สาธิตแทงหยวกประดับพระจิตกาธาน เยาวชนร่วมทำเครื่องสด-นร.หูหนวกดีใจได้ทำเพื่อในหลวง

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่อาคารโรงโขน โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระบรมมหาราชวัง นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม นักจัดการงานในพระองค์ชำนาญการ กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง กล่าวว่า ตามที่กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง เชิญชวนให้ประชาชนทุกภาคส่วนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเข้าร่วมทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมแสดงความอาลัยแด่พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยการส่งดอกเข็มประดิษฐ์ที่ใช้ทำผ้าม่านตาข่ายดอกมะลิสดประดับพระจิตกาธาน

โดยสำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนจิตอาสาส่งดอกเข็มประดิษฐ์ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค.-25 ก.ย. ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่มีประชาชนจิตอาสาร่วมส่งดอกเข็มประดิษฐ์ทั้งทางไปรษณีย์และนำมาส่งด้วยตัวเองเป็นจำนวนทั้งสิ้น 400,000 ดอก

นายบุญชัย กล่าวต่อว่า ในวันนี้ก็มีเจ้าหน้าที่จากโรงเรียนช่างฝีมือในวัง (ชาย) ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ได้ร่วมกันปั้นรูปเทวดานั่งคุกเข่า (ชั้นพรหม) จำนวน 8 องค์ ประดับหน้าเสาชั้นเรือนไฟ (เรือนฟืน) ซึ่งขณะนี้ปั้นและตกแต่งพระพรหมคืบหน้าไปประมาณร้อยละ 60 สำหรับรูปแบบของพระพรหมมีลักษณะพระพักตร์และพระวรกายจะยึดตามรูปแบบประเพณีไทยทุกประการ โดยมีพระวรกายสีขาว นั่งชันเข่า พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์ เพื่อถวายการอารักขาพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ซึ่งปั้นจากดินน้ำมันหล่อด้วยไฟเบอร์กลาส โดยมีความสูงจากฐานประมาณ 60 เซนติเมตร นอกจากนี้ยังมีจิตอาสาทั้งประชาชน นักเรียน และนักศึกษา มาร่วมทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธานที่นี่ด้วย

ด.ญ.พิชญธิดา พ่วงพิศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญชัยสาธิตการแทงหยวกเป็นครั้งแรกที่จะนำไปประดับในส่วนต่างๆ ของพระจิตกาธาน อาทิ ชั้นเรือนยอด แบ่งเป็นลายหยวกชั้นเรือนยอดฉัตร 9 ชั้น และลายหยวกชั้นรัดเกล้า โดยชั้นรัดเกล้า เป็นลายแทงหยวกลายกระจังและลายเฟื่อง ซึ่งอ้างอิงจากรูปแบบดั้งเดิมของพระจิตกาธานถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 5, ชั้นรัดเอว (ประดิษฐานพระโกศจันทน์) เป็นลายกลีบบัวจงกลซ้อนกาบลาย 5 ชั้น, และการแทงหยวกเสาเล็กชั้นเรือนฟืนไว้สำหรับวางฟืนไม้จันทน์ ซึ่งประดับด้วยหยวกแทงลายเถาไขว้โดยมีเลขเก้าไทย (๙) อยู่ในวงลายเถา ซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อแสดงถึงสัญลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 และยังมีการสาธิตการกดลายพิมพ์มะละกอดิบประดับหน้าหยวก ประกอบด้วย ลายกนก ลายดอกจอก ลายใบเทศ และลายประจำยาม

นายดนัย พรหมอารักษ์

ด.ญ.กวินทิพย์ ซื่อสัตย์ อายุ 12 ปี หรือน้องโฟโต้ นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนพัฒนาวิทยา ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หนึ่งในจิตอาสาที่มาร่วมทำดอกเข็มประดิษฐ์ กล่าวว่า “หนูเพิ่งมาวันนี้เป็นวันแรก เนื่องจากคุณครูถามในชั้นเรียนว่า มีใครอยากมาร่วมทำดอกเข็มประดิษฐ์เพื่อใช้ในการประดับพระจิตกาธานหรือไม่ หนูจึงตัดสินใจมาทันที ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ร่วมทำดอกเข็มประดิษฐ์กับทางโรงเรียนประมาณ 100 ดอก รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้ทำเพื่อพระองค์ ซึ่งหนูได้ทราบเรื่องราวของพระองค์จากที่โรงเรียน โดยคุณครูจะเล่าให้ฟังว่าพระองค์ทรงงานหนักเพื่อประชาชน ซึ่งพระองค์ทรงทำหนักกว่าเราหลายเท่า เราควรตั้งใจเรียน”

ด.ญ.กวินทิพย์ ซื่อสัตย์

“นอกจากนี้ยังติดตามข่าวเกี่ยวกับพระองค์ทางทีวี ทำให้รู้ว่าพระองค์พระราชทานโครงการพระราชดำริหลายอย่างให้ประชาชน รู้สึกดีใจที่พระองค์ทรงทำเพื่อเรา เพราะคงไม่มีพระมหากษัตริย์ที่ไหนจะทำเพื่อเราได้ขนาดนี้ ตอนที่เห็นข่าวพระองค์สวรรคตก็ตกใจว่าใช่เรื่องจริงหรือไม่ ซึ่งคนในครอบครัวก็เสียใจกันมาก หนูตั้งใจว่าจะน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ โดยอยู่อย่างพอเพียงและไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย” น้องโฟโต้ กล่าว

ด้าน ด.ญ.พิชญธิดา พ่วงพิศ อายุ 10 ปี หรือน้องจีจี้ นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ผู้บกพร่องทางการได้ยิน บอกถึงการมาร่วมเป็นจิตอาสาทำดอกเข็มประดิษฐ์ว่า “หนูทราบเรื่องราวเกี่ยวกับในหลวง รัชกาลที่ 9 จากข่าวในหนังสือพิมพ์และทางอินเตอร์เน็ต จึงรู้ว่าพระองค์ทรงงานมากมายเพื่อดูแลประชาชน อย่างเช่นโครงการฝนหลวง และโครงการอนุรักษ์ป่าไม้ ทำให้หนูรักพระองค์มากๆ รู้สึกดีใจที่มีในหลวง รัชกาลที่ 9 หนูจึงอยากมาทำดอกเข็มประดิษฐ์เพื่อแสดงความขอบคุณพระองค์ ซึ่งครั้งนี้มาร่วมทำเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ดีใจที่ได้มาทำ ทั้งยังเป็นการฝึกสมาธิให้นิ่งขึ้น โดยก่อนหน้านี้หนูเคยมาร่วมกิจกรรมแจกน้ำและผ้าเย็นให้ประชาชนที่มากราบสักการะพระบรมศพ รวมถึงเก็บขยะที่สนามหลวง หนูจะเดินตามรอยพระองค์ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจมาใช้ ด้วยการประหยัดอดออม โดยจะแบ่งเงินค่าขนมที่ได้มาเก็บออมไว้ และช่วยดูแลป่าไม้ด้วยการปลูกต้นไม้”

ส่วนนายดนัย พรหมอารักษ์ อายุ 23 ปี ศิษย์เก่าโรงเรียนช่างฝีมือในวัง (ชาย) ที่มาร่วมลงสีเทวดาประดับหน้าเสาชั้นเรือนไฟ กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่มีโอกาสได้ถวายงานพระองค์ เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย ซึ่งพระองค์ทรงเหนื่อยมานานมากแล้วและทรงทำเพื่อประชาชนมาตลอดระยะเวลาการครองราชย์ เมื่อคุณพ่อกับคุณแม่ทราบว่าตนมีโอกาสได้มาร่วมทำงานนี้ด้วย ท่านก็ภูมิใจกันมากและบอกให้ตนทำให้เต็มที่ โดนก่อนหน้านี้ตนเคยมากราบสักการะพระบรมศพมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพก็ตั้งใจว่าถ้ามีโอกาสจะไปแสดงความอาลัยแด่พระองค์เป็นครั้งสุดท้าย

“ตอนที่ผมเดินผ่านสนามหลวงก็ได้เห็นพระเมรุมาศก็รู้สึกว่ายิ่งใหญ่และสวยงามสมพระเกียรติของพระองค์จริงๆ แต่อีกมุมก็รู้สึกใจหาย วันที่พระองค์สวรรคต ผมยังเรียนอยู่ที่โรงเรียนช่างฝีมือในวัง (ชาย) อาจารย์ก็เรียกนักเรียนเข้าไปในห้อง แล้วเปิดวิดีทัศน์เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ให้ดู เมื่อดูเสร็จก็บอกให้นักเรียนหันหน้าไปทางโรงพยาบาลศิริราชและก้มลงกราบ ก่อนบอกว่าในหลวง รัชกาลที่ 9 สวรรคตแล้วก็รู้สึกเสียใจมาก เมื่อมีโอกาสที่จะได้ทำเพื่อพระองค์ ผมก็จะทำให้เต็มที่” นายดนัย กล่าวอย่างตื้นตัน

 

บทความก่อนหน้านี้กรุ๊ปลีส ลั่นผู้นำฟินเทคของเอเชียใน 5 ปี ลุยขยายสินเชื่อก่อน 2 ตลาดดาวรุ่งอินโดฯ-เมียนมา
บทความถัดไปอสส.สั่งเร่งพิจารณาคำร้องขอความเป็นธรรมคดี 99 ศพ เชื่อไม่นานได้ข้อสรุป