ร่องใต้ตาลึก ใต้ตาดำ มีถุงใต้ตา ริ้วรอยใต้ตา ตาโหล เป็นปัญหาใต้ตาที่ทำเอาหลายคนหมดความมั่นใจจากปัญหาใต้าตาที่ทำให้ใบหน้าดูแก่ก่อนวัย ดูโทรม และดูเหมือนคนป่วย แต่ในปัจจุบันเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาได้กลายมาเป็นวิธีที่ช่วยให้ใต้ตากลับมาดูสดใส ใบหน้าดูอ่อนวัย สำหรับหลายคนที่สนใจและกำลังเตรียมข้อมูลเพื่อเตรียมความพร้อมกันอยู่ วันนี้เราได้รวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับบริการนี้ว่าฉีดแล้วช่วยเรื่องอะไรบ้าง การฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี พร้อมข้อมูลเปรียบเทียบว่าฉีดเติมฟิลเลอร์ใต้ตากับฉีดไขมันใต้ตามีความแตกต่างกันอย่างไร เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น

ฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร ทำความรู้จักก่อนฉีด

ฟิลเลอร์ใต้ตา คือ เทคนิคการฉีดสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid หรือเรียกสั้น ๆ ว่า HA เพื่อแก้ไขปัญหาใต้ตา อาทิ ฉีดใต้ตาดำ แก้ไขขอบตาดำหมองคล้ำ, แก้ไขร่องลึกใต้ตาให้ตื้นขึ้น, ฉีดถุงใต้ตา ปรับผิวให้เรียบเนียนดูอ่อนวัย และเติมใต้ตาบริเวณที่มีริ้วรอยให้ตื้นขึ้น หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วจะช่วยให้ดวงตาดูสดใสและทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัยอย่างเห็นได้ชัด โดยใช้การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 1 cc ถึง 3 cc ต่อข้าง (ขึ้นอยู่กับปัญหาใต้ตาของแต่ละคน)

เช็กสาเหตุ! ใต้ตาคล้ำเกิดจากอะไร

ใต้ตาดำเกิดจากอะไร

ปัญหาใต้ตาดำเกิดจากเลือดไหลเวียนไม่สะดวก ทำให้หลอดเลือดดำมีการขยายตัว รวมถึงจากเม็ดสีเมลานินที่ผลิตมากผิดปกติ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาหรือฉีดใต้ตาคล้ำเราควรรู้ก่อนว่าใต้ตาดำที่มีอยู่เกิดจากอะไร เพื่อการแก้ไขอย่างตรงจุดที่ต้องทำควบคู่กันไปกับการฉีดใต้ตาซึ่งจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ

  • กรรมพันธุ์ จากลักษณะโครงสร้างเบ้าตาลึก ซึ่งทำให้เห็นเป็นรอยดำใต้ตาได้ มีปัญหาร่องใต้ตาลึกและมีถุงใต้ตาตามมาด้วย
  • พฤติกรรมบางอย่าง เช่น พักผ่อนน้อย ขยี้ตาบ่อย ๆ การสูบบุหรี่ รวมถึงความเครียด ทำให้ร่างกายผลิตเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้นและหลอดเลือดดำขยายตัว
  • โรคภูมิแพ้ เมื่อการไหลเวียนเลือดไม่ดี มีการอักเสบในโพรงจมูก ส่งผลต่อหลอดเลือดดำที่มีเลือดคั่งบริเวณผิวใต้ตา
  • อายุที่มากขึ้น ผิวใต้ตาบางลงจนเห็นเส้นเลือดดำได้ชัดเจน และมีปัญหาร่องลึกใต้ตาร่วมด้วย ซึ่งเกิดจากกระดูกใต้ตาและไขมันใต้ตายุบตัว
  • ผิวขาดน้ำ ร่างกายมีการซ่อมแซมผิวได้ไม่ดีพอ ทำให้ผิวใต้ตาเสื่อมโทรมและมีรอยคล้ำ
  • โดนแสงแดดเป็นประจำ รังสียูวีที่อยู่ในแสงแดดเป็นตัวการทำร้ายผิวและมีการผลิตเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติ

ฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะกับใครบ้าง

  • ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาดำ ขอบตาคล้ำ ทำให้ใบหน้าดูโทรมเหมือนคนป่วย หลังฉีดใต้ตาดำคล้ำจะช่วยปรับให้ผิวกระจ่างใสขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยใต้ตา รอยพับใต้ตา ใต้ตาเหี่ยวย่น ทำให้ใบหน้าดูมีอายุ
  • ผู้ที่มีถุงใต้ตาที่เกิดจากอายุที่มากขึ้นส่งผลให้กระดูกใต้ตาทรุดและชั้นไขมันฝ่อตัว ต้องการฉีดถุงใต้ตาแบบไม่ต้องผ่าตัด
  • ผู้ที่มีปัญหาร่องใต้ตาลึก มีร่องน้ำตา ทำให้ใบหน้าดูแก่ก่อนวัย ดูโทรม

