อ่านแล้วน้ำตาไหล กู้ชีพแนวหลัง เขียนสดุดี จ.ส.อ.อภิสิทธิ์ ทหารเสนารักษ์ ผู้ที่แบกเป้ยาแทนกระสุน ยืนอยู่หลังแนวหน้า ไร้อาวุธกลางดงจรวด พลีชีพขณะกำลังรักษาชีวิตผู้อื่น
จากกรณี จ.ส.อ.อภิสิทธิ์ บุนนาค ตำแหน่งปกติเป็นนายสิบพยาบาล สังกัดกรมทหารราบที่ 16 พัน.3 (ร.16 พัน.3) และเป็นนายสิบพยาบาลประจำ พัน.ร.11 ในพื้นที่สนามรบ ถูกจรวดหลายลำกล้อง BM-21 ของเขมรโจมตี ขณะปฏิบัติหน้าที่ภายในบังเกอร์ พื้นที่ภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้ จ.ส.อ.อภิสิทธิ์ ถูกสะเก็ดระเบิดเสียชีวิต เมื่อช่วงสายวันนี้ (14 ธ.ค.) อ่านข่าว สดุดีทหารกล้า จ.ส.อ.อภิสิทธิ์ บุนนาค นายสิบพยาบาล ถูกจรวด BM-21 พลีชีพบนภูมะเขือ
ล่าสุดวันที่ 14 ธ.ค.68 สมาชิกเฟซบุ๊ก “Manat K Artmongkron” ซึ่งเป็นอาสาสมัครทีมกู้ชีพแนวหลังที่แนวชายแดนไทย-เขมร โพสต์ยกย่อง จ.ส.อ.อภิสิทธิ์ ที่ปฏิบัติหน้าที่หมอสนามอย่างเข้มแข็ง เสียชีวิตขณะกำลังช่วยชีวิตคน โดยระบุว่า
ด้วยหัวใจเคารพอย่างสูงสุดในฐานะทีมกู้ชีพแนวหลังที่ร่วมงานในพื้นที่เดียวกันมาตลอดระยะเวลา “สดุดีผู้ไม่เคยถืออาวุธ แต่ยืนอยู่กลางห่าจรวด” ในสนามรบที่เสียงระเบิดกลบเสียงหัวใจ ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่เคยถามว่า ใครเป็นฝ่ายไหน พวกเขาถามเพียงว่า “ยังหายใจอยู่ไหม” คือทีมทหารเสนารักษ์
จ.ส.อ.อภิสิทธิ์ บุนนาค นายสิบพยาบาล แนวหน้าการแพทย์ในสมรภูมิ ชายผู้แบกเป้ยาแทนกระสุน ผู้ยืนอยู่หลังแนวหน้า เพื่อดึงชีวิตกลับมาจากความตาย แต่ในสงครามที่ไร้ความเป็นมนุษย์ แม้กระทั่งฐานพยาบาลก็ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย
จรวด BM-21 ไม่เลือกเป้าหมาย มันพุ่งใส่บังเกอร์ที่ควรมีเพียงเสียงเรียกขอความช่วยเหลือ ไม่ใช่เสียงอำลา เขาไม่ได้ล้มขณะบุก ไม่ได้ถือปืน ไม่ได้ไล่ล่าใคร เขาพลีชีพ… ขณะกำลังทำหน้าที่ “รักษาชีวิตคนอื่น”
นี่คือรายที่ 16 ตัวเลขที่ไม่มีวันสะท้อนความสูญเสียได้ครบ เพราะเบื้องหลังหนึ่งชื่อ คือครอบครัวหนึ่งบ้าน คือคนที่เคยรอให้กลับ คือเสียงหัวเราะที่เงียบลงตลอดกาล สงครามครั้งนี้ ไม่ได้ฆ่าแค่ทหาร แต่มันเหยียบย่ำ หลักมนุษยธรรม จนแหลกสลาย
ขอให้โลกรู้ว่า มีนายสิบพยาบาลคนหนึ่ง ยืนหยัดอยู่ในบังเกอร์ท่ามกลางห่าจรวด เพื่อปกป้องชีวิต…จนวินาทีสุดท้ายของตัวเอง หลับให้สบายนะครับ ทหารกล้าแนวหน้าการแพทย์ เลือดของท่านจะไม่สูญเปล่า และชื่อของท่าน จะไม่ถูกลืม