เช็ก 3 สัญญาณในช่วงเย็น ที่บ่งบอกว่า “ตับของคุณแข็งแรง” ผู้เชี่ยวชาญชี้ มีโอกาสอายุยืนกว่าคนที่ไม่มี พร้อมแนะนำทริกดูแลตัวเอง

เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569

รายงานจากสื่อต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตับระบุว่า หากในช่วงเย็นของแต่ละวันร่างกายมีสัญญาณทั้ง 3 ข้อต่อไปนี้ ถือเป็นข่าวดี เพราะอาจสะท้อนว่าตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพที่ดีในระยะยาว

ตับมักถูกเรียกว่าเป็น “อวัยวะที่เงียบงัน” เนื่องจากมักไม่แสดงอาการเจ็บปวดจนกว่าความเสียหายจะรุนแรง อย่างไรก็ตาม เฉิน เว่ย ผู้เชี่ยวชาญด้านตับและระบบทางเดินน้ำดีจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ระบุว่า เราสามารถสังเกตสัญญาณบางอย่างจากปฏิกิริยาทางสรีรวิทยาในช่วงเย็น เพื่อประเมินการทำงานของอวัยวะที่ทำหน้าที่ขับสารพิษนี้ได้

หากพบสัญญาณทั้ง 3 ข้อต่อไปนี้เป็นประจำในช่วงเย็น อาจสะท้อนว่าตับมีสุขภาพดี และเป็นพื้นฐานของการมีสุขภาพแข็งแรงในระยะยาว

1. รับประทานอาหารเย็นได้ดี และย่อยอาหารได้สบาย

หลายคนมักมี อาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย หรือรู้สึกปวดหน่วงบริเวณชายโครงขวาหลังรับประทานอาหารเย็น แต่ผู้ที่มีตับแข็งแรงมักไม่พบอาการเหล่านี้

ตับมีหน้าที่ผลิตน้ำดีเพื่อช่วยย่อยไขมันและโปรตีนจากอาหาร หากตับทำงานได้ดี การหลั่งน้ำดีจะเป็นไปอย่างสมดุล ช่วยให้รับประทานอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อย และรู้สึกสบายท้องหลังมื้ออาหาร

การที่ไม่มีอาการท้องอืดหรือท้องเสียในช่วงเย็น ยังบ่งชี้ว่าตับกำลังทำหน้าที่สนับสนุนระบบย่อยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อาหารถูกย่อยและดูดซึมได้ดี ก่อนที่ร่างกายจะเข้าสู่ช่วงพักผ่อน

2. ลมหายใจไม่มีกลิ่นแรง และไม่มีรสขมในปาก

หากในช่วงท้ายของวันยังคงรู้สึกว่าช่องปากสะอาด ไม่มีรสขม และลมหายใจไม่มีกลิ่นแรงคล้ายแอมโมเนีย ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อสุขภาพตับ

เมื่อการทำงานของตับผิดปกติ ระดับบิลิรูบินและแอมโมเนียในเลือดอาจเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการปากขมและมีกลิ่นปากที่ชัดเจน ซึ่งแม้จะแปรงฟันก็อาจไม่หายไปอย่างสมบูรณ์

เฉิน เว่ย ระบุว่า ผู้ที่มีตับแข็งแรงมักมีความสามารถในการเผาผลาญและขับสารพิษได้ดี ทำให้สภาพแวดล้อมในช่องปากคงความสมดุล การที่ไม่มีรสขมในปากช่วงเย็นจึงอาจบ่งชี้ว่าการทำงานของตับและถุงน้ำดีเป็นไปอย่างราบรื่น

3. หลับง่ายและนอนหลับลึก

คุณภาพการนอนหลับถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สะท้อนสุขภาพของตับได้อย่างชัดเจน ตับที่แข็งแรงช่วยควบคุมอารมณ์และจังหวะชีวภาพของร่างกาย ทำให้สามารถหลับได้ง่ายและนอนหลับต่อเนื่องตลอดคืน

ในทางตรงกันข้าม หากตับทำงานหนักเกินไปหรือมีภาวะไขมันพอกตับ กระบวนการขับสารพิษอาจถูกรบกวน ส่งผลให้ตื่นกลางดึก โดยเฉพาะในช่วงเวลา 01.00–03.00 น. พร้อมความรู้สึกกระสับกระส่าย

หากสามารถนอนหลับลึกและยังคงรู้สึกสดชื่นในช่วงท้ายของวัน อาจสะท้อนว่ากระบวนการเผาผลาญของตับทำงานได้อย่างสมดุล

5 อาหารธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพตับ

ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำอาหารบางชนิดที่อาจช่วยสนับสนุนการทำงานของตับ ได้แก่

  • ผักตระกูลกะหล่ำ เช่น บรอกโคลี กะหล่ำปลี และกะหล่ำดอก ซึ่งมีสารพฤกษเคมีอย่างฟลาโวนอยด์ แคโรทีนอยด์ ซัลโฟราเฟน และอินโดล ที่ช่วยให้ตับกำจัดสารพิษและสารก่อมะเร็งบางชนิด
  • สาหร่ายทะเล ซึ่งอาจช่วยกระบวนการขับสารพิษของตับ และลดการดูดซึมโลหะหนักหรือสารพิษจากสิ่งแวดล้อม โดยงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมคกิลล์ในแคนาดาพบว่าสารบางชนิดในสาหร่ายสีน้ำตาลอาจช่วยลดการดูดซึมอนุภาคกัมมันตรังสีได้
  • ถั่วงอก ที่มีเอนไซม์หลายชนิด ช่วยกระตุ้นการย่อยและการดูดซึมโปรตีน
  • อาหารที่มีสารซัลไฟด์สูง เช่น หอมหัวใหญ่ กระเทียม และต้นหอม ซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างกลูตาไธโอนในตับ มีบทบาทในการต้านอนุมูลอิสระและช่วยกระบวนการล้างพิษของร่างกาย
  • ผลไม้ตระกูลเบอร์รี เช่น บลูเบอร์รีและสตรอว์เบอร์รี ที่อุดมด้วยสารแอนโทไซยานิดินและโพลีฟีนอล ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายของอนุมูลอิสระ

ที่มา SOHA

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน