เภสัชกรเผย ทำไมไม่ควรวางอาหาร ตรงกลาง ไมโครเวฟ ชาวเน็ตอึ้ง ใช้ผิดมานานกว่า 20 ปี ย้ำไมโครเวฟดีต่อสุขภาพยิ่งกว่าการต้ม

ไมโครเวฟถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำบ้านของคนยุคใหม่ หลายคนมักเคยชินกับการวางอาหารไว้ “ตรงกลางจานหมุน” แต่รู้หรือไม่ว่า หากเป็นไมโครเวฟแบบจานหมุน วิธีนี้อาจทำให้ประสิทธิภาพการอุ่นอาหารลดลงอย่างมาก

ล่าสุด เภสัชกร เหอจวิ้นอวี่ หรือที่รู้จักในชื่อ “สามเป่าเภสัชกร” ได้เผยแพร่วิดีโอสั้นอธิบายข้อเท็จจริงดังกล่าว ในวิดีโอ เภสัชกรเหอจวิ้นอวี่เริ่มจากการชี้แจงข้อเข้าใจผิดที่ผู้สูงอายุจำนวนมากกังวลว่า “ไมโครเวฟมีรังสีและอาจก่อมะเร็ง” โดยเขาอธิบายว่า หลักการทำงานของไมโครเวฟคือการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทำให้โมเลกุลของน้ำเกิดการสั่นสะเทือนและเสียดสีกันจนเกิดความร้อน

ซึ่งจัดเป็น “รังสีชนิดไม่ก่อไอออไนซ์” ไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง และเมื่อเทียบกับการปรุงอาหารด้วยการทอด ผัด หรือย่างที่ใช้ความร้อนสูง ไมโครเวฟยังช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการได้ดีกว่า และ “ดีต่อสุขภาพยิ่งกว่าการต้มด้วยซ้ำ”

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ทำให้ชาวเน็ตประหลาดใจมากที่สุดคือ “ตำแหน่งการวางอาหาร” เภสัชกรเหอจวิ้นอวี่อธิบายว่า ไมโครเวฟแบบจานหมุนที่พบได้ทั่วไปตามบ้านนั้น ตัวปล่อยคลื่นไมโครเวฟจะอยู่ด้านข้าง เพื่อให้ความร้อนกระจายอย่างมีประสิทธิภาพ ควรวางอาหารไว้บริเวณขอบจานหมุน เมื่อจานหมุน อาหารจะได้รับความร้อนอย่างสม่ำเสมอมากกว่า ส่วนไมโครเวฟแบบแท่นเรียบที่มักพบในร้านสะดวกซื้อ เนื่องจากปล่อยคลื่นจากด้านล่าง การวางอาหารตรงกลางจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด

ความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับไมโครเวฟนี้สร้างกระแสถกเถียงในโลกออนไลน์ทันที หลายคนบอกว่า “เข้าใจแล้วว่าทำไมตรงกลางถึงยังเย็นอยู่บ่อย ๆ” “เพิ่งรู้วันนี้เองว่าต้องวางด้านข้าง” และ “คืนนี้จะลองทำดู” ขณะที่บางคนแสดงความเห็นเชิงขำขันว่า ในทางปฏิบัติอาจทำได้ยาก เช่น “จานใหญ่เกินไป วางขอบแล้วติด” หรือ “วางขอบแล้วกลัวอาหารกระเด็น เลยเลือกวางกลางตลอด”

ทั้งนี้ เพจ “John Household Goods” เคยให้ข้อมูลไว้ว่า สำหรับไมโครเวฟแบบจานหมุนที่ปล่อยคลื่นจากด้านข้าง การวางอาหารบริเวณขอบจานจะช่วยให้ได้รับความร้อนสม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนไมโครเวฟแบบไม่มีจานหมุนหรือแบบแท่นเรียบ ซึ่งปล่อยคลื่นจากด้านล่าง แม้ความร้อนจะกระจายค่อนข้างทั่วถึง แต่แนะนำให้หยุดเครื่องระหว่างการอุ่นเพื่อกลับหรือคนอาหาร จะช่วยให้ร้อนทั่วถึงยิ่งขึ้น

สำหรับประเด็นเรื่องไมโครเวฟก่อมะเร็ง สำนักงานส่งเสริมสุขภาพแห่งชาติของไต้หวันเคยชี้แจงว่า ไมโครเวฟใช้ “คลื่นไมโครเวฟ” ซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่ง สามารถทะลุผ่านฉนวนได้ เมื่อเครื่องทำงาน คลื่นจะถูกดูดซับโดยอาหารที่มีน้ำ ทำให้โมเลกุลสั่นด้วยความถี่เดียวกัน เกิดความร้อนจากการเสียดสี จึงทำให้อาหารสุกจากภายนอกสู่ภายใน

นอกจากนี้ ยังอ้างอิงข้อมูลจากสมาคมโรคมะเร็งอเมริกัน (ACS) ระบุว่า ไมโครเวฟไม่ได้ใช้รังสีเอกซ์หรือรังสีแกมมา จึงไม่ทำให้อาหารมีสารกัมมันตรังสี และไม่เปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีของอาหาร อีกทั้งข้อมูลจากสำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ยังยืนยันว่า การใช้ไมโครเวฟอุ่นอาหารไม่เพียงไม่ทำลายคุณค่าทางโภชนาการ แต่ในบางกรณียังช่วยคงวิตามินและแร่ธาตุได้มากกว่าวิธีปรุงอาหารแบบดั้งเดิมอีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน