โฆษกรัฐบาล เตือนอีกครั้งได้ไม่คุ้มเสีย หากฉวยโอกาส “คนละครึ่งพลัส” ขายสินค้าเกินราคา ฟันแรง ปรับไม่เกิน 140,000 บาท จำคุกไม่เกิน 7 ปี

เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีในโลกโซเซียลได้มีการแชร์ข้อความร้านค้าขึ้นป้ายราคาสินค้า โดยระบุว่า “เงินสด 159 คนละครึ่ง 169” ซึ่งมีส่วนต่างราคาสินค้า จำนวน 10 บาทนั้น

กระทรวงพาณิชย์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว พบเป็นร้านค้ารายย่อยขนาดเล็กแห่งหนึ่ง โดยได้ตักเตือนและให้นำป้ายสินค้าออกแล้ว พร้อมกำชับให้ขายสินค้าตามราคาจริง หากฝ่าฝืนอีก จะต้องถูกดำเนินคดี พร้อมถูกตัดสิทธิจากโครงการคนละครึ่งพลัส รวมถึงโครงการอื่น ๆ ของรัฐบาลในอนาคตด้วย

ขอย้ำเตือนร้านค้า ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ให้จำหน่ายสินค้าในราคาเดียวกันทั้งกรณีชำระด้วยเงินสด และชำระผ่านสิทธิคนละครึ่งโทษ และไม่มีเหตุผลที่ต้องทำ เนื่องโครงการก็ไม่ได้มีการส่งข้อมูลภาษี ให้นำมาใช้เป็นข้ออ้าง

หากผ่าฝืนมีความผิดตาม พ.ร.บ.กำกับดูแลสินค้าและบริการพ.ศ. 2542 ในการติดป้ายแสดงราคาหากพบการกระทำความผิดปรับไม่เกิน 10,000 บาท และการฉวยโอกาสหรือบิดเบือนราคา โทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นการขายเกินราคาจริง หรือ การกระทำใด ๆ ที่ฝ่าฝืนผิดวัตถุประสงค์โครงการ ขอให้แจ้งมาที่สายด่วน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ โดยขอให้ระบุสถานที่ที่กระทำความผิด กรมการค้าภายใน พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบทันที เพื่อไม่ให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น

พร้อมกันนี้ ขอให้ผู้ประกอบการรายย่อยปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการฯ ให้ถูกต้อง ไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ซึ่งโครงการ “คนละครึ่งพลัส” รัฐบาลมุ่งลดรายจ่ายให้ประชาชน ส่งเสริมให้มีกำลังจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และสร้างรายได้แก่ร้านค้ารายย่อย นำไปสู่การกระตุ้นและพื้นฟูเศรษฐกิจไทยต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน