ผู้เชี่ยวชาญชี้ “ช่วยตัวเองบ่อย” อาจให้ผลลัพธ์ดีกว่าที่คิด เหมือนได้ “รีเฟรชอสุจิ” เปิดทางให้อสุจิชุดใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิมมาแทนที่

เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569

รายงานจากสื่อต่างประเทศ ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดชี้ว่า การหลั่งอสุจิอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงผ่านการช่วยตัวเอง อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพระบบสืบพันธุ์ของผู้ชาย โดยเฉพาะในด้านคุณภาพของอสุจิ ซึ่งอาจขัดแย้งกับความเชื่อเดิมของบางกลุ่ม

ที่ผ่านมา มีกระแสความเชื่อในหมู่ผู้ชายบางส่วนว่า การงดการหลั่งอสุจิเป็นระยะเวลานาน เช่น ตลอดหนึ่งเดือน จะช่วยเพิ่มคุณภาพอสุจิ ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน รวมถึงสมาธิ อย่างไรก็ตาม แพทย์ระบุว่า มีเพียงประเด็นเรื่องคุณภาพอสุจิเท่านั้นที่อาจมีส่วนจริงอยู่บ้าง

ก่อนหน้านี้ นพ.เรนา มาลิก ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะ ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า การเว้นช่วงระหว่างการหลั่งอสุจิในระยะสั้น อาจช่วยให้ค่าบางอย่างของอสุจิเพิ่มขึ้น แต่ผลการศึกษาล่าสุดกลับตั้งข้อสงสัยต่อแนวคิดดังกล่าว

โดยปกติ อสุจิใช้เวลาประมาณ 2 เดือนครึ่งในการเจริญเติบโตในร่างกายเพศชาย และมีการผลิตเฉลี่ยวันละ 50–100 ล้านตัว ก่อนจะถูกเก็บไว้ในหลอดเก็บอสุจิเป็นเวลาราว 2 สัปดาห์ จากนั้นจะถูกหลั่งออก หรือสลายและถูกดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกาย

อย่างไรก็ตาม นักวิจัย ได้แก่ ดร.รีเบคกา ดีน ดร.อิเรม เซพิล และดร.คริช สังวี ระบุว่า อสุจิเองก็มี “อายุการใช้งาน” เช่นเดียวกับเซลล์สืบพันธุ์อื่น ๆ และอาจเสื่อมสภาพได้หากถูกเก็บไว้นานเกินไป

ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัย 115 ชิ้น ครอบคลุมผู้ชายเกือบ 55,000 คน พบว่า การเว้นช่วงการหลั่งอสุจิเป็นเวลานาน มีความสัมพันธ์กับคุณภาพอสุจิที่ลดลง กล่าวคือ การหลั่งอสุจิบ่อยครั้งมากขึ้น อาจช่วย “รีเฟรช” อสุจิ โดยกำจัดเซลล์เก่าหรือเซลล์ที่อาจเสียหายออกไป

ดร.ดีน อธิบายว่า อสุจิมีการใช้พลังงานอย่างรวดเร็ว และมีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองจำกัด การเก็บไว้นานจึงอาจส่งผลเสียมากกว่าเซลล์ชนิดอื่น พร้อมระบุว่า “การหลั่งอสุจิเป็นประจำอาจช่วยเพิ่มภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ชายได้ในระดับหนึ่ง”

งานวิจัยยังพิจารณาปัจจัยสำคัญ เช่น การเคลื่อนไหวของอสุจิ (motility) และอัตราการมีชีวิต (viability) ซึ่งพบว่าทั้งสองค่ามีแนวโน้มลดลงเมื่อเว้นช่วงการหลั่งนานขึ้น ขณะที่ความเสียหายของ DNA เพิ่มขึ้น

นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า สาเหตุอาจมาจาก ภาวะเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) คือภาวะที่ร่างกายมี “อนุมูลอิสระ” มากกว่า “สารต้านอนุมูลอิสระ” ทำให้เกิดความไม่สมดุล นำไปสู่การทำลายเซลล์ โปรตีน และ DNA ส่งผลให้ร่างกายเสื่อมเร็วขึ้น เกิดการอักเสบเรื้อรัง และเสี่ยงต่อโรคต่างๆ

เนื่องจากอสุจิเป็นเซลล์ที่ต้องใช้พลังงานสูง หากเก็บไว้นานเกินไป อาจไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แม้แนวทางปฏิบัติในปัจจุบันยังแนะนำให้เว้นช่วงการหลั่งอสุจิ 2–7 วัน ก่อนการเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจหรือทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) แต่ผลการศึกษาใหม่นี้ชี้ว่า การเว้นช่วงที่สั้นลง อาจส่งผลดีต่อคุณภาพอสุจิในบางกรณี

ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องภาวะเจริญพันธุ์ในเพศชายกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น โดยแพทย์ระบุว่า สาเหตุที่พบบ่อยของภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย คือภาวะเส้นเลือดขอดในถุงอัณฑะ (varicocele) ซึ่งส่งผลต่อการผลิตและการเคลื่อนไหวของอสุจิ และอาจกระทบต่อความสามารถในการมีบุตรโดยตรง

ที่มา unilad

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน