ในปัจจุบัน มีหลายปัจจัยที่จะส่งผลให้องค์กรประสบความสำเร็จ โดยวัฒนธรรมองค์กรถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากมีความเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการทำงาน ชีวิตความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตของพนักงาน

ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้มีโปรแกรม HR มากมายที่ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ผ่านการนำฟังก์ชันในรูปแบบของ Employee Self-Service มาใช้ ที่พนักงานจะมีอิสระในการจัดการข้อมูลของตัวเอง เพิ่มความโปร่งใสในการทำงาน และให้ความเชื่อมั่นในตัวพนักงาน ยังมีเรื่องของ Employee Engagement ที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ให้หัวหน้างานสามารถชื่นชมพนักงานได้ และพนักงานแต่ละคนสามารถยกย่องและชื่นชมกันเองได้ รวมไปถึงการที่บริษัทจะมีส่วนร่วมในการฉลองโมเมนต์เล็ก ๆ มอบการ์ดความสำเร็จ และมอบความเชื่อมั่นในตัวพนักงานอีกด้วย

วัฒนธรรมองค์กรที่ดีจะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้พนักงานเกิดความรักและผูกพันกับองค์กร พร้อมทุ่มเทความสามารถเพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ บทความนี้เราจะมาเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กรอย่างลึกซึ้ง พร้อมทั้งเคล็ดลับและแนวทางในการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรให้ดียิ่งขึ้น

รู้จัก วัฒนธรรมองค์กร ตัวกำหนดความสุขในการทำงาน

วัฒนธรรมองค์กร คือ บุคลิกลักษณะขององค์กรแต่ละที่ สไตล์การทำงาน ความเป็นมืออาชีพ ธรรมเนียมปฏิบัติ และบรรยากาศภาพรวมขององค์กรทั้งหมด วัฒนธรรมองค์กรยังเป็นเรื่องของความเชื่อ คุณค่าที่ยึดถือ ทัศนคติของคนในองค์กร และแนวทางปฏิบัติขององค์กรเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งอาไว้ ซึ่งวัฒนธรรมองค์กรจะดีหรือไม่ดีนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ทั้งในเรื่องของโครงสร้างองค์กร การสื่อสาร และกระบวนการการทำงาน

วัฒนธรรมองค์กรนั้น ถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการทำงาน เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ ประสบการณ์การทำงาน อันจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ ชื่อเสียงขององค์กรอีกด้วย บริษัทที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดีนั้น จะทำให้พนักงานกระตือรือร้น อยากมีส่วนร่วมในการทำงาน มีความมุ่งมั่น ผูกพัน และส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีได้

ในหลาย ๆ ครั้ง คนมักจะเข้าใจผิดว่า บริษัทที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี คือบริษัทที่พร้อมที่จะทุ่มเทสวัสดิการเพื่อพนักงานอย่างเต็มที่ เช่น เลี้ยงอาหารกลางวัน ให้วันลาพักร้อนมากกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือให้นำสัตว์เลี้ยงมาที่ออฟฟิศได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดอย่างมหาศาล วัฒนธรรมองค์กรที่ดีขึ้นอยู่กับว่า การที่บริษัทเห็นคุณค่าของพนักงาน ความไว้เนื้อเชื่อใจ และการเปิดโอกาสให้พนักงานได้เติบโต ไม่ใช่แค่ในด้านอาชีพ แต่เติบโตในฐานะมนุษย์คนหนึ่งด้วย

วัฒนธรรมองค์กร 7 แบบ มีอะไรบ้าง

วัฒนธรรมองค์กรที่ดีประเภทของวัฒนธรรมองค์กรที่เห็นได้ทั่วไป มีอยู่ทั้งหมด 7 แบบ คือ

  • วัฒนธรรมองค์กรแบบครอบครัว

วัฒนธรรมองค์กรแบบครอบครัว จะเน้นการทำงานเหมือนคนในครอบครัว โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนสื่อสารกันได้อย่างตรงไปตรงมา และทุกคนในทีมรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท ในวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้จะให้คุณค่ากับการผลงานของทีม มากกว่าความสำเร็จรายบุคคล ทุกคนในทีมจะมีความสนิทสนมกัน และมองว่าอีกฝ่ายเป็นมากกว่าแค่เพื่อนร่วมงาน และสิ่งที่เห็นได้บ่อยคือ พนักงานแต่ละคนจะทำงานด้วยกันนาน ให้ความจงรักภักดีกับองค์กร

  • วัฒนธรรมองค์กรที่เน้นบรรลุเป้าหมาย

วัฒนธรรมองค์กรแบบนี้ พนักงานแต่ละคนจะเน้นการทำงานที่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ ทั้งเป้าหมายส่วนตัวและเป้าหมายของทีม โดยทุกคนจะมีจุดประสงค์เดียวกัน พนักงานจะรู้สึกมีไฟต่อเป้าหมายขององค์กรและทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ให้ได้อย่างที่ต้องการ ซึ่งเรามักจะเห็นวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้ได้ในองค์กรการกุศล องค์กรช่วยเหลือต่าง ๆ

  • วัฒนธรรมองค์กรแบบลำดับขั้น

วัฒนธรรมองค์กรแบบลำดับขั้นจะพบได้ในบริษัทที่มีโครงสร้างองค์กรแบบดั้งเดิม โดยที่แต่ละคนจะมีหน้าที่ของตัวเองชัดเจน และมีความแตกต่างอย่างมากระหว่างพนักงานและผู้จัดการ ฝ่ายบริหารจะเป็นผู้คิดและตัดสินใจ และพนักงานก็จะเป็นฝ่ายรับคำสั่งและทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ ข้อดีของวัฒนธรรมองค์กรแบบลำดับขั้นคือการที่ทุกคนมีหน้าที่ชัดเจน มีกระบวนการการทำงานและมีเป้าหมายในการทำงานที่ชัด แต่ในขณะเดียวกัน บางคนก็ไม่ชอบการทำงานแบบนี้ เนื่องจากค่อนข้างปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์และทุกอย่างเป็นระเบียบแบบแผน ไม่มีความยืดหยุ่นต่อการทำงาน

  • วัฒนธรรมองค์กรแบบเน้นการแข่งขันในตลาด

วัฒนธรรมองค์กรแบบตลาดจะมุ่งเน้นผลลัพธ์ของการทำงาน และจะมีการแข่งขันกันสูง ซึ่งเรามักจะพบเห็นวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้ได้ตามบริษัทใหญ่ที่ตั้งความคาดหวังต่อตัวพนักงานไว้ค่อนข้างสูง วัฒนธรรมและบริษัทมักจะมีระบบที่มีการประเมินประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน ความคืบหน้าของงาน และผลการดำเนินงานตลอดเวลา ซึ่งแม้ว่าบางคนอาจจะไม่ชอบความเครียดและการแข่งขันที่ดุเดือด แต่บางคนก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะมองว่าการแข่งขันมีส่วนช่วยในการผลักดันการทำงานให้สำเร็จ และยังทำให้บริษัทสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างดี มีกำไรสูง และดึงดูดคนทำงานที่มีความทะเยอทะยานให้มาร่วมงานด้วยกัน

  • วัฒนธรรมองค์กรแบบเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

วัฒนธรรมองค์กรแบบเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง มักจะเน้นไปที่การส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า โดยพนักงานจะได้รับอิสระในการทำงาน และพนักงานก็พร้อมที่จะทุ่มเทเพื่อทำให้ลูกค้ามีความสุขต่อการใช้บริการมากที่สุด ซึ่งข้อดีคือพนักงานสามารถตัดสินใจในการทำงานด้วยตัวเอง และรู้สึกภาคภูมิใจในผลงาน แต่ในขณะเดียวกัน พนักงานก็จะรู้สึกว่าตนเองถูกบริษัทละเลย เพราะบริษัทมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับลูกค้ามากเกินไป