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ผลข้างเคียงหรืออาการที่เกิดขึ้นหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นเรื่องปกติที่พบได้ ซึ่งเป็นกลุ่มอาการเล็กน้อยและจะค่อย ๆ บรรเทาลงจนหายได้เองในไม่กี่วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

  • ผิวบวม หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมเนื่องจากฟิลเลอร์ยังไม่เข้าที่ ซึ่งช่วงเวลาที่ฟิลเลอร์เข้าที่ดีแล้วจะอยู่ที่ 2 สัปดาห์
  • มีรอยแดง ที่เกิดจากรอยเข็มขนาดเล็กที่ฉีดผ่านผิวหนัง
  • อาการคัน บริเวณผิวที่ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ซึ่งเป็นอาการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  • ผิวมีความไวต่อการสัมผัส เกิดอาการระคายเคืองได้เมื่อสัมผัสโดนผิว

ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาต้องทำหัตถการโดยแพทย์เท่านั้น เพราะหากฉีดใต้ตากับคนที่ไม่ใช่แพทย์หรือแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์อาจทำให้หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะมีอาการบวมเป็นก้อน หรือในรายที่ฉีดด้วยสารแปลกปลอมอาจทำให้เสี่ยงต่อการอุดตัน เนื้อตาย และอาจรุนแรงถึงขั้นตาบอดได้

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ข้อปฏิบัติหลังฉีดfillerใต้ตา

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้ว สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่ไว ป้องกันฟิลเลอร์สลายตัวไว ช่วยให้อาการข้างเคียงต่าง ๆ หายได้เร็ว และคงผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพได้ยาวนาน นั่นก็คือการดูแลตัวเองด้วยข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาและข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ดังนี้

  • ดื่มน้ำเยอะ ๆ ประมาณวันละ 2 – 3 ลิตร เพื่อช่วยให้สารเติมเต็มอุ้มน้ำได้ดีขึ้น ส่งเสริมผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแรง ๆ การแกะเกา ขยี้ตา และการนวดคลึงบริเวณผิวที่มีการฉีดใต้ตาจนกว่าฟิลเลอร์จะเข้าที่ใน 2 สัปดาห์
  • ในช่วง 1 – 3 วันแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอาจทำให้ผิวแดงและบวมได้เล็กน้อย ซึ่งจะค่อย ๆ หายได้เอง หรือสามารถใช้การประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการได้
  • งดทำกิจกรรม เล่นกีฬา และอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อน อุณหภูมิสูง เช่น การเข้าซาวน่า การนั่งหน้าเตาปิ้งย่าง หรือการตากแดดจัดเป็นเวลานาน เป็นต้น
  • งดการทำเลเซอร์บนใบหน้าเป็นเวลาประมาณ 4 สัปดาห์
  • งดดื่มแอลกอฮอล์รวมถึงการสูบบุหรี่ 1 วันหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  • งดรับประทานอาหารไม่สุก กึ่งสุกกึ่งดิบ อาหารหมักดอง เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อที่อาจปนเปื้อนมากับอาหารเหล่านี้

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา VS ฉีดไขมันใต้ตา ต่างกันอย่างไร อันไหนดีกว่ากัน

ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นเทคนิคการฉีดใต้ตาโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ด้วยการใช้สารเติมเต็มชนิดกรดไฮยาลูรอนิก แอซิด ที่ถูกสังเคราะห์เลียนแบบกรดที่มีอยู่ในร่างกายเรา ช่วยแก้ไขปัญหาใต้ตาได้อย่างครอบคลุมทุกสาเหตุ หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเห็นผลลัพธ์ได้ทันที และยังเป็นการรักษาที่ไม่ยุ่งยาก มีความยืดหยุ่น หากยังไม่พอใจในผลลัพธ์สามารถฉีดเติมใต้ตาหรือใช้วิธีแก้ไขฟิลเลอร์ได้

ฉีดไขมันใต้ตาเป็นเทคนิคที่ใช้ไขมันของตัวคนไข้เองมาฉีดเติมเต็มใต้ตา เริ่มด้วยการดูดไขมันส่วนเกินบริเวณต่าง ๆ ในร่างกาย จากนั้นนำมาผ่านกระบวนการปั่นคัดแยกเซลล์ไขมันบริสุทธิ์ แล้วนำมาฉีดเติมใต้ตา แต่เทคนิคนี้มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ใช้เวลานาน และต้องกลับมาฉีดซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง เพราะร่างกายมีการดึงนำไขมันมาใช้ รวมถึงบางรายอาจพบปัญหาผิวใต้ตาไม่เรียบ และวิธีนี้ยังไม่สามารถแก้ปัญหาใต้ตาที่เกิดจากการทรุดตัวของกระดูกได้

แนะนำยี่ห้อฟิลเลอร์ใต้ตายอดนิยม

อยากฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกยี่ห้อไหนดี เราได้คัด 5 ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อที่ได้รับความนิยมในบ้านเรา ด้วยประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาใต้ตาได้อย่างลงตัว โดยคนไข้สามารถร่วมพูดคุยและขอรับคำแนะนำจากแพทย์ว่าเราควรจะเลือกใช้ยี่ห้อไหนรุ่นไหน เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะปัญหาใต้ตาและตรงตามงบประมาณของคนไข้ที่ตั้งเอาไว้

Restylane

ฟิลเลอร์ใต้ตา Restylane ซึ่งมีรุ่นที่เหมาะกับการนำมาฉีดใต้ตา คือ ฟิลเลอร์ Restylane ใต้ตารุ่น Classic แก้ริ้วรอยใต้ตา ให้ผลลัพธ์ 8 – 12 เดือน, รุ่น Defyne ฉีดแก้ไขร่องใต้ตาลึกจากกระดูกใต้ตายุบ ให้ผลลัพธ์ 12 – 18 เดือน, รุ่น Vital เติมเต็มริ้วรอยเล็ก ๆ ให้ผลลัพธ์ 8 – 12 เดือน และรุ่น Vital Light ใช้สำหรับฉีดใต้ตาคล้ำและเก็บริ้วรอยใต้ตา ให้ผลลัพธ์ 6 – 8 เดือน

Juvederm

รุ่นแรกที่แนะนำสำหรับฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อ Juvederm คือ รุ่น Volbella เติมเต็มฉีดใต้ตาชั้นลึกให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ หลังฉีดอยู่ได้นาน 12 – 15 เดือน, รุ่น Volite ฉีดเติมริ้วรอยใต้ตา ให้ผลลัพธ์นาน 6 – 8 เดือน, รุ่น Voluma ฉีดใต้ตาแก้ไขปัญหาจากกระดูกทรุดตัว และรุ่น Volift ฉีดแก้ไขร่องลึกใต้ตาและริ้วรอยใต้ตาให้ตื้นขึ้น ให้ผลลัพธ์นานถึง 12 เดือน

Teoxane

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อที่แนะนำต่อมา คือ Teoxane ซึ่งมีรุ่นฟิลเลอร์ที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อการฉีดแก้ไขปัญหารอบดวงตาโดยเฉพาะ ให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพดี นั่นก็คือ รุ่น Redensity 2 ช่วยลดเลือนริ้วรอย ฉีดใต้ตาดำให้กลับมากระจ่างใส หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้นาน 12 เดือน

Belotero

Belotero ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อส่งตรงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งแต่ละรุ่นออกแบบมาเพื่อการแก้ไขปัญหาได้อย่างครอบคลุมตรงจุด มีรุ่นที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือ รุ่น Soft ฉีดเติมฟิลเลอร์ใต้ตาแก้ไขริ้วรอยใต้ตาเส้นเล็ก ๆ หลังฉีดอยู่ได้นาน 6 – 12 เดือน และรุ่น Volume เนื้อเจลคงตัวสูง เน้นฉีดใต้ตาเพื่อเสริมชั้นกระดูกที่ทรุดตัว ให้ผลลัพธ์นาน 18 เดือน

Revolax

Revolax เป็นฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อที่ได้รับความนิยมจากเหล่าดาราเซเลบคนดังในประเทศอังกฤษเป็นอย่างมาก สำหรับรุ่นที่นำมาใช้ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือ รุ่น Fine with Lidocaine ที่มาพร้อมยาชาในตัว เนื้อเจลละเอียดบางเบา ช่วยแก้ริ้วรอยใต้ตา หลังฉีดใต้ตาอยู่ได้นานประมาณ 12 – 18 เดือน

เลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและคุ้มค่า

ถึงแม้ว่าการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะช่วยแก้ไขปัญหาใต้ตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในเรื่องการฉีดใต้ตาดำ ปรับผิวให้กระจ่างใส, ฉีดถุงใต้ตา, แก้ปัญหาร่องลึกใต้ตา รวมถึงเติมเต็มริ้วรอยใต้ตาให้ตื้นขึ้น เห็นผลลัพธ์ได้เลยแบบไม่ต้องรอนาน แต่ทั้งนี้ ควรเลือกฉีดใต้ตากับแพทย์เท่านั้น และทำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีการใช้ฟิลเลอร์ของแท้ จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีและคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

สำหรับใครที่สนใจสามารถพูดคุยปรึกษาและรับการตรวจวิเคราะห์เพื่อวางแผนการรักษาเบื้องต้นกับแพทย์ Doctor Mek Clinic ได้ที่ LINE : @doctormekclinic เรายินดีให้บริการอย่างใกล้ชิดทุกเคส ด้วยฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อดังที่มีประสิทธิภาพ ผสานเทคนิค Triple Layer Lift ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาใต้ตาตั้งแต่ชั้นกระดูก ชั้นไขมัน และชั้นผิวหนัง ให้ผลลัพธ์ที่สวยแลดูเป็นธรรมชาติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน