สธ. เผย ยังไม่พบชาวเชียงใหม่ ป่วยจากฝุ่น PM 2.5 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน แม้จะมีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 12 อำเภอ
8 เม.ย. 69 – นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์หลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลกระทบด้านสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 จ.เชียงใหม่
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ไฟป่า ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM 2.5 ในเชียงใหม่ สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อัคคีภัยไฟป่า) ใน 12 อำเภอ ได้แก่ ฮอด สะเมิง ดอยสะเก็ด แม่แตง เชียงดาว แม่วาง แม่ริม พร้าว ดอยเต่า จอมทอง หางดง และกัลยานิวัฒนา
อย่างไรก็ตาม จากการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพใน 4 กลุ่มโรคสำคัญ ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เยื่อบุตาขาวอักเสบ ผิวหนังอักเสบ และโรคหัวใจและหลอดเลือด ตั้งแต่ 1 ม.ค. – 5 เม.ย. ยังไม่พบว่ามีผู้ป่วยทั้ง 4 กลุ่มโรค เพิ่มขึ้นกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 68
นพ.สมฤกษ์ กล่าวต่อว่า ด้านการแพทย์และสาธารณสุข มีการเปิด “คลินิกมลพิษ” โรงพยาบาลทั่วไป 4 แห่ง จัด “ห้องปลอดฝุ่น” ในโรงพยาบาลและ รพ.สต. สำหรับรองรับผู้รับบริการและผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางในชุมชนรวม 570 ห้อง รวมทั้งสำรองยาเวชภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และกลุ่มโรคที่มีอาการกำเริบจากฝุ่น PM 2.5 เพื่อให้บริการประชาชน
สำหรับกลุ่มเปราะบาง เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหัวใจ และโรคทางเดินหายใจ รวม 4.2 แสนราย เจ้าหน้าที่ รพ.สต. และ อสม. ได้ออกติดตามเยี่ยมบ้าน แจกหน้ากากป้องกันฝุ่นให้รวม 311,767 ชิ้น และจัดหามุ้งปลอดฝุ่นสำหรับกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง 187 หลัง