เข่าติด อาจไม่ใช่ข้อเสื่อม แพทย์เผยอาจเป็น ภาวะกล้ามเนื้อน้อย เปิด 5 สัญญาณ พร้อมแนะการทดสอบง่าย ๆ
หลายคนเมื่อรู้สึกว่า “หัวเข่าติด ๆ ขัด ๆ” มักคิดว่าเป็นสัญญาณของความเสื่อมตามวัยหรือข้อเข่าเสื่อม แต่ นพ.จาง เจียหมิง หัวหน้าหน่วยพันธุศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลไทเปร่งจง เผยผ่านเฟซบุ๊กว่า จากงานวิจัยล่าสุดพบว่า ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมประมาณ 26% มีภาวะซาร์โคพีเนียหรือภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) ร่วมด้วย ซึ่งหมายความว่าอาการเข่าอาจเกิดจาก “กล้ามเนื้อไม่พอรับน้ำหนัก” ไม่ใช่แค่ข้อเสื่อมเสมอไป
แพทย์แนะนำการทดสอบง่าย ๆ เพื่อคัดกรองภาวะกล้ามเนื้อน้อยเบื้องต้น คือ “ลองลุก–นั่ง 5 ครั้งติดต่อกัน โดยไม่ใช้มือพยุงตัว” หากทำไม่ได้หรือทำได้ยาก ถือเป็นสัญญาณเตือนว่ากล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรง

งานวิจัยชี้: ยิ่งข้อเสื่อมรุนแรง ความเสี่ยงกล้ามเนื้อน้อยยิ่งสูง งานวิจัยที่ตีพิมพ์เดือนพฤศจิกายน ปีนี้ในวารสารนานาชาติ Journal of Orthopaedic Surgery and Research วิเคราะห์ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมกว่า 13,000 ราย พบว่า
- ระดับข้อเข่าเสื่อมยิ่งรุนแรง ความเสี่ยงของภาวะกล้ามเนื้อน้อยยิ่งสูง
- ผู้ที่มีข้อเสื่อมระดับ 4 (รุนแรงที่สุด) สูงถึง 26%ที่มีภาวะกล้ามเนื้อน้อยร่วมด้วย
- ผู้หญิงพบมากกว่าผู้ชาย
- ชาวเอเชียพบมากกว่ากลุ่มยุโรป–อเมริกา
- ผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุนและเบาหวานต้องระวังเป็นพิเศษ
5 สัญญาณร่างกายที่บอกว่า “อาจกำลังมุ่งหน้าไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อน้อย” นพ.จางระบุว่า หากมีอาการต่อไปนี้ซ้ำ ๆ เป็นสัญญาณว่า “กล้ามเนื้อกำลังลดลง”
1. เวลาลุกจากเก้าอี้ต้องใช้มือดันช่วย
2. เดินขึ้น–ลงบันไดแล้วรู้สึก ต้นขาไม่มีแรง เข่าอ่อน
3. เดินเพียง 5 นาที ขาเริ่มล้า เท้าเริ่มลาก
4. กางเกงตัวเดิมกลับหลวมบริเวณต้นขา
5. นั่งนาน ๆ แล้วลุกขึ้นมา ขาสั่นหรือทรงตัวยาก

หากมีหลายข้อ แสดงว่ากล้ามเนื้อกำลังลดลง และเข่าต้องรับภาระมากขึ้น ต้องทำอย่างไรเพื่อป้องกันเข่าเสื่อมและเพิ่มกล้ามเนื้อ? แพทย์แนะนำว่า การป้องกันข้อเข่าเสื่อม ต้องเริ่มจาก “เรียกกล้ามเนื้อกลับมา” โดยระบุว่า
คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ มีความเสี่ยงกล้ามเนื้อน้อย “ต่ำกว่า” คนที่นั่งนานไม่ค่อยเคลื่อนไหว
ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนัก เพียงแค่ให้ขาได้ใช้งานทุกวัน เช่น เดินเร็ว , เดินอยู่กับที่, ยกขา, นั่งพิงกำแพง, สควอตเบา ทำครั้งละ 10 – 15 นาที แต่ต้องทำทุกวันจึงจะเห็นผล
แพทย์ยังแนะนำให้สังเกตว่าท่าทางต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันช้าลงหรือเปลี่ยนไปหรือไม่ เช่น ลุกช้าลง เดินช้าลง ถือของลำบากขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ ควรทำแบบทดสอบ “ลุก–นั่ง 5 ครั้งโดยไม่ใช้มือ” ทุก 2 สัปดาห์ หากทำไม่ได้ แสดงว่ากล้ามเนื้ออาจเริ่มเสื่อม
โภชนาการสำคัญมาก นพ.จางระบุว่า การสร้างกล้ามเนื้อต้องได้รับสารอาหารเพียงพอ โดยเฉพาะ “โปรตีน” เพื่อซ่อมแซมและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและ “วิตามินดี” เพื่อช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อและกระดูกดีขึ้นโดยเฉพา
ผู้สูงอายุที่กินเนื้อน้อยหรือผู้มีปัญหาดูดซึมไม่ดี อาจเสริมด้วยเวย์โปรตีน หรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองเพื่อให้ร่างกายมีวัตถุดิบเพียงพอในการสร้างกล้ามเนื้อ