ศตส.ปรับวิธีใหม่ รองรับพสกนิกร เข้ากราบสักการะ เป็นกลุ่ม 140 คน เพิ่มวันละ 3 หมื่น ประชาชนเดินทางมาเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ ที่ยังคงหลั่งไหลอย่างล้นหลาม วางระบบใหม่ เป็นคิวกลุ่มละ 70 คน แล้วให้เข้าครั้งละ 2 กลุ่ม 140 คน รองรับได้วันละ 3 หมื่นคน ขณะที่ กทม. วางแผนแก้ปัญหาคนชรา และเด็กพลัดหลง เผยมีเป็นจำนวนมาก เสนอวิธีทำบัตรประจำตัว เขียนชื่อ-สกุล ที่อยู่ เบอร์โทร.ผู้ปกครอง ด้านประธานาธิบดีแห่ง ศรีลังกา เข้าวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ ส่วนนายกฯประยุทธ์ สั่งเร่งรวบรวมภาพถ่าย และภาพเคลื่อนไหว จัดทำเป็น “จดหมายเหตุ แห่งชาติ”
“สมเด็จพระเทพฯ”เสด็จฯพิธีเช้า
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 30 ต.ค. สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และ คุณพลอยไพลิน เจนเซน พระธิดาองค์โตในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมศพ ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร เป็นพระพุทธรูปประทับยืนแบบสมภังค์ แสดงปางห้ามญาติ หรืออภัยมุทราด้วยพระหัตถ์ขวาเพียงข้างเดียว ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร และวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรม จากนั้นถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม ก่อนเสด็จฯ กลับ
ต่อมาเวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงเป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และวัด สระเกศราชวรมหาวิหาร
เปิดตี 5 ให้เข้าถวายสักการะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 30 ต.ค.นี้ เป็นวันที่ 2 ที่พระราชทานพระราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าเฝ้าฯ กราบถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยตั้งแต่เช้าตรู่ มีพสกนิกรจำนวนมากจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศสวมชุดดำไว้ทุกข์ มาปักหลักรอเข้าคิว บางคนมารอตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา บางคนนำร่มและเสื้อกันฝนมาด้วย บางคนอาศัยเต็นท์ที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ให้เป็นที่หลบฝนชั่วคราว
เวลา 05.15 น. สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนกลุ่มแรกที่ตั้งแถวรอหน้าประตูวิเศษไชยศรี ขึ้นไปกราบถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยเจ้าหน้าที่จัดระเบียบและรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ประชาชนส่วนใหญ่ถือพระบรมฉายาลักษณ์ไว้แนบอกตลอดเวลา บางคนก็ร่ำไห้สะอื้น หลังจากที่ถวายสักการะเสร็จ แต่ละคนจะได้รับภาพพระบรมโกศ ยาดมท่านเจ้าพระยา และยาหม่องน้ำกลิ่นมะกรูด ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราช ทานแก่พสกนิกรทุกคนที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก
ชาวศรีสะเกษ-ภูเก็ตปลื้มปีติ
นางพิมพ์ ลือทรัพย์ อายุ 60 ปี หมอนวดบำบัด ตัวแทนจากศูนย์โยเร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กล่าวว่ารวมตัวกันมา 34 คน เดินทางมาโดยรถทัวร์ ถึงสนามหลวงเวลา 02.00 น. ทุกคนดีใจที่ได้มากราบถวายสักการะพระบรมศพอย่างใกล้ชิด ระหว่างยืนรอได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าขอรับใช้พระองค์ท่านทุกชาติไป ก่อนหน้านี้ดูทางโทรทัศน์ ร้องไห้ทุกคืน วันนี้ได้มาหาพระองค์ท่านแล้ว จึงปลื้มปีติใจมาก
ส่วนน.ส.หนูกร โพษาชัย อายุ 48 ปี ประชาชนจาก อ.พยุห์ จ.ศรีษะเกษ กล่าวว่านั่งรถไฟมาพร้อมหลาน 3 คน ถึงสนามหลวง เวลา 02.00 น. นั่งรอกระทั่งเวลา 07.00 น. ถึงได้เข้าไปในพระบรมมหาราชวัง สำหรับตนระยะเวลาการรอแค่นี้น้อยนิดมาก ไม่ได้เป็นอุปสรรคเลย รอทั้งวันก็จะรอ
“ตื้นตันใจมาก พระองค์ท่านทรงเป็นที่สุดของชีวิต ใจหายกินข้าวไม่ลง พระองค์ทรงงานหนักตลอดเพื่อทุกคนต่อไปจะตั้งใจทำทุกวันให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาของสังคม ตอนก้มลงกราบพระบรมโกศ ป้าน้ำตาไหลไม่หยุด น้ำตามันไหลออกมาเอง” น.ส.หนูกรกล่าวทั้งน้ำตา

แจก”พระบรมฉายาลักษณ์”
ขณะที่บริเวณประตูเทวาภิรมย์ ประตูทางออกสำหรับประชาชนที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพ บางคนเดินร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ ขณะเดียวกัน นายดอยธิเบศร์ ดัชนี ลูกชายนายถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปีพ.ศ.2544 เชิญพระบรมฉายาลักษณ์มาแจกจ่ายที่บริเวณประตูวิเศษไชยศรี
นายดอยธิเบศร์กล่าวว่าแจกทั้งหมด 20,000 ใบ ภาพส่วนใหญ่ฉลองพระองค์อย่างเป็นทางการ นำใส่กรอบแล้วอัดด้วยกระดาษอย่างดี เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนเก็บไว้เป็นที่ระลึก ส่วนครั้งต่อไปอีก 20,000 ใบ จะนำมาแจกในสัปดาห์หน้า นับจากนี้ไปในฐานะพสกนิกรจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ไม่ว่าใครมีความเชี่ยวชาญด้านไหน ก็ควรทำอย่างเต็มความสามารถ เช่นเดียวกับ 70 ปี ที่พระองค์ ไม่เคยหยุดทรงงาน
เปลี่ยนแปลงเส้นทางเดินเข้า
ต่อมาสำนักพระราชวัง แจ้งว่าจะเปลี่ยน แปลงเส้นทางการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.เป็นต้นไป จากเดิมที่กำหนดให้ขบวนประชาชนทุกหมู่เหล่า เข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ผ่านประตูพิมานไชยศรี จากนั้นเลี้ยวขวาไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นเส้นทางดังนี้ ให้เข้าพระบรมมหาราชวังทางประตูมณีนพรัตน์ และประตูเข้าวัดพระศรีรัตน ศาสดาราม ฝั่งทิศเหนือ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเดินตามทางพระระเบียงคด วัดพระศรีรัตนศาสดาราม จนถึงประตูศรีรัตนศาสดาราม เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนอมรวิถี หน้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน เลี้ยวขวาตั้งแถวบนถนนอมรวิถี หน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เพื่อเข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
เนื่องจากนับแต่วันที่ 1 พ.ย.เป็นต้นไป สำนักพระราชวังจะเปิดขายบัตรเข้าชมวัดพระศรีรัตน ศาสดาราม แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าชมและ สักการะระหว่างเวลา 08.00- 15.30 น. อีกครั้ง หลังจากหยุดจำหน่ายบัตรมาตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. ที่ผ่านมา และจะให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทางประตูวิเศษไชยศรี
ชาว”ลาหู่ดำ”ตื้นตันใจได้ใกล้ชิด
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศช่วงบ่ายภายในพระบรมมหาราชวัง ว่าพสกนิกรยังคงทยอยมาเข้าถวายสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง โดยมีหมู่คณะจากจังหวัดต่างๆ กลุ่มชาติพันธุ์ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วประเทศ รวมถึงกลุ่มลูกเสือเนตรนารีจิตอาสา ร่วมกันนำรถเข็นมาให้บริการผู้พิการ คนชรา และผู้ป่วย จำนวนผู้เข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ตั้งแต่เวลา 05.00-12.00 น. วันที่ 30 ต.ค. มียอดรวม 10,180 คน
นางกรุณา พรสกุลไพศาล อายุ 39 ปี ตัวแทนจากกลุ่มชาวบ้าน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย กล่าวว่ามาพร้อมเพื่อน 50 คน ตั้งใจใส่ชุดชนเผ่าลาหู่ดำ เป็นชุดที่ใส่เวลามีพิธีการสำคัญ เพื่อมาถวายสักการะพระบรมศพพวกเราดินทางมาถึงบริเวณสนามหลวงตั้งแต่เวลา 05.00 น. รู้สึกตื้นตันใจและภูมิใจมากที่จะได้มาใกล้ชิดพระองค์ท่าน
เพิ่มชุดดำสุภาพ-สำหรับให้ยืม
ขณะเดียวกัน บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยศิลปากร กลุ่มนักดนตรีอิสระ 5 คน พร้อมเครื่องดนตรี กีตาร์ ไวโอลิน แซ็กโซโฟน คลาริเน็ต และแอ็คคอเดียน รวมตัวกันนำบทเพลงพระราชนิพนธ์มาแสดงผสมผสาน ด้วยท่วงทำนองดนตรีบลูส์และแจ๊ซ อาทิ เพลงใกล้รุ่ง และยามเย็น เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนให้ความสนใจฟังเพลงเป็นจำนวนมาก
นายเศกสรรค์ สุรพันธพิศิษฐ์ เจ้าหน้าที่ประจำซุ้มให้ยืมชุดดำไว้ทุกข์ กล่าวว่าเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา เปิดให้ยืมชุดดำสุภาพเป็นวันแรกนั้น มีประชาชนมายืมชุดกว่า 300 คน และนำมาคืนอย่างเรียบร้อย แต่พบปัญหาคือบางคนยังไม่ทันเข้าแถว หรือเข้าแถวแล้วแต่ยังอยู่อีกไกลได้เข้ามาติดต่อขอยืมชุด ทำให้ใช้เวลานานกว่าจะได้เข้าสักการะพระบรมศพ แล้วนำมาคืน ทำให้ชุดไม่เพียงพอ เนื่องจากรอคิวนานมาก วันนี้เลยเพิ่มชุดอีก 50 ชุด แต่ได้เพิ่มแค่ 15 ชุด ยังดีที่มีคนมาบริจาคผ้าถุงให้อีก 115 ผืน แต่ทางที่ดีอยากแนะนำว่าควรแต่งกายให้ถูกต้องตามระเบียบก่อน ไม่อยากให้มาหวังน้ำบ่อหน้า เพราะความตั้งใจของเราอยากให้บริการ ผู้ที่ไม่พร้อม และขัดสนจริงๆ มากกว่า
ชาว”อาข่า”กราบพระบรมศพ
ด้านนายสมบูรณ์ มาเยอะ กลุ่มชาติพันธุ์อาข่า จาก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย กล่าวว่านำพี่น้องชาติพันธุ์อาข่า 50 คน จาก ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง มากราบถวายสักการะพระบรมศพ เพราะพระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวอาข่าเป็นอย่างมาก เมื่อตอนที่ยังเป็นเด็ก ได้ยินว่าพระองค์ท่านเสด็จฯ มาดูแลความทุกข์สุขของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ท้องถิ่นทุรกันดาร ไม่มีถนน ท่านก็นั่งเฮลิคอปเตอร์มาที่กลางป่ากลางดอย ทั้งยังช่วยสร้างอาชีพ และสอนให้พวกเรารู้จัก พอเพียง วันนี้ถ้าพวกเราไม่ได้มาคงรู้สึกไม่สบายใจ และนอนตายตาไม่หลับ
ชาวบ้านชนเผ่าอาข่ากล่าวต่อว่า หลังจากพระองค์ท่านเสด็จฯ ไปในพื้นที่ ชีวิตและทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตพวกเราดีขึ้น ทั้งถนน น้ำ ไฟฟ้า อาชีพ การเกษตรพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนในพื้นที่รำลึกถึงพระองค์ อย่างเมื่อก่อนเราทำไร่ ทำเกษตรกรรมไม่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีอาชีพยั่งยืน ก็เปลี่ยนมาทำโครงการหลวง ทั้งปลูกชา กาแฟ ผักปลอดสารพิษ ปลูกผักในโรงเรือน ทำให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น และมีรายได้พอเลี้ยงดูครอบครัว
“พระองค์โสมฯ”ทอดไก่-แจกจ่าย
ต่อมาเวลา 13.48 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะองค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก เสด็จยังรถเคลื่อนที่ “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” บริเวณหน้ากรมศิลปากร เพื่อทรงทอดไก่ประทานพร้อม ข้าวเหนียวให้แก่พสกนิกร ที่มากราบสักการะพระบรมศพ
โดยมูลนิธิจัดเตรียมไก่ไว้จำนวน 1,300 ก.ก. และข้าวเหนียวในจำนวนที่เพียงพอกับไก่ มีอาจารย์จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ทหารกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ สำนักงานอาสาสภากาชาด ไทย และน.ส.ธัญชนก มูลนิลตา หรือเฟรนช์ฟราย มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2015 มาร่วมห่อและแจกจ่ายอาหารให้ประชาชน ในการนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ รับสั่งว่า เมื่อวานลาไป 1 วัน พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลประชาชน โดยเฉพาะเด็กที่ตามมาด้วย รวมถึงรับสั่งให้เจ้าหน้าที่แจกน้ำดื่มให้ประชาชนที่มารอรับข้าวเหนียวไก่ทอดด้วย
จัดคิวเป็นกลุ่ม-ครั้งละ140คน
ส่วนที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นาย สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) แถลงผลประชุมว่าหารือเรื่องแนวทางการปฏิบัติการปรับพื้นที่ท้องสนามหลวง การจัดระบบบัตรคิว ที่จะยังไม่ใช้ระบบบัตรคิว เพราะมีประชาชนเป็นจำนวนมากต้องการเข้าไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ หากมีการแจกบัตรคิวจะทำให้เข้าไปในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทได้เพียง 10,000 คนเท่านั้น แต่ถ้าจัดเป็นกลุ่มแบบเมื่อที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา จะสามารถเปิดให้ประชาชนเข้าไปถึง 30,000 คน สำหรับปัญหาที่พบ ได้แก่ สุขภาพอนามัย การเจ็บป่วย และการต่อคิวยาว
พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองเเม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรอง ผอ.กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) กล่าวว่าเสียใจกับประชาชนที่ตกค้าง ไม่ได้เข้าไปกราบสักการะพระบรมศพ เพราะมีความผิดพลาดและมีอุปสรรคเรื่องสภาพอากาศทางเจ้าหน้าที่จึงเยียวยาโดยให้ลงชื่อไว้ เเละเมื่อเดินทางมาก็จัดให้เข้าไปกราบ สักการะพระบรมศพ อีกทั้งเมื่อวันที่ 29 ต.ค. มีประชาชนมาเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อเวลา 05.30 น. มีประมาณ 10,000 คน เมื่อประชาชนมีจำนวนมากขึ้น จึงเปลี่ยนวิธีการแจกบัตรคิวมาเป็นการจัดคิวเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 70 คนแทน เพื่อความสะดวกของประชาชนและสำนักพระราชวัง
รองรับได้วันละ3หมื่นคน
พล.ต.พงษ์สวัสดิ์กล่าวว่าส่วนเรื่องการค้างเเรมในสนามหลวงนั้น กอร.รส.ขอความร่วมมือประชาชนให้ไปพักค้างเเรมในที่ที่กทม.จัดให้จะดีกว่า เพราะหวั่นเกรงในเรื่องความปลอดภัย อีกทั้ง กอร.รส.ยังจัดพื้นที่รวมพลในบริเวณสนามหลวงทางทิศใต้ ติดกับพระบรมมหาราชวัง รองรับประชาชนได้ 20,000-30,000 คน ตามแผนคือจะให้ประชาชนเข้าไปครั้งละ 2 กลุ่ม หรือ 140 คน เพราะจะมีกลุ่มหนึ่งที่ต้องพักคอยอยู่ด้านนอก การจัดคิวแบบนี้จะทำให้ประชาชนที่ต่อเเถวอยู่รู้ว่าคิวของเราเองอยู่ตรงไหน
รอง ผอ.กอร.รส. กล่าวต่อว่าการประชุม ศตส.วันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ให้พื้นที่สนามหลวงฝั่งเหนือเป็นพื้นที่พักคอย โดยจะมีตั้งเต็นท์ให้บริการประชาชน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเรียกกลุ่มคิวถัดไปตามลำดับ สำหรับเวลาสิ้นสุดของสำนักพระราชวังยังคงไว้ที่ 21.00 น.เหมือนเดิม เเละจะคำนวณจำนวนบุคคลให้ทราบล่วงหน้าว่าครบ 30,000 คน เมื่อไหร่ก็จะหยุดคิวไว้ก่อน อยากขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย
นายกฯขอบคุณดูแลประชาชน
ส่วนพล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่าขณะนี้ประชาชนจำนวนมากมาใช้บริการพื้นที่ท้องสนามหลวง จากตัวเลขที่กทม.รายงาน ได้จัดเตรียมอาหาร ขนม และน้ำดื่มไว้ประมาณ 210,000 ชุดต่อวัน ขณะที่ประชาชนที่เข้าเฝ้าฯ กราบถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศนั้นได้ประมาณ 30,000 คนต่อวัน มีตัวเลขที่แตกต่างกันอยู่มาก เชื่อว่าประชาชนส่วนหนึ่งมาฟังพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้ติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนจาก ทั่วประเทศ ที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ ซึ่งมีจำนวนมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ต้องปรับแผนและใช้เวลามากขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้เข้าไปยังพระบรมมหาราชวังอย่างครบถ้วนบริบูรณ์ นายกฯ ยังฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนทุกฝ่าย ที่ร่วมแรงแข็งขันทำหน้าที่ของตนอย่างหนัก เพื่อดูแลประชาชนและถวายเป็นพระราชกุศล
กทม.แก้ปัญหาคนแก่-เด็กหลง
ด้าน น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกกทม. กล่าวว่าส่วนสถิติการพลัดหลงของเด็กและผู้สูงอายุ ที่ กทม. เก็บสะสมตั้งแต่วันที่ 18-29 ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่าเด็กพลัดหลง 151 คน และผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ 72 คน ทางกองทัพภาคที่ 1 และกทม. ตกลงร่วมกันว่าอยากให้ประชาชนที่เข้ามาในพื้นที่สนามหลวงมีบัตรประจำตัว โดยเฉพาะเด็ก ขอให้ผู้ปกครองเขียนชื่อ-สกุล ชื่อผู้ปกครองหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดตัวเด็กไว้เสมอ เมื่อเกิดเหตุการณ์เด็กพลัดหลง เจ้าหน้าที่จะสามารถตามหาผู้ปกครองได้ ทางเจ้าหน้าที่จะทำบัตรแจกตามจุดคัดกรองต่างๆ แต่หากประชาชนทำมาจากที่บ้านเองได้ ก็จะช่วย เจ้าหน้าที่ให้ทำงานได้ง่ายมากขึ้น
น.ส.ตรีดาวกล่าวต่อว่าส่วนการบริหารจัดการขยะในพื้นที่ กทม. ร่วมกับศูนย์โวลุนเทียร์ ฟอร์ แด๊ด มีอาสาสมัครที่เป็นเยาวชนและประชาชนทั่วไปเข้ามาแนะนำประชาชนในเรื่องการแยกขยะ ทำให้ระบบการจัดการขยะเรียบร้อยดีขึ้น และส่วนของการบริหารจัดการดอกไม้ที่มีประชาชนนำมาถวายสักการะ เป็นจำนวนมากโดยรอบพระบรมมหาราชวังนั้น เจ้าหน้าที่นำมาจัดใหม่และรวมไว้ที่สวนสราญรมย์ คัดแยกประเภทตามสี เพื่อนำไปตกแต่งยังบริเวณต่างๆ เมื่อดอกไม้เหี่ยวหมดสภาพการใช้งาน จะนำไปหมักเป็น น้ำหมักชีวภาพ

ปธน.ศรีลังกาเข้าวางพวงมาลา
ส่วนที่พระบรมมหาราชวัง นายไมตรีปาละ สิริเสนา ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคม นิยมประชาธิปไตยศรีลังกา เดินทางเข้าวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นลงนามแสดงความไว้อาลัย ณ อาคารสำนักราชเลขาธิการ
นายไมตรีปาละ สิริเสนา เคยเดินทางมาเยือนประเทศไทย และเข้าเยี่ยมชมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ระหว่างดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาการเกษตรและการให้ความช่วยเหลือด้านเกษตร เมื่อปีพ.ศ.2550 และได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานธิบดีคนที่ 7 สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา เมื่อปี พ.ศ.2558
“คุณพลอยไพลิน”กราบสักการะ
เมื่อเวลา 14.42 น. คุณพลอยไพลิน เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พร้อมครอบครัว เข้ากราบสักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
จากนั้นเวลา 19.00 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จมายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง บำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ มีพระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรม
ค้างคืนรอเข้ากราบสักการะ
ขณะเดียวกัน บริเวณโดยรอบสนามหลวงยังมีประชาชนทยอยเดินทางเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ อย่างต่อเนื่อง ส่วนบริเวณทั้งด้านในและด้านนอกสนามหลวง ประชาชนบางส่วนจับจองพื้นที่เพื่อฟังพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ผ่านทางจอโปรเจ็กเตอร์ที่ติดตั้งไว้ และยังมีประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ยังไม่ได้เข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จับจองพื้นที่ค้างคืนรอด้วย เพื่อที่จะได้เข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพในวันถัดไป
ส่วนประชาชนที่ต้องการเดินทางกลับบ้าน มีกลุ่มจิตอาสาบริการรถจักยานยนต์รับส่งฟรี รวมถึงรถบริการจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จนกระทั่งเวลา 21.00 น. ประชาชนชุดสุดท้ายทยอยเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยวันที่ 30 ต.ค.นี้ ไม่มีประชาชนตกค้าง
เก็บรวบรวมงานพระราชพิธี
เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่ศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ทำเนียบรัฐบาล นาย สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาฯศตส. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศตส. โดยกล่าวช่วงต้นการประชุมว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการว่าการจัดกิจกรรมในขณะนี้มีส่วนของกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เจ้าหน้าที่ต้องดูแลและช่วยเหลือประชาชน โดยนายกฯสั่งการให้ ศตส.รวบรวมการดำเนินงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมทั้งภาพถ่าย วีดิทัศน์ วิดีโอคลิป โดยกิจกรรมในประเทศทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพรวบรวมส่งให้ศตส. ขณะที่ในต่างประเทศมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศรวบรวม ไม่ว่าจะเป็นการส่งพระราชสาส์น การจัดกิจกรรม รวมถึงการเดินทางมาของราชวงศ์ต่างประเทศและผู้นำ ตลอดจนการจัดกิจกรรมของคนไทยในประเทศนั้นๆ และสถานเอกอัครราชทูต และให้คณะทำงานของศตส.หารือกับกระทรวงวัฒนธรรมให้บรรจุไว้ในหอจดหมาย เหตุแห่งชาติ เก็บรวบรวมโดยให้เตรียมการตั้งแต่ช่วงต้น
จัดระเบียบสนามหลวง
ขณะที่ พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผอ.กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย เปิดเผยว่า วันนี้มีการประชุมร่วมทั้งทหาร ตำรวจ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดูแลพื้นที่บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ซึ่งได้มีการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวนมากทั้งมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เดินทางมาเปิดโรงทานแจกอาหารมากมายทุกวัน และช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน เมื่อฝนตกลงมาทำให้มีแต่สิ่งสกปรกจำนวนมากบริเวณพื้นที่ประกอบอาหาร ก่อให้เกิดเชื้อโรคต่างๆ ได้ ทาง กอร.รส. ทั้ง ทหาร ตำรวจ กทม. จึงเห็นว่าในวันนี้ ช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. เป็นต้นไป กำลังร่วมทั้งหมดจะมาช่วยกันทำความสะอาด ทั้งในเต็นท์ทำอาหาร และนอกเต็นท์ จัดพื้นที่ให้เข้ารูปเข้ารอย สะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่ในการอำนวยความสะดวก และการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน
ด้านน.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะโฆษกกทม. กล่าวว่า กทม. อยู่ระหว่างกลางเต็นท์เพิ่ม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนบริเวณกลางสนามหลวง นอกจากนี้ได้รับการประสานจากทหารเพื่อจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปปรับพื้นที่และทำความสะอาดบริเวณโดยรอบสนามหลวง
กอร.รส.เตือนถ่ายภาพเซลฟี่
ส่วนที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยโดยรอบบริเวณพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยภายหลังการประชุม กอร.รส. ว่าช่วงที่ผ่านมาพบประชาชนที่แต่งกายและมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในท้องสนามหลวง เช่น แต่งกายเป็นยอดมนุษย์แล้วถ่ายภาพเซลฟี่ โดยมีพระบรมมหาราชวังเป็นฉากหลัง หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น จึงขอความร่วมมือประชาชนที่พบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวช่วยตักเตือนหรือแจ้งกองอำนวยการร่วมฯ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า มีจักรยานยนต์อาสาแอบแฝงเรียกเก็บค่าบริการจากประชาชน ซึ่งพฤติกรรม ดังกล่าวก่อให้เกิดภาพลบต่อจักรยานยนต์ จิตอาสาส่วนใหญ่ ที่ตั้งใจสร้างกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หากพบกรณีดังกล่าวขอให้แจ้งกองอำนวยการร่วมฯ โทร.1899 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
จากการอยู่ในพื้นที่สนามหลวง ได้พบประชาชน ที่แต่งกายไม่เหมาะสมมาถ่ายภาพโดยใช้พระบรมมหาราชวังเป็นฉากหลัง และนำไปเผยแพร่ในระบบโซเชี่ยลต่างๆ ขอเรียนให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม และไม่ควรกระทำเนื่องจากพระบรมมหาราชวังถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต้องให้ความเคารพ จึงขอให้ประชาชนอย่าได้กระทำการเช่นนี้อีก

ให้ประชาชนแต่งกายสุภาพ
พล.ต.ท.อำนวย กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและจากต่างจังหวัด เดินทางเข้ามายังบริเวณท้องสนามหลวงเพื่อถวายสักการะพระบรมศพในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก จึงขอให้ทุกท่านที่เดินทางมายังท้องสนามหลวงโปรดระมัดระวังกระเป๋าและทรัพย์สินมีค่า และในกรณีพบวัตถุต้องสงสัยหรือเห็นกระเป๋าวางทิ้งไว้โดยไม่มีเจ้าของ กรุณาอย่าตรวจสอบเอง ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่จุดคัดกรองซึ่งกระจายตามจุดต่างๆ รอบสนามหลวง หรือกองอำนวยการร่วมฯ เพื่อดำเนินการต่อไป ส่วนประชาชนที่มีความกังวลใจเกี่ยวกับการแต่งกายในการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ โดยเฉพาะประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ดังนั้นเพื่อลดความกังวลใจของประชาชนทุกคน สำนักพระราชวังมีความยินดีที่จะต้อนรับพสกนิกรของพระองค์ท่าน ซึ่งเดินทางมาสักการะพระบรมศพด้วยความจงรักภักดี โดยขอให้ประชาชนทั้งชายและหญิงแต่งกายสุภาพ ผู้หญิงสวมกระโปรง ซึ่งหากมีความจำเป็นไม่ได้ใส่กระโปรงมาสำนักพระราชวัง ได้เตรียมผ้าถุงไว้บริการด้านหน้าก่อนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ในส่วนของรองเท้านั้น เนื่องจากในการเข้าสักการะพระบรมศพ ทุกคนต้องถอดรองเท้า ดังนั้นท่านใดที่ไม่มีรองเท้าหุ้มส้นก็สามารถเข้าถวายสักการะพระบรมศพได้ โดยสำนักพระราชวังจะเป็นผู้ดูแล สำหรับประชาชนที่ไม่มีเสื้อสีดำก็สามารถสวมเสื้อ ผ้าที่มีโทนสีเข้มใกล้เคียงกับสีดำมาถวาย สักการะได้
ควบคุมจัดแจกอาหาร
พล.ต.ท.อำนวย กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้กรมศิลปากรได้เตรียมการจัดสร้างพระเมรุมาศ ซึ่งจะใช้พื้นที่อย่างน้อย 2 ใน 3 ของพื้นที่สนามหลวง โดยเฉพาะทางด้านทิศใต้ ดังนั้นก็จะเหลือพื้นที่ใช้สอยหรือบริหารจัดการเพื่อรองรับประชาชน ที่จะมาถวายสักการะพระบรมศพ เพียง 1 ใน 3 ของพื้นที่สนามหลวงทั้งหมด จึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการพื้นที่ใหม่ โดยจากนี้ไปในพื้นที่บริเวณสนามหลวงให้มีเพียงประชาชนที่จะมาสักการะพระบรมศพเท่านั้น รวมถึงจะมีการกำหนดเวลาแจกจ่ายอาหารให้ประชาชนบริเวณสนามหลวงใหม่ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการ ควบคุมปริมาณอาหารให้พอดีกับประชาชนและลดปริมาณขยะ
สำหรับการแจกอาหารจะขอความร่วมมือให้ทำเป็นรอบๆ ตามช่วงเวลาช่วงเช้า ช่วงกลาง และช่วงค่ำ อีกทั้งจะงดแจกอาหารหลังเวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ยกเว้นน้ำดื่ม เพื่อความเป็นระเบียบในการบริหารจัดการและดูแลพื้นที่ เบื้องต้นพื้นที่สนามหลวง เฉพาะทางด้านทิศเหนือ จะประกอบไปด้วย เต็นท์อาหาร จำนวน 36 เต็นท์ ตั้งอยู่บริเวณรอบทั้งสองฝั่ง พร้อมจุดบริการพยาบาล 4 จุด และเต็นท์พยาบาลกองทหารอากาศ เต็นท์ที่พักประชาชน จำนวน 72 เต็นท์ สามารถรองรับประชาชนได้ 21,600 คน และรถสุขาเคลื่อนที่ 20 คัน
ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 17.00 น. ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ ปล่อยขบวนรถบัส 19 คัน และรถตู้ 1 คัน นำประชาชนชาวเชียงใหม่ 750 คน จาก 7 อำเภอ เดินทาง เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระ ที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง
สรุปยอดร่วมกิจกรรมลงนาม
วันเดียวกัน กระทรวงมหาดไทย สรุปยอดการดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความไว้อาลัย และการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในส่วนของต่างจังหวัด มีประชาชนลงนามแสดงความไว้อาลัย ณ วันที่ 29 ต.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 100,058 ราย มียอดสะสมการลงนามแสดงความไว้อาลัยตั้งแต่วันที่ 14-29 ต.ค. จำนวนทั้งสิ้น 4,455,280 ราย กิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ วันที่ 29 ต.ค. กิจกรรมสวดอภิธรรม มีผู้เข้าร่วมจำนวน 213,194 คน ยอดสะสมผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวดอภิธรรม ตั้งแต่วันที่ 14-29 ต.ค.จำนวนทั้งสิ้น 6,890,092 คน กิจกรรมทำบุญตักบาตร มีผู้เข้าร่วมจำนวน 12,792 คน ยอดสะสมผู้เข้าร่วมกิจกรรมทำบุญตักบาตร ตั้งแต่วันที่ 14-29 ต.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 2,384,257 คน กิจกรรมอื่นๆ จำนวน 9,745 คน มียอดสะสม ผู้เข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ ตั้งแต่วันที่ 14-29 ต.ค.จำนวน ทั้งสิ้น 154,119 คน
หารือภาคธุรกิจบันเทิง
ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีภาคธุรกิจบันเทิงนับแต่วันที่ 13 ต.ค. รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนให้ประกอบการได้ตามปกติ แต่เฉพาะอยู่ในสถานที่ปิดภายในอาคาร อยู่บนดาดฟ้าและโรงแรมที่ติดกับชายหาด จัดกิจกรรมในพื้นที่ได้ และเมื่อครบ 30 วัน นับจากวันที่ 13 ต.ค. ธุรกิจต่างๆ จะกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ แต่ขณะนี้เกิดกระแสสังคมของภาคธุรกิจบันเทิง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงได้สั่งให้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ผู้ประกอบการ นายกสมาคมธุรกิจสถานบันเทิง ประชุมหารือในวันที่ 31 ต.ค. เพื่อให้ได้ข้อยุติข้อปฏิบัติที่ชัดเจนของกลุ่มธุรกิจ กระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะเริ่มปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. และวันที่ 30 ต.ค. นายสุวพันธุ์จะประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้นก่อน
เข้ากรุงกราบพระบรมศพ
ขณะที่การเตรียมความพร้อมของแต่ละจังหวัดในการพาประชาชนเดินทางเข้าเฝ้าฯกราบสักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในพระบรมมหาราชวัง โดยที่จ.แพร่ เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 29 ต.ค. พสกนิกรชาวแพร่ 155 คน ร่วมกับซุ้มรถตู้เมืองแพร่ ออกเดินทางโดยรถตู้ 18 คัน เดินทางเข้าเฝ้าฯกราบถวายบังคมพระบรมศพ ขณะที่จ.ขอนแก่น เมื่อเวลา 21.30 น. ที่สนามหน้าศาลากลางจ.ขอนแก่น พสกนิกรชาว จ.ขอนแก่น จำนวน 750 คน ขึ้นรถยนต์โดยสาร 38 คัน เดินทางเข้าเฝ้าฯกราบถวายบังคมพระบรมศพ สำหรับที่จ.เชียงราย เมื่อเวลา 01.35 น. ประชาชนจากจำนวน 758 คน ออกเดินทางด้วยรถบัส 17 คัน ไปเข้าเฝ้าฯกราบถวายบังคมพระบรมศพ
ส่วนที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ จ.สงขลา ประชาชนทยอยเดินทางไปถวาย สักการะพระบรมศพ โดยต่างมารอขบวนรถไฟฟรีสายใต้ที่มี 2 ขบวนต่อวัน คือขบวน 171 กรุงเทพฯ-สุไหงโกล-ลก และขบวน 172 สุไหงโก-ลก-กรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อขอรับตั๋วโดยสารที่มีอยู่ประมาณ 500 ที่นั่งต่อวันที่จ.ตรัง เมื่อเวลา 15.00 น. บริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ประชาชนชาวจ.ตรัง ชุดแรกจำนวน 750 คน ออกเดินทางด้วยรถบัส 15 คัน เพื่อไปเข้าเฝ้าฯกราบถวายบังคมพระบรมศพ
ทุกจว.แสดงความอาลัย
สำหรับการจัดกิจกรรมแสดงความไว้อาลัย ตามจังหวัดต่างๆ โดยที่จ.กระบี่ นักปั่นจักรยานสโมสรจักรยานเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอบจ.กระบี่ และชมรมสมาชิกภาคีเครือข่าย กว่า 600 คัน รวมตัวกันแปรอักษรเป็นเลขเก้า โดยมีรูปหัวใจล้อมรอบ และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที ส่วนที่จ.เชียงใหม่ ที่ปางช้างแม่สา ได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ประดิษฐานบนซุ้มบริเวณลานแสดงของปางช้าง ก่อนที่ควาญช้าง พนักงาน และนักท่องเที่ยวร่วมแสดงความไว้อาลัยและแปรอักษรเป็นเลขเก้า และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และยืนสงบนิ่ง ที่สนามกีฬาเทศบาลตำบลห้วยอด จ.ตรัง ชมรมจักรยานอำเภอห้วยยอด 200 คนร่วมกันแปรอักษรเป็นรูปเลขเก้า และรูปหัวใจ พร้อมยืนสงบ นิ่งเป็นเวลา 9 นาที ท่ามกลางฝนตกตลอดเวลา
ส่วนที่จ.นราธิวาส พ.ท.วิชัย ชัยมงคล ผอ.พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ กล่าวว่าหลังจากพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ เปิดให้ประชาชนร่วมลงนามแสดงความไว้อาลัย ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติสิริกาญจนทักษิณ เขตพระราชฐานชั้นนอก ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา มีประชาชนทั้งในพื้นที่จ.นราธิวาส และใกล้เคียงเดินทางมาลงนามแสดงความไว้อาลัยในสมุดหลวงอย่างต่อเนื่อง ด้วยต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

รถตู้ชลบุรีรับ-ส่งฟรี
ขณะที่จ.อุตรดิตถ์ ที่ศาลาการเปรียญวัดโพธิบัลลังก์ ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ พระพรหมเมธี กรรมการมหาเถรสมาคม รักษาการเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ เป็นประธานในพิธีสืบชะตาแบบล้านนาของชาวลับแล ด้วยการใช้ไม้ค้ำมงคลประกอบเป็นซุ้มกระโจม 3 เหลี่ยม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ 9 และบุคคลอันเป็นที่รักได้ล่วงลับไปแล้ว โดยมีชาวบ้านกว่า 300 คน เข้าร่วมพิธีที่สืบทอดกันมานานกว่า 100 ปี ขณะที่เทศบาลตำบลลำลูกกา จ.ปทุมธานี จัดพิธีทอดกฐินทางน้ำโดยเรือ 40 ลำ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลโดยล่องเรือจากคลองหกวาลำลูกกา หน้าที่ทำการอำเภอลำลูกกาไปที่วัดธัญญะผล และวัดนังคัลจันตรี ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร
สำหรับที่จ.ชลบุรี ประชาชนถือพระบรมฉายาลักษณ์ มานั่งรอตั้งแต่เช้ามืด บริเวณหน้าห้างเทสโก้ โลตัส สาขาพัทยาใต้ เพื่อขึ้นรถตู้ของกลุ่มรถร่วม บขส.(จ) กรุงเทพฯ-พัทยา สาย 48 ที่รวมตัวกันจัดให้บริการรับ-ส่ง เที่ยวพิเศษสำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทางไปยังท้องสนามหลวง เพื่อร่วมลงนามแสดงความไว้อาลัย โดยไม่คิดค่าบริการ
