วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ดร.ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ กรรมการบริหารมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ได้ทำพิธีรับไม้ซุง 26 ท่อน ซึ่งเป็นไม้สักและไม้ประดู่ ขนาดใหญ่ ที่นำเข้าจากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

โดยไม้ซุงแต่ละท่อนมีขนาดแตกต่างกัน โดย ท่อนที่ยาวที่สุด 1,205 ซม., ท่อนโตที่สุด 604 ซม., และท่อนที่หนักที่สุด 31.923 ลูกบาศก์เมตร จึงสามารถใส่รถเทรลเลอร์มาได้เพียง 1 ท่อนต่อ 1 คันรถ โดยมีกวนตัวตึงเตรียมทหารรุ่น 10 ประกอบไปด้วย พล.อ.วรวิทย์ ชินะนาวิน ,พล.อ.วุทธิ์ วิมุกตะลพ ,พล.ท.บรรพต งามกัณหา, พล.อ. ศุขเกษม องคะศิลป์

และคณะที่ปรึกษาประกอบไปด้วย คุณอภิสิทธ์ ธรรมใจ , คุณสุพจน์ อ่อนบุญมี นอกจากนี้ยังมีคณะผู้บริหารและพนักงานจาก บริษัท ไทยเฮิร์บ ฟอร์ ไลฟ์ เข้าร่วมประกอบไปด้วย คุณโยษิตา ธรรมใจ, คุณภัสสราพร ศรีสมภักตร์ ,คุณชลธิชา กฤษณะปิยวรรณ ,คุณอรพินธ์ ดวงแก้ว ,คุณระพีพัฒน์ สะสันติ

ไม้ทั้งหมดถูกขนส่งออกจากท่าเรือแหลมฉบังในคืนวันที่ 22 ตุลาคม โดยไม้ทั้งหมดเดินทางมาถึงเจษฎาเทคนิคมิวเซียมในเวลา 22.15 น. ของวันที่ 23 ตุลาคม 2568 ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับพี่น้องชาวนครชัยศรีและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นอย่างมาก

ในภารกิจดังกล่าว คุณกิติชัย เจียมวุฒิสกุล และ คุณวรัทยา ธีธัชนนท์ ผู้บริหารจากบริษัท อะเมซิ่ง เนเชอร์ วู้ดส์ จำกัด พร้อมด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนย้ายไม้ขนาดใหญ่ ได้ใช้รถเครนเพียง 2 คันในการดำเนินการ โดยหนึ่งในนั้นเป็น รถเครนชนิดพิเศษที่มีวินลากไม้ ส่งผลให้การลงไม้ทั้ง 26 ท่อนเสร็จสิ้นได้รวดเร็วกว่ากำหนดถึง 1 วันเต็ม

ไม้ดังกล่าวมีความตั้งใจที่จะนำไปใช้ในการก่อสร้าง “อาคารอินฟินิตี้” ซึ่งเป็นอาคารที่ผมตั้งใจให้เป็นจุดรับพลังแห่งความดีงาม คำว่า “Infinity” หมายถึงความไม่มีที่สิ้นสุด สื่อถึงพลังที่ดำรงอยู่ชั่วกาลนาน จุดประสงค์ของการสร้างอาคารนี้ คือเพื่อให้พี่น้องประชาชนและผู้มาเยือนเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ ได้มารับพลัง รับพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากฟากฟ้า ทั้งยังสะท้อนความหมายของเลข 8 ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ “กินไม่หมด” ทุกคนที่มาขอพร เยี่ยมชม หรือท่องเที่ยว ณ อาคารแห่งนี้ จะได้รับพลังงานที่ดีและสิริมงคลตราบนานเท่านาน

“ผมเชื่อว่า แม้อาคารอินฟินิตี้จะยังอยู่ในขั้นตอนของการออกแบบและเขียนแบบก็ตาม แต่ผมมีความมั่นใจว่าเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ อาคารแห่งนี้จะไม่เพียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนเท่านั้น หากยังจะกลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมได้อย่างแน่นอน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แลนด์มาร์กแห่งนี้จะมีส่วนช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจให้ชุมชนกลับมามีชีวิตชีวาและครึกครื้นอีกครั้ง”

ทั้งนี้ ระหว่างที่เจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ยังไม่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ประชาชนที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก Jesada Technik Museum

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน