ผู้เชี่ยวชาญเตือน เช็กด่วน! หาก “หม้อหุงข้าว” มีลักษณะ 4 อย่างนี้ แนะนำให้ทิ้งทันที อย่าเสียดาย เพราะเสี่ยงปนเปื้อนสารพิษ สะสมเข้าร่างกายไม่รู้ตัว
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 รายงานจากสื่อต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญงานบ้านเตือนว่า หากบริเวณด้านในของ “หม้อหุงข้าว” เกิดความเสียหาย ควรรีบเปลี่ยนทันที เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการได้รับสารอันตรายจากการเสื่อมสภาพของสารเคลือบภายในหม้อ
โดยผู้เชี่ยวชาญเผยว่า หม้อหุงข้าวไฟฟ้าส่วนใหญ่มีการเคลือบสารป้องกันการข้าวติดหม้อ แต่เมื่อใช้งานไปนาน ๆ อาจเกิดรอยขีดข่วนหรือการหลุดลอกของสารเคลือบ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงได้ โดยหากพบ 4 อาการสำคัญ ได้แก่
- รอยขีดข่วน
- การหลุดลอก
- การเปลี่ยนสี
- พื้นผิวผิดปกติเป็นลอนหรือเป็นหลุม
หากมีลักษณะ 4 ข้อดังที่กล่าวไปข้างต้น ให้เปลี่ยนหม้อใหม่ทันที เพราะโครงสร้างสารเคลือบอาจเสียหายและปลดปล่อยสารที่เป็นอันตรายเมื่อถูกความร้อน

ภาพประกอบ
โดยระบุว่า ปัจจุบันสารเคลือบหม้อบางชนิดอาจมีส่วนผสมของ “กรดเพอร์ฟลูออโรออกทาโนอิก” (PFOA) ซึ่งภายใต้อุณหภูมิการหุงข้าวปกติประมาณ 100 องศาเซลเซียสยังอยู่ในระดับปลอดภัย แต่หากมีการให้ความร้อนสูงเป็นเวลานาน หรือปล่อยให้หม้อแห้งและไหม้ สารเคลือบอาจเสื่อมสภาพและปล่อยสารเคมีออกมาได้
ทั้งนี้ PFOA เมื่อถูกให้ความร้อนถึงประมาณ 327 องศาเซลเซียส มีโอกาสละลายออกและอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น ทำลายตับ หรือรบกวนระบบต่อมไร้ท่อ โดยจากข้อมูลของสำนักงานวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) จัดให้สารชนิดนี้อยู่ในกลุ่ม 2A คือ “อาจก่อมะเร็งในมนุษย์” แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าทำให้เกิดมะเร็งในคน แต่ก็แนะนำให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือสูดดมสารที่ปล่อยออกมาเมื่อถูกความร้อนสูง
ผู้เชี่ยวชาญยังย้ำว่า สภาพของหม้อชั้นในเป็นสิ่งสำคัญ หากพบความเสียหาย 4 ลักษณะดังกล่าว ไม่ควรฝืนใช้งานต่อ เพราะสารที่ถูกปล่อยออกมาอาจเป็นอันตรายหลายรูปแบบต่อร่างกาย พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ช้อนโลหะหรือแปรงลวดทำความสะอาดเพื่อป้องกันการขูดขีด และควรใช้ไฟระดับอุ่นถึงกลางเพื่อยืดอายุการใช้งานของหม้อและรักษาความปลอดภัยของผู้บริโภค
พร้อมทิ้งท้ายว่า อย่าประหยัดผิดที่ หากหม้อหุงข้าวเริ่มเสื่อมสภาพควรเปลี่ยนใหม่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อสุขภาพของคนในครอบครัว
ที่มา ettoday