TCEB ผนึกพันธมิตรหนุนจัดใหญ่ “Global Coffee and Tea Association Forum 2025” 17-20 ก.ค.68 ดัน “เชียงราย” เป็นเมืองมหานครแห่งชาและกาแฟในเวทีโลก ดึงมืออาชีพทุกวงการ 9 ชาติ ขึ้นเวทีแลกเปลี่ยนนวัตกรรมผลิต กลยุทธ์รุกตลาด นวัตกรรม พร้อมการแสดงสินค้าตอบโจทย์คนยุคใหม่ ตลุยทริปฟาร์ม วิสิต ชมแหล่งปลูกบนดอยแม่สลอง 2 เส้นทาง
นายภูริพันธ์ บุนนาค รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ทีเส็บสนับสนุนเชียงรายเป็นเมืองจุดหมายปลายทางชาและกาแฟระดับโลก ล่าสุดเป็นเจ้าภาพจัดงาน “Global Coffee and Tea Association Forum 2025” ระหว่างวันที่ 17- 20 กรกฏาคม 2568 ที่โรงแรม เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท โดยทีเส็บร่วมกับพันธมิตรหลายภาคส่วนนำโดย สถาบันชาและกาแฟ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง บริษัท สิงห์ปาร์ค เชียงราย จำกัด จังหวัดเชียงราย และอีกหลายหน่วยงาน ร่วมกันเดินหน้าพัฒนาจุดขายก้าวสู่เมืองจัดงานไมซ์นานาชาติ อนาคตจะส่งเสริมกระจายสู่เมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศด้วย
ตลอดงานนี้มีตัวแทนชั้นนำเข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความเห็น ความร่วมมือกว่า 250 คน จากไทย 210 คน และต่างประเทศ 40 คน หลากหลายทวีป รวมเอเชีย ยุโรป และอเมริกา

ภายในงานประชุม “Global Coffee and Tea Association Forum 2025” มีไฮไลต์ดึงดูดความสนใจผู้เข้าร่วมงานและผู้ประกอบการในวงการชากาแฟ 2 ส่วน ประกอบด้วย
ส่วนที่ 1 วิทยากรนานาชาติมืออาชีพวงการชากาแฟ ผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย นักการตลาด 9 ประเทศ จาก สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น เมียนมาร์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เดนมาร์ก ออสเตรเลีย เวียดนาม และไทย ขึ้นเวทีร่วมนำเสนอความรู้เชิงลึก โชว์วิสัยทัศน์คมชัดถึงเรื่องชาและกาแฟพร้อมรองรับอนาคต มีทั้ง หัวข้องานทั้งสถานการณ์ปัจจุบันของแต่ละประเทศ ปัญหาท้าทายการผลิตการพัฒนา การวิจัย นวัตกรรมเพื่อการผลิตและสินค้า ความยั่งยืน คาร์บอนฟุตพรินต์ แนวโน้ม blending และรสชาติ ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมสุขภาวะ รวมไปถึงเส้นทางและอัตลักษณ์สินค้าชากาแฟ
ส่วนที่ 2 จัดแสดงตัวอย่างสินค้ารูปแบบใหม่ ๆ พัฒนาจากนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ตอบโจทย์ชีวิตผู้คนยุคใหม่ อุปกรณ์ห้องแลบตรวจวิเคราะห์สินค้า บริการ โซลูชั่นการการผลิตชากาแฟ

ไฮไลต์งานวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 เน้นการสร้างเครือข่ายระดับสูง จัด Round table: Shaping future together เปิดให้ผู้แทนสมาคมชาและกาแฟ หน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกวัน พร้อมกับเปิดงานแสดงสินค้า Chiang Rai Brewtopia (Green Season) ที่อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง ให้ผู้ผลิตท้องถิ่นและนานาชาตินำเสนอผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟคุณภาพสูง
วันที่ 19 กรกฎาคม 2568 ผู้แทนสมาคมทั้งในและต่างประเทศ เปิดให้เข้าร่วมกิจกรรม Farm visit: A Cup to Village เยี่ยมชมพื้นที่จริงแปลงปลูกและกระบวนการผลิตชากาแฟ จัดทำเส้นทาง “World Award-Winning Tea Route ดอยแม่สลอง และเส้นทาง Coffee: A cup to village มอบประสบการณ์ตรงจากต้นทางสู่ปลายทางอุตสาหกรรมชาและกาแฟ

วันที่ 19-20 กรกฎาคม 2568 จัดให้มีงานแสดงสินค้า Chiang Rai Brewtopia (Green Season) เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้ที่อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง คาดตลอด 3 วัน จะมีผู้เยี่ยมกว่า 2,500 คน เข้ามาเลือกช้อปสินค้าจากในและต่างประเทศได้คัดสรรผลิตภัณฑ์มาเสนอขาย 40 ร้านค้า พร้อมกับจัดกิจกรรมเวิร์คช้อปให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้สนใจอย่างหลากหลาย
สำหรับ “จังหวัดเชียงราย” กำลังอยู่บนเส้นทางจุดหมายประชุมนานาชาติ ได้สร้างมีชื่อวางตำแหน่ง เป็น “เมืองการประชุมนานาชาติ” ครั้งแรก ในรายงานประจำปี 2024 ของสมาคมจัดการประชุมนานาชาติ (International Congress and Convention Association : ICCA) ต่อเนื่องมาถึงปี 2568 ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงานระดับนานาชาติอีก 2 งาน ได้แก่
งานแรก Spring Meeting ของสมาคมพืชสวนโลกระหว่างประเทศ (International Association of Horticultural Producers : AIPH) เมื่อ 9-14 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นเวทีการประชุมแลกเปลี่ยนความรู้และหารือแนวทางการส่งเสริมพื้นที่สีเขียวในเมือง โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกเดินทางมาหารือร่วมกันจำนวนมาก
งานที่สอง PATA Destination Marketing Forum 2025 ของสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก (Pacific Asia Travel Association) ช่วงธันวาคม 2568 จะมีสมาชิกในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมงาน แสดงถึงศักยภาพและความพร้อมของเชียงรายพร้อมเป็นแหล่งท่องเที่ยวนานาชาติ โดยมีจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทอันหลากหลาย พร้อมก้าวสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

เมื่อปีงบประมาณ 2567 สำนักงานจังหวัดเชียงราย รายงานสถิติการพัฒนาอุตสาหกรรมชาและกาแฟในพื้นที่ให้กลายเป็นแหล่งผลิตชาและกาแฟที่มีคุณภาพที่ได้การยอมรับระดับสากล ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ทุกภาคส่วนหันมาร่วมมือกันผลักดันเชียงรายก้าวสู่การ “สร้างมูลค่าเพิ่มในตลาดโลก” อย่างเต็มที่ ใน “เชียงราย” ปัจจุบันมีพื้นที่และผลผลิตการปลูกคิดเป็นสัดส่วนพื้นที่ปลูกชาเปรียบเทียบกับพื้นที่ทั้งหมดทั่วประเทศ ดังนี้
“ชา” มีพื้นที่เพาะปลูกมากถึง 91,541 ไร่ คิดเป็น 68.94% มีผลผลิตรวม 76,893 ตัน คิดเป็น 72.31%
“กาแฟ” มีพื้นที่ปลูก 54,892 ไร่ คิดเป็น 25.36% มีผลผลิตรวม 4,736 ตัน คิดเป็น 28.49%
“ทีเส็บ” พร้อมเดินหน้าสนับสนุน “เชียงราย” ต่อเนื่องเพื่อการก้าวสู่ “เมืองมหานครแห่งชาและกาแฟ” จากชุมชนสู่ตลาดโลก เป็นจุดหมายปลายทางสถานที่รองรับงานประชุมนานาชาติ สร้างรายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพ อย่างยั่งยืน เข้าสู่ภาคเหนือของไทยทั้งปัจจุบันและอนาคตต่อไป
เรื่องโดย #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen