กทม. จับมือ จุฬาฯ รับมือ แผ่นดินไหว ด้วยเซนเซอร์ นวัตกรรมเตือนภัยล่วงหน้า พร้อมระบบ Live ShakeMap สามารถเข้าถึงข้อมูลค่าความสั่นสะเทือนแบบ Real-time

วันที่ 24 ธ.ค. ที่ศาลาว่าการกทม. เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วย น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม. ร่วมประชุมหารือและรับมอบเซนเซอร์แจ้งเตือนระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหว “รู้ก่อน (RUGON)” จำนวน 10 ตัว จาก นายอาณัติ เรืองรัศมี อาจารย์ประจำศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านวิศวกรรมแผ่นดินไหวและการสั่นสะเทือน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท รู้ก่อน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท Spin-off ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายชัชชาติ กล่าวว่า ข้อมูลจากระบบนี้จะช่วยให้กทม. สามารถบริหารจัดการภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเข้าถึงข้อมูลผ่าน API เพื่อนำไปเชื่อมต่อกับระบบเตือนภัย ซึ่งจะช่วยลดความตื่นตระหนก และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน

ทั้งนี้ กทม.มีแผนนำเซนเซอร์ “รู้ก่อน (RUGON)” จำนวน 10 ตัว ไปติดตั้งในอาคารสำคัญ โดยจะพิจารณาเป็นลำดับแรก ได้แก่ อาคารโรงเรียนในสังกัดกทม. เพื่อใช้เป็นทั้งเครื่องมือป้องกันภัยแผ่นดินไหว และเป็นสื่อการเรียนรู้ด้านความปลอดภัยให้แก่เยาวชน

ปัจจุบัน เครือข่ายเซนเซอร์ “รู้ก่อน” มีจุดติดตั้งทั่วประเทศแล้วมากกว่า 50 จุด และอยู่ระหว่างการขยายเครือข่ายให้ครบ 100 จุดในอนาคต

สำหรับนวัตกรรม “รู้ก่อน (RUGON)” เป็นระบบเตือนภัยที่มีความแม่นยำ เข้าถึงข้อมูลแบบ Real-time เป็นเซนเซอร์ตรวจวัดแผ่นดินไหวที่พัฒนาภายใต้แนวคิด “Sense then Share” มีจุดเด่นและประโยชน์ต่อกทม. ประกอบด้วย

  1. การเตือนภัยล่วงหน้า สามารถแจ้งเตือนก่อนแรงสั่นสะเทือนจะมาถึงพื้นที่ กทม. ได้ประมาณ 3 นาที และอาจขยายเป็น 4–5 นาที เมื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากเครือข่ายในประเทศเมียนมา ช่วยให้มีเวลาเตรียมความพร้อมและจัดการระบบสำคัญได้ทันการณ์
  2. ระบบ Live ShakeMap กรุงเทพมหานครสามารถเข้าถึงข้อมูลค่าความสั่นสะเทือนแบบ Real-time ผ่านเว็บไซต์ พร้อมดูค่าสูงสุดย้อนหลังได้ถึง 24 ชั่วโมง ช่วยประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
  3. การบริหารจัดการภัยแบบครบวงจร รองรับการตัดสินใจทั้งก่อนเกิดเหตุ เช่น การสั่งหยุดลิฟต์ เครนก่อสร้าง หรือการผ่าตัด ระหว่างเกิดเหตุ เพื่อบันทึกข้อมูลการสั่นสะเทือน และหลังเกิดเหตุ เพื่อประเมินความมั่นคงของอาคารว่ายังปลอดภัยตามเกณฑ์การออกแบบหรือไม่
  4. เทคโนโลยีทันสมัย ติดตั้งง่าย ตัวเซนเซอร์มีขนาดเล็ก น้ำหนักประมาณ 100 กรัม ติดตั้งแบบ Plug and Play ใช้พลังงานต่ำ สื่อสารผ่านระบบ NB-IoT และมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 9 ปี

ปัจจุบัน กทม.ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดความเร่งของแผ่นดินไหว และประเมินกำลังต้านทานแรงแผ่นดินไหวแล้วที่อาคารธานีนพรัตน์ โรงพยาบาลกลาง และโรงพยาบาลวชิระ และอยู่ระหว่างเตรียมติดตั้งในอาคารโรงพยาบาลในสังกัดกทม.ให้ครบทุกแห่ง ภายในปีงบประมาณ 2569

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน