วันที่ 1 มี.ค. น.ส.รศิกาญจน์ ฉัตรอัคราศิลป์ นักธุรกิจสาว เจ้าของกิจการร้านสปา ดูบัวนวดเพื่อสุขภาพ เผยว่า จากทิศทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น เชื่อว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ยังคงมีความหวัง มีอนาคตสดใส เป็นรายได้หลักของประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน และนอกจากนักท่องเที่ยวแล้ว ยังมีกลุ่มคนไทย ที่อินกับเทรนด์รักสุขภาพ ทำให้ธุรกิจเพื่อสุขภาพ (Wellness) มีกระแสดีขึ้น
น.ส.รศิกาญจน์ กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้จึงเชื่อว่า กิจการสปา ยังเป็นธุรกิจที่ไปได้ ตนจึงใช้ความรู้ความสามารถที่จบการศึกษาด้านการโรงแรม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และที่สำคัญมีใจรักในอาชีพด้านการบริการ ก่อนต่อยอดหลักสูตรSpa Manager รุ่นที่ 4 จำนวน 100 ชั่วโมง จากสถาบันจัดการปัญญาภิวัฒน์ และอีกหลายหลักสูตร จนมั่นใจในคุณภาพ จึงเปิดกิจการร้านนวดสปา โดยใช้ชื่อว่า ดูบัวนวดเพื่อสุขภาพ และหลังจากเปิดบริการได้เพียง 4 เดือน พบว่าผลตอบรับดีเกินคาด ธุรกิจนวดแผนไทย นวดแบบสวีดิชและอินเดีย ยังได้รับความสนใจจากลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะทำเลร้าน ที่ถนนพุทธมณฑลสาย 3 รองรับลูกค้าหมู่บ้านขนาดใหญ่ และขาจรที่มาใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย

น.ส.รศิกาญจน์ กล่าวว่า ร้านของเราให้ความสำคัญเรื่องอุปกรณ์ทุกชิ้นที่ต้องสะอาด มีคุณภาพ พื้นที่จัดสรรเหมาะสม มีการแยกห้องน้ำชาย-หญิง เพื่อความสบายใจของลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยเฉพาะกลุ่มสูงวัย นอกจากนี้ยังเน้นเรื่องคุณภาพของการให้บริการ พนักงานทุกคนต้องมีใบอนุญาต สพส.14 และ ใบประกาศนียบัตรนวดไทย 150 ชั่วโมง

ทั้งนี้การนวดสำหรับท่านสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี ที่อยู่ในวัยกลางคน เพราะมีส่วนช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิตให้ดีขึ้นและช่วยให้ผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังมีเทรนด์สุขภาพสำหรับการนวดในเด็ก ซึ่งมีงานวิจัยในญี่ปุ่นพบว่า การนวดช่วยเรื่องการเจริญอาหาร การย่อยอาหาร และช่วยเพิ่มความสูงในเด็กเล็กๆ ได้อีกด้วย

ร้านดูบัว นวดเพื่อสุขภาพ ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ 1 ครอบครัว 1 พลังสร้างสรรค์ (One Family One Soft Power) ซึ่งจัดโดยกระทรวงวัฒนธรรมและสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เพื่อชิงทุนพัฒนาผลงานมูลค่ารวม 300,000 บาท อีกด้วย

นอกจากเรื่องของร้านและบริการแล้ว ยังมีกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ โดยก่อนหน้านี้่ ร่วมเป็นจิตอาสา กับน้องๆ นักเรียน นักศึกษา ในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยช่วยเหลืองานของมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม มีหน้าที่ให้บริการน้ำดื่ม ตลอดจนให้คำแนะนำ ชวนน้องๆ เล่นเกมส์ สร้างความสนุนสนานและเป็นสีสันให้กับงานได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมร่วมกับน้องๆ ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลสัมปทวน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ด้วยการบริจาคของเล่นและเลี้ยงไอศครีมให้กับน้องๆ สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับน้องๆ หนูๆ ตัวน้อยเป็นอย่างมาก

ล่าสุดได้เลี้ยงวันเกิดล่วงหน้าให้กับตัวเอง ที่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลสัมปทวน พร้อมนำของเล่นไปบริจาคเพิ่มเติม รวมถึงเลี้ยงไก่ทอดเคเอฟซี และไอศครีม ให้กับน้องๆ และคณะครูรวมถึงเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งนี้ และยังได้นำเค้กที่เป็นรูปสัญลักษณ์ของร้านดูบัวไปแบ่งปันให้กับเด็กๆ ทำให้น้องๆ ได้อิ่ม อร่อย และมีความสุขในคราวเดียวกัน

ที่สำคัญคือถ่ายทอดเรื่องการออมให้กับน้องๆ เยาวชน ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ที่พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย ทรงปลูกฝังให้ราษฎรรู้จักการออมไว้ใช้และเพื่อการลงทุนในภายหน้า ซึ่งตนมีความเชื่อมั่นว่าการออมเป็นสิ่งสำคัญและเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเยาวชนในยุคปัจจุบัน และในโอกาสนี้ขอขอบคุณ คุณครูกานดา ประสพสุข (ครูเจี๊ยบ) ครูชำนาญการ ประจำศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลสัมปทวน ที่ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

“สำหรับท่านใดที่สนใจดูแลสุขภาพและผ่อนคลาย สามารถมาใช้บริการร้านดูบัว นวดเพื่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการนวดไทย นวดเท้า นวดน้ำมัน ซึ่งเป็นร้านสปาน้องใหม่ ตั้งอยู่บนถนนพุทธมณฑลสาย 3 เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร ได้นะคะ มีโปรโมชั่นที่น่าสนใจมากมาย และท่านสามารถติดตามข่าวสารได้ที่ Page Facebook : ดูบัว นวดเพื่อสุขภาพ หรือติดต่อสำรองคิวได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 064-9825462” น.ส.รศิกาญจน์ กล่าวปิดท้าย