นายกเฮง รีวิว เลือกตั้ง 2569 โกงยังไง เขียนเล่าประสบการณ์ วิธีซับซ้อนขึ้น ไม่จ่ายรายหัว แต่ซื้อทั้งหน่วย ชี้สาเหตุสำคัญ ต้องไปเฝ้านับคะแนน
วันที่ 11 ก.พ.2569 นายวีระเดช ภู่พิสิฐ หรือ นายกเฮง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน จากพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก เฮง วีระเดช ภู่พิสิฐ ความว่า รีวิวการเลือกตั้ง 2569 #โกงยังไง..?
ก่อนอื่นผมขอขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกท่าน ถึงแม้ปีนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเรารักษาแชมป์จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอันดับหนึ่งได้หรือไม่ แต่ผลคะแนนที่ออกมาผมขอบคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคนที่ได้ให้ความไว้วางใจกับผู้สมัครของพรรคประชาชนทั้งสองเขต
ทั้งนี้จากผลการเลือกตั้งทั้งประเทศแน่นอนว่าทางเรา มีแนวโน้ม ที่จะเป็นฝ่ายค้าน โดยทางพวกผมและทางว่าที่ส.ส. ทั้งสองท่าน
ในเรื่อง พูดคุยถึงแนว ทางการทำงานขององคาพยพทั้งหมดในจังหวัดลำพูนเพื่อให้เป็นเนื้อเดียวกันให้ได้มากที่สุด ไม่อยากให้มีอุปสรรคใดใดในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายที่ผลักดันให้ท้องถิ่นหรือปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ที่จะต้องสะท้อนได้มากที่สุดไปยังผู้บริหารหรือรัฐบาล
สิ่งที่ผมอยากจะจะมีรีวิวการเลือกตั้ง 2569 นี้
1. ขอเอาเรื่องภายในจังหวัดลำพูน จริงๆแล้วก็เหมือนสถานการณ์ปกติทั่วไปการเลือกตั้ง ตัวผมเองเป็นผู้เฝ้ามองแบบห่างๆ เพราะไม่สามารถเข้าไปช่วยในกองอำนวยการเลือกตั้งเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาได้ หลังม่านแห่งการเลือกตั้งนั้น ดุเดือด เอาจริงๆแทบจะโดนกันทุกทางเลย ไม่ว่าจะเขต1 หรือเขต 2 หนักหน่วงมากปีนี้ต้องยอมรับว่า กระแสการจ่ายเงินรุนแรงมาก
อีกทั้งทุกๆการเลือกตั้งมันจะมีดราม่าเสมอ ปีนี้ก็อย่างที่เคยลงคลิปไปแล้ว ส่วนการปราศรัยการโจมตีคู่แข่ง ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีจนมีการปราศรัยของพรรคการเมืองหนึ่ง ที่โจมตีด่าทอว่านโยบายของอบจ. โดยนักปราศรัยระดับประเทศ อาจจะคิดว่าตัวเองอยู่บนเวทีแล้ว คะนองปากก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ สู้กันไปก็สู้กันมาแต่หวังว่าหลังจากจบการเลือกตั้งแล้ว สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติก็คงไม่มีอะไรที่ต้อง มานอกเกมกันอีก
2.#โกงเลือกตั้ง ขอรีวิวในเรื่องของที่กำลังเป็นกระแสดังทั่วประเทศ ยกตัวอย่างเช่นเคสการเลือกตั้งที่ชลบุรีเขต 1 ทำให้นึกถึงความที่อาจจะไม่โปร่งใสในความคิดของบุคคลทั่วไป แต่ก็ไม่มีใครตอบเลยว่าถ้าเค้าโกงแล้วจริงๆเค้าโกงยังไงล่ะ การโกงเลือกตั้งมันมีหลายแบบครับ
2.1 การซื้อรายหัวถ้าในอดีตคงเป็นเรื่องธรรมดาเบสิคทั่วไป ใช้หัวคะแนนจดรายชื่อเก็บบัตรประชาชนเก็บสำเนาบัตรได้จำนวนที่ต้องการนำเงินให้หัวคะแนนนำไปแจกจ่ายตามหมู่บ้านตามตำบลตามอำเภอ แต่เมื่อเวลาผ่านไปวิธีนี้ตั้งแต่เกิดพรรคอนาคตใหม่ มันทำให้รู้ว่าการยิงราย หัวด้วยวิธีแบบนี้มันใช้ไม่ได้ผล เพราะเสี่ยงกับการถูกเบี้ยวหรือคะแนนไม่ถึงเป้าได้ง่ายมาก
เช่นหัวคะแนนรับเงินไป 100 หัว พิสูจน์ยากว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะอะไรบางที่จ่ายจริง 100 หัวแต่พอเข้าไปในหน่วยเลือกตั้งคนกาคะแนนไม่ถึง 20 คนรับเงินไปแล้วแต่ไม่ กาคะแนนก็ทำอะไรไม่ได้ถึงหัวคะแนนจะไปคุมไปขู่จะไปขู่คนจำนวนมากเขาก็ไม่กลัวแล้ว ซึ่งวิธีนี้เสี่ยงต่อการถูกเบี้ยว
ถึงแม้ตอนหลังจะมีมีพัฒนาการใช้ระบบ แม่ไก่ให้หัวคะแนนหนึ่งคนคุมคะแนนไม่ถึง 30 คนเพื่อง่ายต่อการคุมแต่สุดท้ายแล้ว ในระดับลูกไก่พอเข้าไปในหน่วยไม่กาก็ทำอะไร แถมไม่พออาจจะต้านกระแสของพรรคการเมืองทนการเรียกร้องของลูกของหลานไม่ไหวยิ่งมีการย้ำว่ารับเงินมาไม่ต้องกานะ ทำให้วิธีนี้ค่อยค่อยหายไปเพราะรู้แล้วว่ามันไม่ได้ผลอีกทั้งใช้เงินจำนวนมากในการเลือกตั้งครั้งหนึ่ง
ยกตัวอย่างเช่นหนึ่งเขตเฉลี่ยแล้วจะมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 200,000 คน ถ้าพรรคการเมืองต้องการซื้อ เพื่อให้คะแนนได้ลดหลั่นตามเป้าอาจจะจำเป็นต้องซื้อ 100,000 เสียง ค่าหัวละ 300 บาท ก็ใช้เงิน 30,000,000 บาท เผื่อเหลือเผื่อขาดมากสุดอาจจะเหลือ 50,000 คะแนน
แต่ถ้าพรรคการเมืองมักจะไม่เลือกใช้วิธีนี้เพราะบางครั้งสิ้นเปลืองโดยใช้เหตุ อีกทั้งเสี่ยงกับพื้นที่ไหนที่กระแสพรรคอื่นดีๆ อาจจะสอบตกได้และเงินที่จ่ายไปก็หายไปเลย แต่ยังไงการซื้อหลายหัวก็ยังเป็นประตูด่านแรกที่เป็นกลยุทธ์ในการเลือกตั้งเรียกว่าเป็นกระสุนเม็ดแรกก่อนจะเริ่มใช้กลยุทธ์ต่อไปเพราะยังไงต้องมีการตุนคะแนนไว้บ้าง
หรือซื้อระดับหัวจ่ายในชุมชน ผ่านเครือข่ายไม่ว่าจะเป็น ท้องที่ ท้องถิ่น อสม แม่บ้าน คนในองค์กรพวกนี้เป็นระดับหัวจ่ายกระสุนนัดแรกจะยิงผ่านถ้าภาษานักเลือกตั้งเค้าเรียกว่า “ เปิดท่อ ” แล้วค่อยลงไปต่อในระดับเครือข่ายต่อไป
2.2 จากที่เขียนมาข้อ 2.1 การโกงในแบบที่ 2.ค่อนข้างที่จะซับซ้อนเพราะมันจะเป็นเวอร์ชั่นอัปเกรดจากข้อ 2.1 และใช้ต้นทุน ต่ำมากจากการปูคะแนนซื้อเสียง เพราะผมยกตัวอย่างให้ฟัง เคสนี้อย่างแรกต้องทำ 2.1 ในระดับหัวจ่ายก่อน และอาจจะมีการยิงในระดับแม่ไก่ไปแล้วระดับนึง เพื่อให้มีคะแนนตุนไว้เป็นเชื้อไฟในการทำข้อต่อไปหากคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการเลือกตั้งก็จะงงๆ ว่าทำยังไง
ผมจะลองอธิบายจากประสบการณ์ที่ผมเคยสัมผัสมาในการเลือกตั้ง ปี 66 และผู้สมัครพรรคเราในจังหวัดมันเคยสัมผัสมาแล้ว ในการเลือกตั้ง วิธีการที่เป็นขั้นอัปเกรดนี้เค้าเรียกวิธีการ
“ ซื้อหน่วยเลือกตั้ง ” เรามักจะได้ยินว่าวิธีการซื้อหน่วยเลือกตั้งแต่บางคนก็จะไม่เข้าใจว่าซื้อยังไง ลองอ่านตามที่ผมเขียนดังต่อไปนี้แล้วค่อยค่อยจินตนาการตามนะครับ ในหน่วยเลือกตั้งหน่วยหนึ่ง หน่วย จะประกอบไปด้วย
- เจ้าหน้าที่ตำรวจ
- เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งหรือเราเรียกว่า กปน.
- กำนันผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่จากกรมการปกครอง
ซึ่งทั้งสามองค์ประกอบนี้จะอยู่ในหน่วยเลือกตั้งเหมือนกัน ปัญหาว่าหากคนจะใช้วิธีนี้ต้องวิ่งล็อบบี้ตั้งแต่ การเลือกเจ้าที่ กปน. หรือ“ กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ” เพราะจะแต่งตั้งโดยผู้อำนวยการการเลือกตั้งในแต่ละเขต ซึ่งแต่งตั้งโดยกกต. มาอีกที
แต่เจ้าหน้าที่ในหน่วยจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งเขตๆ นั้นจะทำการคัดเลือกในแต่ละพื้นที่มาเป็น กปน. ยกตัวอย่างลำพูนปีนี้ใช้บุคลากรครูเป็นส่วนใหญ่เลยไม่ค่อยมีปัญหา นอกจากบางพื้นที่ที่ดูแล้วหาเจ้าหน้าที่มาทำงานในวันเลือกตั้งยาก อาจใช้ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านหรือคนในท้องที่หาคนมาเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
หลังจากได้ชื่อบุคคลที่มาทำงานในหน่วยเลือกตั้งแล้วโดยเฉพาะจะเอาหัวหน้าหน่วยมาก่อนแล้วเลือกลูกทีมที่ไปทิศทางเดียวกันหรือเป็นหัวคะแนนเหมือนๆกัน
เมื่อทั้งสามองค์ประกอบทำงานไปทิศทางเดียวกันแล้วทีนี้ก็อยู่ที่ราคาที่ ผู้สมัครจะเลือกช้อปปิ้งแล้วแหละ เพราะอย่างเช่นเจ้าหน้าที่ในหน่วยมีอยู่ 15 คน เขาจ่ายเรท 10,000 , 20,000 , 30,000 แล้วแต่ราคา แต่ละพื้นที่
แล้วเขาซื้อไปทำไม
เคสที่ 1 ซื้อไปแล้วส่วนใหญ่หน่วยที่ถูกซื้อไปจะอยู่พื้นที่ห่างไกลชุมชนหรือลับหูลับตา มองไม่เห็นมีใครมาดูตอนนับคะแนนหรือมั่นใจแล้วว่าในหมู่บ้านนี้มีแต่พวกตัวเอง คุณลองจินตนาการภาพดูสิก่อนปิดหีบทำไมถึงมีการเก็บบัตรประชาชนชาวบ้าน
ถ้ากรรมการในหน่วยเลือกตั้งบางหน่วยกาคะแนนด้วยตัวเองล่ะ อันนี้แหละที่สยอง เพราะในหมู่บ้านอาจจะรู้เห็นกันแค่ว่ามีคนที่ขายเสียงไปแล้ว 50 เสียงนี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงเก็บบัตรประชาชน เพราะเอาไปให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยนี้แหละฉีกบัตรและกาคะแนนหย่อนไปในหีบ อันที่สองเมื่อประเมินแล้วว่าคะแนนอันดับที่หนึ่งอันดับที่สองกระแสมาแรงพอๆกัน ถึงเวลาที่เค้าจะทำให้ผู้สมัครที่เค้ารับงานมาได้รับชัยชนะ ด้วยการ “ ดึงคะแนนออก ”
ผมยกตัวอย่างง่ายๆ เขตเลือกตั้งหนึ่งเขตจะมีหน่วยเลือกตั้งประมาณ 300 กว่าหน่วย ถ้าเค้าซื้อหน่วยละ 50,000 ซื้สัก 150 หน่วย เป็นเงิน 7,500,000 บาท และสิ่งที่เขาได้เขาได้อะไร ถ้าเค้าสั่งว่าดึงบัตรออก ในหน่วยที่ไม่มีใครไปสังเกต หน่วยละ 50 ถึง 100 คะแนน
ข้อสังเกตง่ายๆกรณีนี้จะไม่มีบัตรเขย่ง หรือ บัตรเกินในพื้นที่ แต่จำนวนบัตรเสียและผู้ไม่ประสงค์ออกนามจะสูงกว่าเขตอื่นๆเป็นพิเศษ พอเราเอามาจับส่วนต่างว่าเบอร์สองกับเบอร์หนึ่งแพ้กันเท่าไหร่ถ้าเอาบัตรเสียมารวมเบอร์สองอาจจะชนะตรงนี้เป็นข้อสังเกตเบื้องต้น
หรือที่โหดกว่านั้นคือกรรมการในหน่วยเลือกตั้งไม่ละเอียดหาบัตรเสริมใส่ไปเลย หน่วยละ 20 คะแนน 30 คะแนนโดยที่ไม่มีใครเช็คเล่มที่เซ็นชื่อ หรืออาจจะมีการเซ็นชื่อแทนให้กับคนที่ไม่ได้มาเลือกตั้งเพราะสุดท้ายคนที่ตรวจกันเองก็มีเฉพาะเจ้าหน้าที่ในหน่วย วิธีนี้กลับได้ผลมากกว่าข้อ 2.1 คุณลองคิดดูถ้า 300 หน่วย เค้าซื้อได้ 150 หน่วย เอาออกหน่วยละ 50 คะแนนหรือตอนขาดคะแนนไปลงผู้ไม่ประสงค์ออกนาม รวมทั้งหมดเฉลี่ยแล้วประมาณ 7,500 คะแนน
ยิ่งการเลือกตั้งรอบนี้นับ 3 กระดานพร้อมกันไม่ว่าจะ ประชามติ ปาร์ตี้ลิสต์ และคะแนนเขต ซึ่งแน่นอนว่าหากดึงอันใดอันหนึ่งออกหรือดึงทั้งสามกระดานถ้าในหน่วยนั้นไม่มีใครมาร่วมสังเกตการณ์หน่วยเลือกตั้งก็ง่ายมากที่จะทำ
เพราะหน่วยที่ทำมักจะอยู่ลับหูลับตาคน ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมมีข้อกังขาว่าเจ้าที่หน่วยนับคะแนนไม่ให้ประชาชนได้เห็น มันเป็นวิธีการที่ทำแล้วมันได้ผลใช้เงินน้อย 7,500,000 บาท แลกกับ 7,500 คะแนน ตกคะแนนละ 1,000 แล้วมียอดที่แน่นอน ที่ทำให้คู่แข่งหายไป
2.3 การตั้งรางวัลหลังจากซื้อหน่วยเลือกตั้งแล้ว เช่นถ้าหน่วยไหนชนะคู่แข่งบวกคะแนนให้หมู่บ้านอีกคะแนนละ 500 , 300 , หรือ 1,000 พร้อมเงินรางวัลต่างหาก หน่วยไหนชนะ รับก่อน 30,000 ถ้าชนะ 100 คะแนน คะแนนละ 500 บาท ได้ 50,000 บาท รวม เป็น 80,000 บาท แบ่งกัน 150 คน อิ่ม
2.4 อัพเดตแก้ไขเพิ่มเติม จากเคสที่เกิดขึ้นที่ชลบุรี ที่น่าสงสัยคือใบที่นับคะแนนที่จะอยู่บนบอร์ดของ กกต. ตามหลักแล้วหลังจากนับคะแนนเสร็จจะต้องรวมคะแนนในช่องรวมคะแนนแล้วนำใบนี้กลับไปรวมกันที่ศูนย์ของ กกต. แต่ทำไมเราถึงเห็นใบนี้ถูกนำไปทิ้งถังขยะ
เบื้องต้นสันนิษฐานก่อนเลยว่ามีการเขียนใบนี้ขึ้นมาใหม่เพราะจริงๆแล้วบอร์ดที่นับคะแนนต้องรวบรวมไว้และกกต.ในจังหวัดต้องเป็นคนนำไปเก็บหรือทำลายด้วยตัวเอง แต่อันนี้พอมีการนำไปทิ้งถังขยะสันนิษฐานได้เลยว่ามีการเขียนใบนี้ขึ้นมาใหม่
ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ก็ส่อไปในแนวทางที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม คำถามคือใครเขียน เพราะหลังจากในบอร์ดนี้เขียนเสร็จจะมีการนำใบเอกสารซึ่งผมจำไม่ได้ว่ามันชื่อเอกสารว่าอะไรในกระดาษ A4 ซึ่งสรุปผลการเลือกตั้งทั้งหมด แล้วใบที่แปะหน้าหีบซึ่งจะตรงกันทั้งหมด ทั้งคะแนนบนบอร์ด คะแนนในใบสรุป
แล้วถามว่าใครเขียนบอร์ดนี้ขึ้นมาใหม่ ก็ต้องคนที่อยู่ในศูนย์นับคะแนนแต่จะกล้าเขียนเหรอ แล้วถ้าที่ชลบุรีบอกว่าใบนี้นำไปทิ้งทำไมไม่ทิ้งทุกใบ ซึ่งต้องมีกระดาษบนบอร์ดอยู่ 300 กว่าใบ อันนี้แหละที่น่าสงสัยว่ามีการแก้คะแนนในบางหน่วย หรืออาจจะเขียนในหน่วยมาเลยก็ได้โดยเฉพาะในหน่วยที่ไม่มีใครไปสังเกตการณ์หน่วยเลือกตั้ง
ที่เขียนมาทั้งหมดเป็นประสบการณ์ที่ผมเคยประสบโดยตรง โดยที่เราไม่รู้ตัวว่าคนโกงการเลือกตั้ง เลือกที่จะใช้ทุกวิถีทาง จากที่เขียนมา ข้อ 1 ,ข้อ 2.1 , ข้อ 2.2 ,ข้อ 2.3 และ 2.4
นักการเมืองที่จะเลือกใช้วิธีการโกงแบบนี้ เอาทุกข้อ เพียงแค่จากข้อหนึ่งอาจจะต้องใช้ต้นทุนสูงและอาจจะถูกเบี้ยวได้ง่ายแต่ก็เป็นกระสุนนัดแรกอาจจะลดยอดลงมาหน่อยแล้วสุดท้ายไปเลือกใช้วิธีการซื้อหน่วยเลือกตั้งและหาคะแนนในหน่วยเลือกตั้งเอา
ซึ่งง่ายและยากต่อการตรวจสอบ นอกจากว่ากรรมการในหน่วยเลือกตั้งหน้ามืดจัดถึงขั้นปั๊มบัตรเขย่งลงไปในหน่วยเลือกตั้ง โดยที่ไม่ได้ดูสมุดเซ็นชื่อโดยที่ไม่ได้ดูอะไรเลยเพราะที่ผ่านมาหลังเลือกตั้งเสร็จทุกคนก็ต่างแยกย้ายการตรวจสอบก็ทำได้ยากจะร้องเรียนทีก็ข้อระเบียบข้อในการร้องเรียนต้องร้องเรียนขนาดนับบ้างอะไรบ้าง

เป็นปัญหาที่เราต้องแก้ไขในหน่วยงานองค์กรอิสระเพื่อการเลือกตั้งทำไมไม่มีการทำเรื่องให้ง่ายต่อการตรวจสอบ เพราะสุดท้ายแล้วใครจะได้คะแนนไปตัวเองก็มีส่วนได้เสีย ในทางกลับกัน KPI ของ กกต. ก็กลับแปลกข้อหามีเรื่องร้องเรียนกับการประเมินอาจจะถูกลดคะแนนลงไป แต่ถ้าไม่มีเรื่องร้องเรียนเท่ากับว่าไม่มีการโกงเลือกตั้ง ผมเคยคุยกับเจ้าหน้าที่กกต. หลายหลายคน เค้าก็บอกว่าองค์กรเค้าเนี่ยน่าจะต้อง ปฏิรูปโดยด่วนแล้วแหละ
ที่เขียนมาทั้งหมดอยากให้วันข้างหน้าประชาชนได้ตื่นตัวและช่วยการจับตาดูการเลือกตั้ง บางครั้งผู้สมัครของพรรคประชาชนเสียเปรียบเงินทองก็ไม่มีทุนก็ไม่มีจะจ้างคนไปเฝ้าหน่วยเลือกตั้งก็ใช้ทุนมหาศาล
ทุกครั้งเราถึงพยามหาอาสาเฝ้าหน่วยและการเฝ้าหน่วยมันสำคัญเช่นนี้แหละ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ที่เขียนมาเป็นวิธีการที่ผมรับรู้และเคยประสบผ่านมาโดยตรง
หากใครจะหาวิธีแฮ็กการตรงนี้ด้วยการตรวจสอบใดๆ คงต้องช่วยกันหาแนวทางป้องกัน ไม่แปลกใจหรอกครับบางครั้งเจ้าหน้าที่ในหน่วยไม่ให้ถ่ายวิดีโอ โดยที่อาศัยช่องว่างที่เราอาจจะรู้ทันกฏหมายอ่านข้อกฎหมายสารพัดบางครั้งนักเลงใส่
วันที่นับคะแนนผมเลือกที่จะไปหน่วยเลือกตั้งที่อยู่ไกลที่สุด ที่ตำบลก้อ อำเภอลี้ แล้วผมก็อยู่อำเภอลี้แต่ช่วงบ่ายตะเวนดูตามหน่วยเลือกตั้ง ในพื้นที่ห่างไกลรอบนี้ไปบางหน่วยก็ยอมรับว่าเห็นอาการเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยบางคนมีอาการอย่างเห็นได้ชัดตกใจที่เจอนายก
เพราะตอนแรกที่แต่งตัวไปเค้าไม่รู้ว่าเป็นใครแต่งตัวธรรมดาชิลชิลไปแต่สุดท้ายพอรู้ก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ไม่ได้มีเหตุอะไรที่น่าสงสัย
ที่มา : เฮง วีระเดช ภู่พิสิฐ
