โฆษก ทบ. ยันกองทัพดูแล คลังอาวุธ ทั่วประเทศตามมาตรฐานสากล หลังเกิดเหตุระเบิดที่สุรินทร์ ชี้วินาศกรรม ส่งสายลับก่อเหตุ ทำได้ยาก เหตุตั้งอยู่ในพื้นที่ตอนใน ห่างชายแดน
วันที่ 25 ก.พ.69 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการดูแลคลังอาวุธของกองทัพ ภายหลังกรณีเกิดเหตุอัคคีภัยภายในคลังกระสุนของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน จ.สุรินทร์ ว่า เรื่องการดูแลคลังอาวุธ มีระเบียบและเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล เช่น ที่ตั้ง การบริหารจัดการพื้นที่ มันจะเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นทหารหรือตํารวจ ส่วนใหญ่เหตุสิ่งที่เกิดขึ้นจะเกิดจากสภาพแวดล้อม อากาศที่ร้อนจัด ทําให้เกิดการปะทุและลุกไหม้ ทั้งนี้การจัดเก็บต้องบริหารความเสี่ยงด้วยการแยกส่วนบ้าง อาจจะไม่ได้จัดเก็บรวมเอาไว้เสียแต่ทีเดียว
พล.ต.วินธัย กล่าวอีกว่า สาเหตุของคลังอาวุธระเบิด นอกจากเรื่องอากาศร้อนแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นการขยับเพื่อทำความสะอาด แต่ที่สบายใจได้ก็คือ การจัดเก็บอาวุธซึ่งเป็นวัตถุที่มีอันตราย มีการจัดเก็บที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งเป็นระบบเดียวกันของสากล
เมื่อถามว่าตัดประเด็นเรื่องการก่อวินาศกรรมได้ ใช่หรือไม่ พล.ต.วินธัย กล่าวว่า เกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากข้อมูลที่เรามีไม่ปรากฏในลักษณะเช่นนั้น ซึ่งในพื้นที่คลังอาวุธส่วนใหญ่ ไม่ได้อยู่พื้นที่ตามแนวชายแดน ตั้งอยู่ในพื้นที่ตอนใน ซึ่งห่างไกลพอสมควร ส่วนกรณีการป้องกันสายลับที่จะเข้ามาก่อวินาศกรรมนั้น ก็น่าจะดําเนินการได้ยาก
เนื่องจากที่ตั้งคลังอาวุธไม่ได้อยู่ในชุมชน ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดอาคารอื่น แต่แยกส่วนออกมา หากเป็นคลังอาวุธที่มีวัตถุระเบิดขนาดใหญ่ อาคารปลูกสร้างจะเป็นอีกลักษณะหนึ่ง กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นอาวุธประจําหน่วยก็ถือว่าไม่ได้หนักมาก
ทุกอย่างมีวิธีการบริหารจัดการอยู่แล้ว ที่ตั้ง วิธีการจัดเก็บ วิธีนําไปใช้ การจําหน่ายทุกอย่างอยู่ในระบบ ขณะที่คลังแสงอาวุธของกองทัพบกทั่วประเทศ เราได้กําชับอยู่เป็นประจําอยู่แล้ว ในการในเรื่องมาตรการการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน
พล.ต.วินธัย กล่าวต่อว่า ในส่วนกองทัพบก การดูแลคลังอาวุธในช่วงใกล้กับฤดูร้อน จะมีการกำชับเจ้าหน้าที่และเพิ่มมาตรการดูแลเป็นพิเศษอยู่แล้ว จากประวัติส่วนใหญ่ การเกิดเหตุในลักษณะนี้มักจะเกิดในช่วงที่มีอากาศร้อน ส่วนที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมเหตุไฟไหม้ไม่เกิดในช่วงกลางวันที่มีอากาศร้อนนั้น จำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดอื่นๆ รอบด้านด้วย เนื่องจากบางครั้งการปะทุอาจเกิดขึ้นได้จากการสะสมความร้อนที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงกลางวัน ซึ่งการดูแลรับผิดชอบต่างๆ นั้น เจ้าหน้าที่ดูแลคลังอาวุธต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอยู่แล้ว เช่น การตรวจตราตามรอบเวร
ส่วนกรณีที่ประชาชนกังวลว่าอาวุธและกระสุนที่ประสบอัคคีภัยนั้น เป็นอาวุธและกระสุนที่ใช้ดูแลพื้นที่ชายแดน จะส่งผลกระทบต่อกับการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่หรือไม่นั้น พล.ต.วินธัย กล่าวว่า คลังอาวุธดังกล่าว เป็นคลังในระดับหน่วย กระสุนที่ใช้จึงเป็นกระสุนสำหรับอาวุธเพียงระดับหน่วยใช้เท่านั้น
เท่าที่ทราบปริมาณกระสุนก็มีจำนวนมาก จึงส่งผลกระทบไม่มากนัก โดยตามระเบียบของการจัดเก็บอาวุธ คลังอาวุธระดับหน่วยก็จะมีกระสุนในจำนวนหนึ่ง เมื่อใช้หมดจึงจะจัดหามาเพิ่มเติม ดังนั้น กระสุนส่วนที่ประสบเหตุจึงถือว่าเป็นเหมือนการใช้อาวุธเพียงระยะหนึ่งเท่านั้น โดยหน่วยนั้นก็มีหน้าที่ดูแลพื้นที่ชายแดน และไม่มีอาวุธหนักเหมือนกับคลังอาวุธในระดับส่วนกลาง