บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ยกระดับมาตรฐานก่อสร้าง เปิด “The Living Lab” ใช้ไซต์งานจริงเป็นห้องทดลอง เก็บข้อมูล–วัดผล–พัฒนากระบวนการ ลดของเสียที่ต้องส่งกำจัดจากเป้าหมาย 3,300 ตัน เหลือ 2,000 ตัน หรือลดได้ 39% พร้อมเดินหน้าขยายองค์ความรู้สู่ทุกโครงการทั้งแนวราบและอาคารสูง

อุตสาหกรรมก่อสร้างกำลังเผชิญโจทย์ใหม่ที่ไม่ได้วัดกันเพียงคุณภาพและความปลอดภัยของอาคาร แต่ยังรวมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การลดของเสีย และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องปรับกระบวนการทำงานตั้งแต่ต้นทาง

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) จึงนำแนวคิด “The Living Lab” มาใช้เป็นแนวทางยกระดับกระบวนการก่อสร้าง โดยเปลี่ยนไซต์งานจริงให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ เก็บข้อมูล วิเคราะห์ และวัดผลจากการก่อสร้าง ก่อนนำผลลัพธ์กลับมาปรับปรุงวิธีการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากโครงการศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย–พัฒนาการ เป็นต้นแบบ ก่อนเตรียมขยายผลไปยังโครงการของบริษัททั้งแนวราบและอาคารสูง

ผลลัพธ์สำคัญที่สะท้อนประสิทธิภาพของแนวทางดังกล่าว คือการบริหารจัดการของเสียจากการก่อสร้าง โดยโครงการตั้งเป้าควบคุมของเสียที่ต้องส่งกำจัดตลอดการก่อสร้างไม่เกิน 3,300 ตัน แต่สามารถบริหารจัดการได้จริงประมาณ 2,000 ตัน หรือต่ำกว่าเป้าหมายถึง 39% สะท้อนว่าการปรับกระบวนการก่อสร้างสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง โดยยังคงมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัย

นายกิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า The Living Lab ไม่ใช่เพียงโครงการทดลอง แต่เป็นวิธีการทำงานที่เปิดโอกาสให้บริษัทเรียนรู้จากการก่อสร้างจริง ทุกขั้นตอนมีการเก็บข้อมูล วัดผล และนำผลลัพธ์กลับมาพัฒนากระบวนการอย่างต่อเนื่อง

“เป้าหมายไม่ใช่เพียงการสร้างอาคารที่มีคุณภาพ แต่ต้องยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างให้มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยไม่ลดทอนคุณภาพ ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นของลูกบ้าน”

ลดของเสียตั้งแต่ต้นทาง

หนึ่งในแนวทางสำคัญของ The Living Lab คือการตั้งโจทย์ว่า จะทำอย่างไรให้ของเสียจากการก่อสร้างเหลือน้อยที่สุด ทั้งการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่และการเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือใช้ ภายใต้มาตรฐานวิศวกรรมและความปลอดภัย

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการนำเศษหัวเสาเข็มเจาะกว่า 1,200 ตัน กลับมาใช้เป็นกำแพงกันดิน รวมถึงการนำเศษคอนกรีตมาพัฒนาเป็นวัสดุสำหรับงานภูมิทัศน์และแผ่นพื้นทางเดิน และการแปรรูปเศษอิฐมวลเบาเป็นวัสดุผสมดินปลูก ช่วยลดทั้งการใช้ทรัพยากรใหม่และปริมาณวัสดุที่ต้องนำไปกำจัด

ขณะเดียวกัน ศุภาลัยยังมุ่งลดของเสียตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบและก่อสร้าง โดยพัฒนาวิธีทำงานที่ใช้วัสดุได้แม่นยำขึ้น เช่น การออกแบบระบบท่อดับเพลิงที่ช่วยลดความยาวรอยเชื่อม 67% การใช้ข้อต่ออานม้าในระบบท่อ PPR ช่วยลดจำนวนรอยต่อ 67% และการออกแบบแผ่นฝ้าให้เหมาะสมกับพื้นที่ติดตั้ง ช่วยลดเศษวัสดุจากการตัดแต่งได้ 30%

ดัน Circular Materials ใช้ทรัพยากรให้คุ้มทุกชิ้น

นอกจากการลดและนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ บริษัทยังพัฒนาแนวคิด Circular Materials เพื่อยืดอายุการใช้งานของวัสดุ เช่น การนำเศษท่อ PVC กลับมาใช้ในงานระบบ การใช้หัวอุด Anchorage แบบใช้ซ้ำ การใช้พาเลทพลาสติกหมุนเวียนแทนพาเลทไม้ และการนำเศษแผ่นยิปซัมเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล

ผลจากการดำเนินงานสามารถนำเศษยิปซัมไปผลิตเป็นแผ่นยิปซัมใหม่ได้กว่า 1,200 แผ่น ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่ประมาณ 2.4 ตัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 3,000 tCO₂e

ทั้งนี้หัวใจของ The Living Lab ไม่ใช่การมีนวัตกรรมจำนวนมาก แต่คือ “ผลลัพธ์ที่วัดได้” เพราะทุกแนวทางที่นำมาใช้ต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่าสามารถลดการใช้ทรัพยากร ลดของเสีย และต่อยอดเป็นมาตรฐานการก่อสร้างที่ดีขึ้นได้

จากโครงการต้นแบบ ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย–พัฒนาการ บริษัทมีเป้าหมายนำองค์ความรู้และผลลัพธ์จาก The Living Lab ไปขยายผลสู่ทุกโครงการ พร้อมพัฒนาตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

สำหรับศุภาลัย แนวคิดเรื่องความยั่งยืนจึงไม่ได้เริ่มต้นหลังอาคารสร้างเสร็จ แต่เริ่มตั้งแต่การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ ไปจนถึงทุกขั้นตอนของการก่อสร้าง เพื่อส่งมอบที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ พร้อมลดผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม และสังคมในระยะยาว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน