แพทย์เตือน 3 อาการ เสี่ยงติดเชื้อราในหู ใส่หูฟังเพียง 1 ชั่วโมง ปริมาณแบคทีเรียพุ่งสูง แนะไม่ควรใช้สำลีก้านแคะหูเอง
ปัจจุบันประชาชนจำนวนมากนิยมใช้หูฟังบลูทูธ และบางครั้งใส่นานหลายชั่วโมงติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม นพ.จาง เจียจวิ้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา เตือนว่า การใส่หูฟังชนิดสอดเข้าในช่องหูเป็นเวลานาน อาจทำให้ช่องหูกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่ร้อนและชื้นเสมือน “เรือนกระจก” ส่งผลให้เชื้อแบคทีเรียและเชื้อราขยายตัวอย่างรวดเร็ว และเสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้อราที่ช่องหูชั้นนอก
นพ.จางระบุผ่านเฟซบุ๊กว่า มักพบผู้ป่วยนักเรียนและวัยทำงานมาปรึกษาด้วยอาการคันหูหรือรู้สึกอื้อในหู โดยเข้าใจว่าอาจเกิดจากขี้หูอุดตัน แต่เมื่อสอบถามเพิ่มเติม พบว่าหลายคนมีพฤติกรรมสวมใส่หูฟังบลูทูธเป็นเวลานานต่อเนื่อง หากใช้งานเป็นประจำโดยไม่พัก อาจทำให้เกิดภาวะติดเชื้อราในหูโดยไม่รู้ตัว

แพทย์อธิบายว่า หูฟังชนิดสอดในหูมีลักษณะเสมือน “จุกอุด” ที่ปิดช่องหูไว้ทั้งหมด งานวิจัยพบว่า เพียงใส่หูฟัง 1 ชั่วโมง ปริมาณแบคทีเรียภายในช่องหูจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสภาพอากาศร้อน อับชื้น และขาดการระบายอากาศ บางการศึกษาระบุว่า อัตราการเพิ่มของแบคทีเรียอาจสูงขึ้นหลายเท่าตัวจนถึงมากกว่า 10 เท่า ทำให้ช่องหูกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
นพ.จางเตือนว่า หากพบอาการ 3 ประการ ได้แก่
- คันในหูอย่างรุนแรงจนถึงขั้นตื่นกลางดึก
- มีของเหลวไหลออกจากช่องหูและมีกลิ่นผิดปกติ
- ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรมากั้น รู้สึกอื้อหรือทึบในหู

อาจเป็นสัญญาณของโรคติดเชื้อราที่ช่องหูชั้นนอก ในกรณีดังกล่าวไม่ควรใช้สำลีก้านแคะหูเอง เพราะอาจดันสปอร์เชื้อราเข้าไปลึกขึ้น หรือทำให้ผิวหนังในช่องหูถลอก จนเกิดการอักเสบรุนแรงหรือภาวะเซลลูไลติสได้
สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใส่หูฟังเป็นเวลานาน แพทย์แนะนำให้พักหูเป็นระยะ โดยควรถอดหูฟังทุก ๆ 50 นาที เพื่อให้ช่องหูได้ระบายอากาศ ควรทำความสะอาดจุกหูฟังเป็นประจำ ใช้แอลกอฮอล์เช็ดฆ่าเชื้อ และรักษาความแห้งสะอาด หากเริ่มมีอาการผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูกโดยเร็ว