นครราชสีมา “กำปั่น บ้านแท่น” ศิลปินแห่งชาติ ร่วม “แม่กาเหว่า โชคชัย” หมอเพลงชื่อดัง โชว์ฝีมือ 1 นาที แต่งเพลงโคราช ถวายความอาลัย “พระพันปีหลวง” น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ บทเพลงนี้ เกิดขึ้นจากหัวใจภักดี รำลึกพระเมตตา “แม่หลวงของแผ่นดิน”
28 ต.ค. 68 – วงการเพลงพื้นบ้านโคราช ร่วมแสดงความอาลัยต่อการสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดย นายกำปั่น นิธิวรไพบูลย์” หรือ “กำปั่น บ้านแท่น” ศิลปินเพลงโคราช หรือ ศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช 2564 สาขาศิลปะการแสดง (เพลงโคราช) พร้อม แม่กาเหว่า โชคชัย หมอเพลงชื่อดัง
ได้ร่วมกันแต่งเพลงโคราช ถวายอาลัย พระองค์ท่าน โดยใช้เวลาแต่งคำร้องเพียง 1 นาที ซึ่งสะท้อนถึงความอาลัยรัก และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
บางส่วนของบทเพลง ระบุว่า “ยี่สิบเอ็ดนาฬิกา ยี่สิบเอ็ดนาที วันที่ยี่สิบสี่…เอย อนาทร ตรงกะเดือนตุลาคม ต้องหยุดชมหนังละคร ดูข่าวในพระราชสำนัก… ราชินีจักรีวงศ์ ท่านลอยวับกลับสวรรค์…” พ
ร้อมถ่ายทอดความรู้สึกสูญเสีย ดุจดั่งแสงจันทร์ที่ลาลับ และเปรียบการเสด็จสู่ทิพยวิมานของพระองค์ท่าน เป็นการคืน สู่สรวงสวรรคาลัย ด้วยพระเกียรติแห่งพระบารมี
นายกำปั่น บ้านแท่น เปิดเผยว่า บทเพลงนี้ เกิดขึ้นจากหัวใจภักดี ต่อ แม่หลวงของแผ่นดิน แม้จะใช้เวลาเพียง 1 นาทีในการแต่ง แต่เต็มเปี่ยมด้วยความรำลึกถึงพระเมตตา พระองค์ทรงเป็นเสมือนมารดาของพสกนิกรไทย และเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินพื้นบ้านทุกหมอเพลงสืบสานศิลปะวัฒนธรรมบ้านเกิด
“ในนามศิลปินแห่งชาติ และตัวแทนพี่น้องชาวโคราช ขอน้อมกราบถวายอาลัยครั้งสุดท้าย และเชิญชวนประชาชนตั้งใจทำความดี แทนการแสดงความรู้สึกสูญเสีย ด้วยการน้อมรำลึกถึง พระองค์ท่าน อยู่ในดวงใจตราบนิจนิรันดร์”
นอกจากนี้ ยังรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ พระองค์ท่าน เคยมอบโล่พระราชทาน แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ด้านโครงการเศรษฐกิจพอเพียง และรางวัลเทพทอง ซึ่งถือเป็นเกียรติอันสูงสุด แก่ศิลปินพื้นบ้านชาวโคราช โดยหาที่สุดมิได้
ด้าน นายพรชัย ห้วยแถลง ตัวแทนสมาคมเพลงโคราช กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากประกาศสำนักพระราชวังออกมา สมาคมฯ ได้แจ้งให้หมอเพลงทุกคณะสวมชุดดำทุกการแสดง พร้อมปรับเปลี่ยนรายการแสดง โดยเพิ่มเพลงเทิดพระเกียรติและบทเพลงไว้อาลัย เพื่อร่วมถวายความอาลัย และเชิดชูพระเกียรติ สมเด็จพระพันปีหลวง อย่างสมพระเกียรติ
ส่วนบรรยากาศ ในวงการเพลงพื้นบ้านโคราช เต็มไปด้วยความโศกเศร้า แต่แฝงด้วยความภาคภูมิใจ ที่ได้เกิดใต้ร่มพระบารมีของ “แม่หลวงของแผ่นดิน”