คดี ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ กลายเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก ประการหนึ่งเพราะมีเหยื่อและมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก อีกประการคือมีทั้งดารา นักร้อง คนดังมากมายเข้าไปมีเอี่ยวได้รับการโปรโมตว่าเป็นผู้บริหาร ซึ่งเหยื่อจำนวนมากพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าที่ร่วมลงทุนก็เพราะเชื่อใจดารา นักร้อง เหล่านี้

นาทีจับนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล บอสพอล
ไม่เพียงแค่นั้นการดำเนินคดียังกลายเป็นการกระชากหน้ากาก ธาตุแท้ของนักร้องเรียน นักการเมืองบางคน จนถูกตั้งข้อหา โดนจับกุมเข้าไปนอนอยู่ในคุกกันเป็นแถว
★ แห่ร้องเอาผิด‘ดิ ไอคอนกรุ๊ป’
กระแสข่าวความไม่ชอบมาพากลของการดำเนินธุรกิจของ ‘ดิ ไอคอนกรุ๊ป’ เริ่มปรากฏตามสื่อต่างๆ มาเป็นระยะ แต่มาเปิดเผยจริงจังเมื่อต้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมาภายหลังบริษัทจัดงานใหญ่ เจาะลึก กลยุทธ์ธุรกิจออนไลน์ โอกาสครั้งสำคัญในการพลิกชีวิตกับสุดยอด ผู้บริหาร โดย นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ ‘บอสพอล’ เจ้าของบริษัท ขึ้นเวทีแนะนำดาราดังว่าเป็นผู้บริหารของบริษัท มี ‘บอสกันต์’ กันตถาวร Chief Marketing Officer (CMO) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด, ‘บอสแซม’ ยุรนันท์ ภมรมนตรี ดำรงตำแหน่ง Chief Research Officer (CRO) ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์, บอสมิน -พีชญา วัฒนามนตรี ดำรงตำแหน่ง Chief Communi cation Officer ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร พร้อมดาราดังมากมายที่ตบเท้าเป็นพรีเซ็นเตอร์ ทั้ง บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, โดม ปกรณ์ ลัม ฯลฯ

ป้ายโฆษณาสินค้า
หลังจากนั้นมีผู้เสียหายหลายรายรวมกลุ่มร้องเรียนไปยังเพจดัง และรายการทีวีต่างๆ อ้างถูกบริษัทหลอกลงทุนธุรกิจให้สั่งซื้อสินค้าไปขาย แต่ไม่มีของให้ บางรายขายไม่ได้ต้องกินเอง บางรายเครียดถึงขั้นคิดสั้นก็มี
พล.ต.อ.กิตติรัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งตั้งศูนย์รับแจ้งความที่กองปราบฯ มี พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นหัวหน้ากำกับดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมกับสั่งการไปยังสถานีตำรวจทั่วประเทศให้รับแจ้งความในคดีดังกล่าว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เสียหายไม่ต้องเดินทางมาให้เสียเงินเสียเวลา ซึ่งมีผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความมากกว่า 10,000 ราย
บรรดาเหยื่อให้การตรงกันว่า ลงสมัครคอร์สเรียนขายของออนไลน์ในราคาเริ่มต้น 98 บาทขึ้นไป เพื่อหวังเป็นช่องทางหารายได้เสริมและอาจทำเป็นอาชีพจริงๆ แต่เมื่อเริ่มเรียนพบว่าในคอร์สดังกล่าวมีการเสนอแผนการลงทุนให้เปิดบิลซื้อของกับทางบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป ด้วย โดยมีระดับการเปิดบิลเริ่มต้นตั้งแต่ 2,500-250,000 บาท และสุดท้ายขายสินค้าไม่ได้ หัวหน้าทีมก็จะให้หาลูกทีมมาเพิ่มเพื่อเปิดบิลใหม่อีก

18 บอสโดยหมายจับ
★ ปฏิบัติการจับ 18 บอส
หลังเป็นข่าวบรรดาบอสดิไอคอน และดาราที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดต่างดาหน้ากันออกมาชี้แจงพร้อมเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ.เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ แต่สุดท้ายแล้วทั้งคลิปการขึ้นเวทีชักชวนคน และเส้นทางการเงินก็มัดจนศาลอนุมัติหมายจับบอสดิไอคอนทั้ง 18 ราย รวมทั้ง แซมยุรนันท์, มิน พีชญา และ กันต์ กันตถาวร

แซม-กันต์-มีน-หมอเอกถูกนำฝากขัง
ส่วนทางด้าน ‘บอสพอล’ พบตำรวจ ปคบ. เมื่อ วันที่ 12 ต.ค. ระบุว่า ดิไอคอนไม่ใช่ธุรกิจขายตรง แต่จดทะเบียนกับ สคบ. ในรูปแบบ “ธุรกิจตลาดแบบตรง” เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มช็อปปิ้งออนไลน์ต่างๆ และโยนว่าการเน้นหาลูกทีมมากกว่าขายของเป็นกลยุทธ์ของตัวแทนจำหน่ายแต่ละคนที่ทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนดาราทั้ง 3 คนไม่ได้เป็นผู้บริหาร แต่มีรายได้เป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย
นอกจากตำรวจจะรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีแล้ว พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ส่งข้อมูลให้ ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อเอาผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน ก่อนที่ในวันที่ 15 ต.ค. ปปง. มีคำสั่งอายัดเงินฝากและทรัพย์สินของเหล่าบอส และอายัดบัญชีของ ดิ ไอคอนกรุ๊ป
วันที่ 16 ต.ค. พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการพนักงานสอบสวน บก.ปคบ. นำพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับบรรดาบอสดิไอคอน จำนวน 18 คน ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ” ประกอบด้วย 1. นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล 2. น.ส.ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร หรือ บอสปัน 3.นายฐานานนท์ หิรัญไชยวรรณ หรือ บอสหมอเอก 4.น.ส.นัฐปสรณ์ ฉัตรธนสรณ์ บอสสวย 5.น.ส.ญาสิกัญจณ์ เอกชิสนุพงศ์ บอสโซดา 6.นายนันท์ธรัฐ เชาวนปรีชา บอสโอม 7.นายธวิณทร์ภัส ภูพัฒนรินทร์ บอสวิน 8.นายหัสยานนท์ เอกชิสนุพงศ์ บอสป๊อป 9.นายยุรนันท์ ภมรมนตรี บอสแซม 10.นายกันต์ กันตถาวร หรือ บอสกันต์ 11.น.ส.พิชญา วัฒนามนตรี หรือ บอสมิน 12.นางวิไลลักษณ์ เจ็งสุวรรณ บอสออย 13.นายจิรวัฒน์ แสงภักดี 14.นายธนะโรจน์ ธิติจริยาวัชร์ หรือ บอสอ๊อฟ 15.นายเชษฐ์ณภัฎ อภิพัฒนากานต์ หรือ บอสทอมมี่ 16.น.ส.เสาวภา วงษ์สาขา หรือ บอสอูมมี่ 17.น.ส.กนกธร ปูรณะสุคนธ์ หรือ บอสแม่หญิง และ 18.นาย กลด เศรษฐนันท์ หรือ บอสปีเตอร์
★ บอสพอลเช็กบิลนักร้อง(เรียน)
หลังส่งทั้ง 18 บอสเข้าไปนอนในเรือนจำเป็นที่เรียบร้อย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ก็สั่งการให้เร่งสอบสวนเอาผิดกลุ่มผู้ต้องหาในล็อต 2 ซึ่งส่วนใหญเป็นคนใกล้ชิดบอสพอล ไม่ว่าจะเป็นบอส โค้ช แม่ข่ายหรือพนักงาน หากพบความผิดก็จะดำเนินคดีทั้งหมด ส่วนผู้มาแจ้งความก็จะคัดกรอง เพื่อป้องกัน ผู้ร่วมกระทำความผิดมาสวมรอยเป็นผู้เสียหาย โดยจะวิเคราะห์พฤติกรรมทุกรายให้รอบคอบรัดกุม

ยึดรถหรูบอส ดิไอคอน
ขณะที่การติดตามตรวจยึดอายัดทรัพย์สินของเหล่าบอสและบุคคลใกล้ชิด มีทั้งเงินสด บ้าน-ที่ดิน รถซูเปอร์คาร์ รถสปอร์ต รถยนต์หรู มากกว่า 30 คัน กระเป๋า นาฬิกาแบรนด์เนม เครื่องประดับ อาวุธปืน หลายร้อยรายการ รวมแล้วหลายร้อยล้านบาท

นาฬิกาหรูที่ส่อว่าจะเป็นของปลอม
คดีนี้ยังแตกประเด็นออกไปอีก เมื่อเพจดังแฉคลิปเสียงสนทนาระหว่างบอสพอลกับนักการเมืองคนหนึ่ง เรื่องส่วยที่จ่ายให้กับเทวดาอารักษ์ ที่ดูแล 4 หน่วยงานได้แก่ สคบ., ปคบ, สอท. และดีเอสไอ ระบุว่าหากพอลจ่ายเพิ่มจากเดือนละแสนจะทำอะไรก็ได้ ก่อนจะถูกเปิดโปงว่าคือ นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช นักการเมืองพรรคใหญ่พรรคหนึ่ง จนสุดท้ายเจ้าตัวกับมารดาต้องเข้าไปนอนอยู่ในคุก
ขณะที่หลังบอสพอลเข้าไปอยู่ในคุก เจ้าตัวก็เริ่มแฉกลับบรรดานักร้องเรียนต่างๆ ทั้ง น.ส.กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ หรือ พัช ประธานอำนวยการศูนย์ประสานงานส่งเสริมเครือข่าย-ออนไลน์ ที่ถูกแจ้งความว่า ตบทรัพย์บอสพอล 10 ล้านบาท โดยมีคลิปเป็นหลักฐาน

พระเอกฟิล์ม-รัฐภูมิ-โตคงทรัพย์-มอบตัวกองปราบ
★ พระเอก‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ก็ไม่รอด
รายต่อมาที่บอสพอลเช็กบิลก็คือพระเอก ‘ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์’ ที่ถูกแฉคลิปว่า ฟิล์ม รัฐภูมิ, พัช กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ และ บอสปัน ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร ที่มีการเจรจาพูดคุยกัน โดยทั้งฟิล์มและพัชพูดคุยกับบอสปัน เพื่อจะให้บอสพอลมาออกรายการโหนกระแส แต่มีค่าใช้จ่ายในการออกรายการ 20 ล้านบาท และในรายการหนุ่มจะพูดเพื่อหาทางลงให้บอสพอล โดยจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง
ไม่เพียงแค่นั้น ‘หนุ่ม กรรชัย’ ยังแฉคลิปเสียงที่กฤษอนงค์คุยกับบอสพอล อ้างชื่อ รมต.น้ำ จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลการทำงานของ สคบ. ว่าจะให้ตนเข้าไปดูแล รับตำแหน่งที่มีอำนาจในการจัดการธุรกิจขายตรง ในการจัดประชุม สคบ. ทั้งหมด แต่ผลงานมันจะเป็นของรัฐมนตรีน้ำ เงินเดือนที่ได้มาต้องเอาให้พ่อของรัฐมนตรีน้ำ

ตำรวจกองปราบฯ บุกจับ เจ๊พัช กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์
เจออ้างชื่อแบบตรงๆ เช่นนี้เป็นใครก็ต้องควันออกหู รมต.น้ำสั่งดำเนินคดีแจ้งเอาผิดกฤษอนงค์ ส่วนพระเอกฟิล์ม ก็เปิดแถลงข่าวว่า ตนเป็นแค่บริษัทที่เข้าไปรับงานกับผู้ว่าจ้างงาน เมื่อจ้างงานเรามา ก็รับงานตรงนั้น แต่สุดท้ายไม่ได้มีการว่าจ้างกัน
กระทั่งวันที่ 2 ธ.ค. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. เปิดเผยความชัดเจนในการดำเนินคดีกับฟิล์ม ว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย. พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามได้ไปขอศาลอาญาอนุมัติหมายจับ ‘ฟิล์ม’ แต่ศาลไม่อนุมัติ โดยพิจารณาให้ออกเป็นหมายเรียกแทน เพราะศาลมองว่าเป็นข้อหา “ฉ้อโกง” ไม่ใช่ “พยายามกรรโชกทรัพย์” ตามที่พนักงานสอบสวนยื่นขอ ไปก่อนที่เจ้าตัวจะเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อหา

ตำรวจจับกุมนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช
ขณะที่บอสพอลยังมอบหมายให้นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความ นำหลักฐานเข้ามาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ในข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งหลักฐานดังกล่าวคือสำนวนที่เป็นบันทึกเสียงการสนทนาของทนายตั้มที่เรียกรับเงินจำนวน 7.5 ล้านบาท จากบอสดิไอคอนกรุ๊ป อ้างว่าจะนำไปเคลียร์กับกลุ่มผู้เสียหาย จำนวน 85 คน ตามที่มีแช็ตบทสนทนาออกมาผ่านทางโซเชี่ยล
คดีดิไอคอนกรุ๊ปถูกโอนให้ดีเอสไอรับช่วงต่อ ก่อนที่เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอนำแถลงสรุปสำนวนส่งฟ้องรวดทั้ง 18 บอส ใน 4 ข้อหา ทั้งฉ้อโกง ผิดพ.ร.บ.คอมพ์ กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน (แชร์ลูกโซ่) และทำผิดกม.ขายตรง ก่อนที่พนักงานสอบสวนดีเอสไอจะหอบ เอกสารมากกว่า 300,000 แผ่น ส่งต่อให้อัยการดำเนินการต่อในวันที่ 23 ธ.ค. เบื้องต้นสรุปว่าความเสียหายมากกว่า 1,644 ล้านบาท และจำนวนผู้เสียหายทั้งหมด 7,875 ราย
ในทางคดียังต้องต่อสู้กันอีกนาน แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการเร่งติดตามยึดทรัพย์ เพื่อนำกลับมาเยียวยาให้กับผู้เสียหาย!!