  • วัฒนธรรมองค์กรที่เน้นนวัตกรรม

วัฒนธรรมองค์กรที่เน้นนวัตกรรมมักจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างสรรค์นวัตกรรมและสิ่งใหม่ ๆ และพร้อมที่จะเสี่ยงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า โดยเรามักจะเห็นว่าพนักงานที่อยู่ในวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้พร้อมที่จะทำงานเกินหน้าที่เพื่อที่จะหาทางในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และพัฒนาสินค้าและบริการให้ดีกว่าคนอื่น ซึ่งมีส่วนช่วยให้สินค้าและบริการขององค์กรโดดเด่นเหนือคู่แข่งคนอื่น ๆ ในตลาด แต่ในขณะเดียวกัน พนักงานคนเดียวก็อาจจะทำหน้าที่หลายอย่าง และการทำงานจะรวดเร็วมากจนตามไม่ทัน

  • วัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความคิดสร้างสรรค์

วัฒนธรรมองค์กรแบบนี้จะเน้นไปที่การสร้างสรรค์สินค้า บริการ และเรื่องราวใหม่ ๆ เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับลูกค้า เน้นไปที่ผลลัพธ์สุดท้ายและทุกคนจะร่วมมือร่วมใจกันทำงาน เพื่อทำให้ไอเดียที่เหมือนจะเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ ทุกคนจะเน้นไปที่การทำงานเป็นทีม ออกไอเดีย และมีส่วนช่วยกันในการทำงานในทุกลำดับขั้น ทำให้ทุกคนในทีมมีความสนิทสนมกัน แต่ในขณะเดียวกัน การที่ทุกคนต้องมีความคิดสร้างสรรค์และมีไอเดียใหม่ ๆ ตลอดเวลา ก็จะสร้างความกดดันให้กับพนักงานและทำให้พนักงานเกรงว่าตนเองจะทำไม่ได้อย่างที่บริษัทคาดหวังเอาไว้

เราจะพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรให้ดีขึ้นได้อย่างไร

organizational culture

ในวัฒนธรรมองค์กรที่ดี สิ่งสำคัญคือทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วม และเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท รวมไปถึงการที่ทุกคนสามารถมีส่วนช่วยในการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรด้วย ดังนี้

  • ทำให้การขอบคุณและชื่นชม เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร : พนักงานทุกคนล้วนแล้วแต่อยากให้บริษัทเห็นความทุ่มเทที่ทำให้บริษัท ดังนั้น เราจึงสามารถปรับปรุงวัฒนธรรมองค์กรได้ด้วยการทำให้การขอบคุณและชื่นชมกลายเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท เช่นในปัจจุบันที่โปรแกรม HR ที่ได้มีโมดูล Employee Engagement ที่ทำให้การชื่นชมและยอมรับ กลายเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร หัวหน้าสามารถแสดงความชื่นชมพนักงานได้ และจะแสดงผลใน News Feed กลางของโปรแกรม นอกจากนี้ พนักงานยังร่วมชื่นชม ยกย่อง ฉลองให้ทุกโมเมนต์ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เพื่อให้พนักงานทุกคนรู้สึกมีค่า และเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน
  • มีความยืดหยุ่นในการทำงาน : ในปัจจุบัน พนักงานให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการทำงานมากขึ้น หลายคนอยากทำงานที่บ้านมากกว่าทำงานที่ออฟฟิศ และหลายคนอยากทำงานแบบ Hybrid Work เพื่อที่จะได้บาลานซ์ระหว่างชีวิตทำงานและชีวิตส่วนตัว การให้ความยืดหยุ่นในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเวลาเข้างาน สไตล์การทำงาน และสถานที่ในการทำงาน จะช่วยให้พนักงานมีความสุข และวัฒนธรรมองค์กรดีขึ้นตามลำดับ
  • สวัสดิการพนักงาน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี : ไม่ว่าวัฒนธรรมองค์กรจะดีแค่ไหน แต่หากองค์กรไม่สามารถจ่ายค่าจ้างพนักงานได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ หรือสวัสดิการไม่ดี สุดท้ายพนักงานก็ไม่สามารถที่จะอยู่กับองค์กรได้ หากต้องการให้วัฒนธรรมองค์กรดี อย่างน้อยองค์กรควรสามารถควรที่จะศึกษาเกี่ยวกับเงินเดือนและสวัสดิการที่บริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันเสนอให้กับพนักงาน เพื่อที่จะให้บริษัทสามารถแข่งขัน ดึงดูดคนเด่น และรักษาคนเก่งเอาไว้ได้
  • รู้ความต้องการของพนักงาน : เราจะไม่สามารถปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรได้ หากเราไม่รู้ว่าท้ายที่สุดพนักงานต้องการอะไร ดังนั้น การที่คอยสอบถามถึงความต้องการของพนักงาน เพื่อที่จะปรับปรังประสบการณ์ในการทำงานให้ทันสมัย และทำให้องค์กรน่าอยู่ขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นประจำ

การที่บริษัทให้โอกาสพนักงานในการพัฒนาทักษะ พัฒนาอาชีพ จะช่วยการเพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงาน และลดอัตราการลาออกได้อย่างเห็นผล ซึ่งอาจจะร่วมไปถึงการทำโปรแกรมพี่ช่วยน้อง แนะนำเส้นทางอาชีพ และให้ทุนสนับสนุนเพื่อไปใช้ในการพัฒนาความรู้

คำถาม – คำตอบ เกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร

Q : องค์ประกอบสำคัญสำหรับบริษัทที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี มีอะไรบ้าง

A: บริษัทที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี มักจะประกอบด้วย 8 องค์ประกอบหลักคือ ความโปร่งใส การให้ความเคารพซึ่งกันและกัน การโอบรับความแตกต่าง ภารกิจและมีหลักการชัดเจน มีผู้นำที่มีประสิทธิภาพ ให้การพัฒนาในสายอาชีพ ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของพนักงาน และมีอัตราการลาออกที่น้อย

Q : ลักษณะองค์กรแบบใด ที่ได้ชื่อว่าเป็น Toxic Culture
A: สิ่งที่เรามักจะเห็นได้จากองค์กรที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่แย่นั้น คือการที่พนักงานไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร พนักงานไม่รู้สึกปลอดภัย มีการนินทาว่าร้าย ใส่ความ หักหลัง แย่งผลงาน และไม่มีใครในองค์กรที่เชื่อใจกัน พนักงานจะทำงานไปวัน ๆ และไม่มีผลงานที่ดีที่ช่วยในการผลักดันให้องค์กรเป็นเลิศได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในองค์กร

Q: ลักษณะองค์กรแบบใด ที่ได้ชื่อว่าเป็นบริษัทที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี

A: ลักษณะของบริษัทที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดีนั้น พนักงานจะรู้สึกได้ว่าความคิดเห็นของตัวเองได้รับการยอมรับและรับฟัง ไม่ใช่แค่จากหัวหน้าหรือผู้บริหาร แต่คือเพื่อนพนักงานด้วยกันด้วย นอกจากนี้ การจัดการในองค์กรจะเน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกคนในทีมรู้สึกภาคภูมิใจในการทำงาน และอยากทำงานร่วมกัน

Q : ใครที่เป็นคนรับผิดชอบในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี

A: โดยส่วนใหญ่แล้ว การที่จะสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีได้ จะต้องเริ่มจากฝ่ายบริหารก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารระดับสูง ก่อนที่จะถูกส่งต่อมาที่พนักงานในองค์กรแต่ละคน ที่เริ่มตั้งแต่ตำแหน่งผู้จัดการ ไปจนถึงเด็กฝึกงาน

Q: ตัวอย่างขององค์กรที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี

A: หนึ่งในบริษัทที่ได้ชื่อว่ามีวัฒนธรรมองค์กรที่ดีคือ Patagonia บริษัทด้านสินค้า Outdoor และการเล่นเซิร์ฟจากอเมริกา ที่มีนโยบายให้พนักงานได้ออกไปเล่นเซิร์ฟได้ตลอดเวลาที่อยากเล่น แม้ว่าตอนนั้นจะเป็นช่วงเวลางาน โดยที่ Patagonia มีความภาคภูมิใจในสินค้าที่คุณภาพระดับสูงของตัวเอง และมองว่า หากพนักงานเชื่อมั่นในสินค้าของตัวเองจริง ๆ มีความภาคภุมิใจในการทำงาน ก็แสดงว่าสินค้านั้นดีพอที่จะขายให้ลูกค้าได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน