ชาวราชบุรี หอบคลิปหลักฐานร้อง กกต. ซื้อเสียงเลือกตั้ง ถึงหน้าบ้าน หัวละ 2,000 โร่แจ้งความเพิ่ม หลังโดนส่งข้อความมาขู่ ด้านกกต.บอก แม้หลักฐานแน่น แต่ต้องให้คนที่ถูกร้องมาชี้แจงด้วย
โลกออนไลน์ในพื้นที่ จ.ราชบุรี ได้แชร์เรื่องราวของ น.ส.เอ (นามสมมติ) ชาวบ้าน ต.เขาขลุง อ.บ้านโป่ง นำคลิปหลักฐานมาร้องเรียนที่ กกต.ราชบุรี
หลังถูกชายคนหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเป็นหัวคะแนนผู้สมัครเลือกตั้ง อบต. ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน นำเงินมาให้ พร้อมทั้งขอให้เลือกผู้สมัครที่ตนเองสนับสนุนอยู่ ซึ่งมีการนำเงินมาให้จำนวน 6,000 บาท (ระบุว่าบ้านนี้มี 3 คน คนละ 2,000)
จากการตรวจสอบพื้นที่ ต.เขาขลุง มีผู้สมัครชิงนายกอบต. จำนวน 3 คน ประกอบด้วย
เบอร์ 1 นายถวิล อดิเรกลาภ
เบอร์ 2 น.ส.อุบลรัตน์ อุ่นเรือน
เบอร์ 3 นายโกศล โสรดสง
น.ส.เอ เล่าว่า วันนั้นตนอยู่บ้านคนเดียว ได้มีคนนำเงินมาให้และบอกให้เลือกคนที่เขาสนับสนุนอยู่ โดยให้เงินไว้ 6000 บาท เพื่อให้ สามี ลูกสาว และน้องชาย ส่วนตนนั้นยังไม่ได้เข้ามาอยู่ในตำบลนี้ จึงไม่สามารถเลือกตั้งได้ เมื่อตนรับเงินมาแล้ว ได้ไปเจอคนที่แจกเงินอีก ก็ถูกตะคอกใส่ลักษณะพูดจาไม่ดี ซึ่งตนรับเรื่องการซื้อเสียงไม่ได้อยู่แล้ว แถมยังมาเจอกกับคำพูดแย่ ๆ อีก จึงให้ลูกไปดูกล้องวงจรปิดและเห็นพฤติกรรมทั้งหมด ก่อนตัดสินใจนำคลิปดังกล่าวมาร้อง กกต.ราชบุรี
แม้ว่าการมาร้องเรียนในครั้งนี้ อาจทำให้ครอบครัวตนไม่ปลอดภัย แต่ตนอยากทำเพื่อเห็นสังคมดีขึ้น โดยได้ไปปรึกษากับทางญาติ ๆ ว่าจะไปลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนที่ สภ.บ้านโป่ง เพื่อป้องกันไว้ว่าหากครอบครัวของตนเป็นอะไร ก็มีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว เพราะตอนนี้มีการส่งข้อความมาข่มขู่ไม่ให้ไปเป็นพยานในเรื่องนี้แล้ว
ด้าน นายณฐกร คงเดชา ผอ.กกต.ราชบุรี เปิดเผยว่า เรื่องนี้กกต.ได้รับเรื่องไว้แล้ว พอมีมูลที่จะดำเนินการไต่สวนต่อได้ ขั้นตอนสำคัญการไต่สวนคือ เราต้องให้โอกาสคนที่ถูกร้องมาชี้แจงด้วย เพื่อความเป็นธรรมกับผู้ถูกร้อง ขอให้ต่อให้คนร้องจะมีพยานหลักฐานแน่นหนาแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถเอาพยานหลักฐานของคนที่มาร้องหรือพยานหลักฐานที่เราเจอฝ่ายเดียวไปเอาผิดใครได้ หลักการที่เราจะลงโทษใครเราต้องให้โอกาสเขาชี้แจงก่อน ต้องให้โอกาสเขาชี้แจงให้หมดว่าสิ่งที่มีคนมากล่าวหาว่าเขาทําผิดจริงหรือไม่
ตอนนี้เรื่องอยู่ระหว่างการไต่สวน ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 50 วัน ในชั้นกกต.จังหวัด จากนั้นจะสรุปจํานวนส่งไปที่สํานักงาน กกต ส่วนกลาง ให้ทางกกต.กลาง เป็นคนวินิจฉัย
อ้างอิง : ห้องข่าวราชบุรี