคั่งยั่งยืน
เรื่องโดย #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza