สาวร้อง สามีทหารนอกใจคบชู้ทหารหญิง ซ้ำยังถูกไล่ออกจาบ้าน กลั่นแกล้งสารพัด ร้องเอาผิดวินับแล้ว แต่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ต้นสังกัดลงโทษเพียงกักขังเพียง 3 วัน
วันที่ 20 มี.ค.2569 คุณแอ้ม (นามสมมติ) อายุ 43 ปี ร้องขอความเป็นธรรมกับทางข่าวสดออนไลน์ หลัง จับได้ว่าสามีทหารนอกใจ ซ้ำถูกสามีกลั่นแกล้ง และถูกครอบครัวสามีขับไล่ลูกเล็กและเธอออกจากบ้าน ก่อนจะเดินทางไปฟ้องร้องวินัยทหาร ต้นสังกัดลงโทษเพียงกักขังที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยเพียงสามวันเท่านั้น ซึ่งเธอมองว่าไม่ยุติธรรมกับสิ่งที่เธอกับลูกได้เจอ
โดยคุณแอ้ม เล่าว่า เธออยู่กินกับสามีทหารคนนี้ มานาน 19 ปี โดยมีการจดทะเบียนสมรสกัน และมีลูกสาวด้วยกัน 1 คนอายุ 4 ขวบ ก่อนจะจับได้ว่า สามี มีมือที่ 3 ซึ่งเป็นทหารหญิงที่อยู่สังกัดเดียวกัน เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.67 และทราบภายหลังว่า ทั้ง 2 แอบคบชู้กันมา 1 ปีกว่า
หลังจากที่เธอจับได้ เธอได้ดูพฤติกรรมของสามีว่า เปลี่ยนไปหรือไม่ แต่ก็พบว่าพฤติกรรมของฝ่ายชายไม่เปลี่ยนไป เธอจึงตัดสินใจ เดินทางไปฟ้องวินัย ของทั้งสามี และ ชู้ จากนั้นเธอได้เดินทางไปฟ้องหย่ากับสามี , ฟ้องแยกสินสมรส (รถยนต์ 2 คัน และ บ้าน 1 หลัง ) และขออำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว พร้อมกับฟ้องชู้ด้วย
ส่วนการฟ้องชู้นั้น ทางชู้ได้มีการจ่ายค่าทดแทน ซึ่งเป็นค่าเสียหาย 350,000 บาท ซึ่งหลังจากนั้นเธอได้ทำการถอนฟ้องดังกล่าว แต่เธอไม่ได้ถอนฟ้องวินัยของชู้กับทางต้นสังกัด ทำให้สามี บอกกับเธอว่า ให้เธอถอนฟ้องวินัยชู้ แล้วสามีจะกลับมาส่งเสียลูกเรียนเหมือนเดิม ซึ่งตอนนั้นเธอก็ตั้งคำถามว่าทำไมต้องยื่นข้อเสนอแบบนี้ ลูกไม่ควรถูกเปรียบเทียบกับชู้แบบนี้ เธอจึงไม่ถอนฟ้อง
แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์เริ่มร้ายแรงขึ้น เพราะสามีและครอบครัวเริ่มกลั่นแกล้งเธอและลูก โดยเริ่มจากเธอโดนตัดน้ำของที่บ้าน ตัดค่าอาหาร ค่านมลูก ซ้ำสามีเคยปิดประตูใส่ลูกเพื่อไม่ให้ลูกเข้าบ้านก่อนที่จะนำรถทั้งสองคันซึ่งเป็นสินสมรสของเธอ ออกไปขาย ทำให้ตอนนั้นเธอไม่มีรถขับไปรับ-ส่งลูกไปโรงเรียน แต่ตอนนี้เธอซื้อรถคันใหม่เพื่อนำมารับ-ส่ง ลูกแล้ว
นอกจากนี้หลังเธอฟ้องหย่าเธอได้มีการไปอายัดโฉนดบ้าน ที่กรมที่ดิน แต่เมื่อหมดอายุขัยของการอายัด สามีได้รีบนำโฉนดบ้านหลังนี้ไปขายให้กับแม่สามีทันที หลังจากนั้นแม่สามีได้โอนโฉนดให้กับพี่ชายของแม่สามีอีกครั้ง และหลังจากนั้นสามีและครอบครัวได้นำป้ายประกาศขายบ้านที่เป็นสินสมรสมาติดบริเวณหน้าบ้าน
เธอเห็นแบบนั้นจึงตัดสินใจเดินทางไปขออำนาจศาลในการปกครองสินสมรสชั่วคราวก่อนเพราะคดีการฟ้องหย่ามันยังไม่สิ้นสุด ซึ่งศาลได้รับเรื่องและได้อายัดโฉนดบ้านหลังดังกล่าวไว้ชั่วคราว และศาลยังแจ้งว่าให้เธออยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว จนกว่าจะมีคำตัดสิ้นสุด
มากกว่านั้นคือสามีและพ่อสามีแจ้งทางนิติกับ รปภ. หมู่บ้านว่า ไม่อนุญาตให้เธอและลูกสาวเข้าหมู่บ้าน ทำให้ตอนนั้นตนต้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านเพื่อให้เธอเข้าไปในหมู่บ้านได้ แต่เมื่อเข้าบ้านได้เธอกลับถูก สามีและครอบครัวสามีขับไล่เธอออกจากบ้าน ด้วย
คุณแอ้มบอกอีกว่า ทุกวันนี้ยังต้องเจอกับอะไรบ้าง ยังต้องลุ้นอยู่ว่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้นอีก และเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้เธอก็ไม่รู้จะต้องหันไปทางไหน ยอมรับว่าเครียด แต่ก็พยายามที่จะ ไม่เครียด เพราะยังมีลูกอยู่ข้างๆ และยืนยันว่าจะต้องผ่านทุกวันไปให้ได้ จนกว่าจะสิ้นสุดการฟ้องร้อง
แต่วันนี้ที่เธอออกมาร้อง เพราะเธอได้ฟ้องร้องทางวินัยกับทางต้นสังกัดของทั้งสองคนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับความยุติธรรม เพราะหลังจากฟ้องร้องไปต้นสังกัดทำแค่เพียงโยกย้ายสามีไปอยู่ ที่ศูนย์รักษาความปลอดภัย และอ้างว่า สามีโดนกักขัง 3 วัน ซึ่งเธอมองว่าไม่ยุติธรรมกับสิ่งที่เธอเจอ เธอมองว่า แบบนี้ควรจะถูกออกจากราชการด้วยซ้ำ
สุดท้าย คุณแอ้มบอดว่า เขาเป็นถึงทหารแนวหน้าของประเทศ ไม่ควรจะรังแกลูกกับภรรยาขนาดนี้ ควรจะมีความเป็นลูกผู้ชายมากว่านี้ ในฐานะทหารของประเทศ ไม่สมศักดิ์ และอย่างน้อยสิ่งที่เขาคสรได้รับ คือออกจากราชการ เพราะไม่สามารถดูแลเมีย และรังแกลูกเมียแบบนี้