อุบลราชธานี อดีตช่างภาพตามเสด็จ น้อมถวายความอาลัย สมเด็จพระพันปีหลวง พร้อมบอกเล่า ความประทับใจ ครั้งตามเสด็จ ปฏิบัติพระราชกรณีกิจ เพื่อประชาชนชาวไทย สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทรงพระเมตตา จะจดจำพระราชจริยวัตรอันงดงาม พระองค์ท่าน ตลอดไป
27 ต.ค. 68 – นายปัญญา แพงเหล่า ข้าราชการบำนาญ อดีตรับหน้าที่ เป็นช่างภาพ ตามเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เปิดเผยความความทรงจำและความประทับใจในการตามเสด็จแต่ละครั้งว่า
ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา ตนมีโอกาส ได้ตามเสด็จพระองค์ท่านหลายครั้ง เมื่อปี 2519 ช่วงนั้นเรียน ปวช. ตนมีกล้องถ่ายรูปแล้ว ตนได้โอกาสเฝ้ารับเสด็จที่ทุ่งศรีเมือง มีโอกาสได้บันทึกภาพในการประกอบพิธีเปิดศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลราชธานี
ภาพที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจิมศาลหลักเมือง ตนเองเป็นผู้ที่บันทึกภาพด้วยตัวเอง และได้ส่งภาพให้กับสำนักราชเลขาฯ หอจดหมายเหตุเก็บเอาไว้ และยังติดไว้ที่ศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลราชธานีถึงทุกวันนี้
ต่อมาในปี พ.ศ.2536 ตนได้รับมอบหมายให้เป็นช่างบันทึกภาพ ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพ หลวงปู่ชาสุภัทโท ณ วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี และออกติดตามพระราชกรณียกิจ ในพื้นที่ชายแดน โรงเรียนต่างๆ เช่น ศูนย์ศิลปาชีพบ้านยางน้อย ศูนย์ศิลปาชีพที่อำเภอบุณฑริก ศูนย์ศิลปาชีพอำเภอโขงเจียม ซึ่งภาพเหล่านี้บางส่วนก็ได้บันทึกภาพไว้ ส่วนหนึ่งที่ยังอยู่ในความทรงจำและก็น้อมสำนึกในพระมหาคุณอย่างสูง
เรื่องความประทับใจ ตนจดจำพระราชจริยวัตรอันงดงาม พระองค์เสด็จ ที่บุญฑริก ตอนนั้นตนอยู่ห่างจากพระองค์ประมาณ 5 เมตร ได้รับฟังพระองค์ตรัสกับประชาชนด้วยความนุ่มนวล อ่อนหวาน โดยเฉพาะพระองค์ท่าน ชอบตรัสสอบถามประชาชนว่า เรื่องผ้าไหมทอมือ “นี่ทำยังไง เลี้ยงหม่อนไหมยังไง แล้วเอาไปขายยังไง และใครรับซื้อบ้าง”
มีคำ 1 ที่จำได้ พระองค์ท่าน บอกว่า “เดี๋ยวจะดูแลให้” อันนี้ทำน้ำตาแทบไหล
เพราะเห็นพระองค์พูดกับประชาชน ไม่ถือพระองค์ เราก็เป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย ได้มีโอกาสได้รับใช้เบื้องยุคลบาท ได้บันทึกภาพตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา จึงมีความ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ท่าน ได้มีเมตตากับชาวอุบลราชธานี และพี่น้องชาวไทย
นายปัญญา ยังกล่าวอีกว่า ทราบข่าวสมเด็จพระพันปีหลวงเสด็จสวรรคต ตนก็รู้สึกเสียใจ เพราะว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พวกเราได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมนำพระราชโครงการพระราชดำริต่างๆ มาปฏิบัติ ไม่ว่าทั้งส่วนตัว ทั้งส่วนราชการ แล้วก็ขยายผลไปยังประชาชน จึงทำให้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณว่า ครั้งหนึ่งเราก็เคยเฝ้ารับเสด็จ และใกล้ชิด และอีกหลายครั้งก็เฝ้ารับเสด็จตามวาระต่างๆ ก็รู้สึกเสียใจมาก
“จะจดจำพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน อยู่ในจิตใจของเราตลอดไป และจะน้อมนำปณิธานต่างๆ รวมทั้งโครงการต่างๆ ไปขยายผลให้กับพี่น้องประชาชน และเผยแพร่พระเกียรติคุณของท่านที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดไป”