แพทย์เตือน 5 สัญญาณผิดปกติขณะ “นอนหลับ” สะดุ้งตื่น-นอนละเมอ อาจบ่งชี้โรคร้าย ภัยเงียบที่หลายคนมองข้าม รู้เร็ว พบแพทย์ไว รักษาได้ทันท่วงที

เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569

รายงานจากสื่อต่างประเทศ เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนเริ่มประสบปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ บางคนนอนหลับยาก พลิกตัวไปมา ตื่นเช้ามาก็ยังรู้สึกอ่อนเพลีย ขณะที่บางคนกำลังนอนหลับอยู่กลับตื่นขึ้นมากลางดึกโดยไม่ทราบสาเหตุ และไม่สามารถหลับต่อได้ อาการเหล่านี้มักถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติของวัยที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม แพทย์เตือนว่า อาการผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับ อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคร้ายแรงหลายชนิด และอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว

ระหว่างการนอนหลับ ร่างกายจะดำเนินกระบวนการฟื้นฟูสำคัญหลายอย่าง เช่น การปรับสมดุลฮอร์โมน การซ่อมแซมเซลล์ และการรักษาเสถียรภาพของระบบหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นความผิดปกติใด ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการนอน จึงอาจสะท้อนถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่

1.ตื่นกลางดึกบ่อย โดยเฉพาะในช่วงเวลาเดิม

หลายคนมีอาการตื่นขึ้นมากลางดึกหรือช่วงเช้ามืดเป็นประจำ และมักจะหลับต่อได้ยาก โดยคิดว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงตามช่วงวัย

แต่ในความเป็นจริง การตื่นหลายครั้งในช่วงกลางคืน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเดิม อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาของระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบทางเดินหายใจ หรือระบบต่อมไร้ท่อ

งานวิจัยบางชิ้นพบว่า อาการดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือโรคหัวใจ ตัวอย่าง เช่น หากตื่นบ่อยในช่วงใกล้รุ่ง อาจเกิดจากหัวใจได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอในช่วงที่ร่างกายพักผ่อน ส่วนการตื่นกลางดึกอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือปัญหาเกี่ยวกับไต

2.สะดุ้งตื่นเพราะหายใจลำบากหรือรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก

นี่ถือเป็นสัญญาณที่อันตรายเป็นพิเศษ แต่กลับพบได้ค่อนข้างบ่อยในคนวัยกลางคนและผู้สูงอายุ บางคนขณะนอนหลับอยู่ดี ๆ กลับสะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกหายใจลำบาก แน่นหน้าอก หรือเหมือนถูกอุดกั้นทางเดินหายใจ

อาการมักเกิดขึ้นในช่วงกลางดึกหรือเช้ามืด ทำให้ผู้ป่วยตกใจและนอนหลับต่อยาก

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า อาการดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณของ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งเป็นความผิดปกติที่ทางเดินหายใจถูกอุดกั้นบางส่วนหรือทั้งหมดระหว่างการนอน ทำให้การไหลเวียนของอากาศสะดุด

ภาวะนี้ไม่เพียงทำให้คุณภาพการนอนหลับลดลง แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง และในบางกรณีอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้

3.เมื่อนอนราบแล้วมีอาการแน่นหรือเจ็บหน้าอก ต้องลุกนั่งจึงจะดีขึ้น

บางคนรู้สึกแน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก หรือไม่สบายบริเวณหัวใจขณะนอนหลับ สิ่งที่น่าสังเกตคือ เมื่อเอนตัวนอนอาการจะยิ่งรุนแรงขึ้น แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นท่านั่งกลับดีขึ้น

แพทย์ระบุว่า อาการดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณของโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรืออาการเจ็บหน้าอกจากหัวใจ

ในช่วงเวลากลางคืน การไหลเวียนของเลือดจะช้าลง และหัวใจต้องทำงานหนักขึ้น ทำให้ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจแสดงอาการชัดเจนมากขึ้น หากอาการเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง ควรเข้ารับการตรวจ เช่น ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรืออัลตราซาวด์หัวใจ

4.เป็นตะคริวหรือปวดขาบ่อยในตอนกลางคืน

อาการตะคริวที่ขาระหว่างนอนหลับพบได้ค่อนข้างบ่อย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ การหดเกร็งของกล้ามเนื้ออย่างกะทันหันอาจทำให้เกิดอาการปวดรุนแรงและรบกวนการนอน

นอกจากสาเหตุจากการเคลื่อนไหวน้อยแล้ว ตะคริวในตอนกลางคืนอาจเกี่ยวข้องกับการขาดแร่ธาตุ เช่น แคลเซียมและแมกนีเซียม ความผิดปกติของการไหลเวียนโลหิต หรือโรคเกี่ยวกับเส้นประสาทส่วนปลาย

ในบางกรณี อาจเป็นสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานได้เช่นกัน

5.พูดละเมอ เดินละเมอ หรือมีพฤติกรรมรุนแรงระหว่างนอนหลับ

บางคนมีอาการพูดละเมอ เดินละเมอ หรือเคลื่อนไหวรุนแรงขณะฝัน แม้หลายคนจะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่หากเกิดขึ้นบ่อย โดยเฉพาะในวัยกลางคนหรือผู้สูงอายุ อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบประสาท

งานวิจัยบางชิ้นพบว่า พฤติกรรมผิดปกติระหว่างการนอนหลับอาจเชื่อมโยงกับโรคพาร์กินสัน หรือโรคทางระบบประสาทอื่น ๆ

ในกรณีรุนแรง ผู้ป่วยอาจเผลอทำร้ายตัวเองหรือผู้ที่อยู่ใกล้โดยไม่รู้ตัว

โดยรวมแล้ว การนอนหลับไม่เพียงช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อน แต่ยังสะท้อนถึงสภาวะสุขภาพโดยรวมของร่างกายด้วย อาการต่าง ๆ เช่น การตื่นกลางดึกบ่อย หายใจลำบากขณะนอน เจ็บหน้าอก เป็นตะคริว หรือมีพฤติกรรมผิดปกติระหว่างหลับ ล้วนเป็น “สัญญาณเตือน” จากร่างกาย

โดยเฉพาะในคนวัยกลางคนและผู้สูงอายุ การสังเกตความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้และเข้ารับการตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจช่วยให้ตรวจพบโรคได้ทันท่วงที และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในระยะยาวได้

ที่มา SOHA

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน