นักวิชาการ ม.เกษตร ชี้ ปัญหาฝุ่นพิษ แก้ได้ด้วย พรบ.อากาศสะอาด ยันอากาศบริสุทธิ์ คือสิทธิขั้นพื้นฐาน จี้รัฐบาลเร่งผลักดันกฎหมาย ที่ค้างอยู่ในชั้น สว.
วันที่ 18 เม.ย.2569 รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความถึง ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ความว่า เช้านี้ (18 เม.ย. 69) ฝุ่นพิษ PM2.5 (สารก่อมะเร็งกลุ่ม 1) กระทบสุขภาพของพี่น้องชาวภาคเหนือสาหัสต่อเนื่อง
ค่าฝุ่นพิษสูงมากๆ ระดับอันตรายต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก (สีม่วง) และระดับเสี่ยงอันตรายที่ทุกคนอาจได้รับผลกระทบด้านสุขภาพที่รุนแรงขึ้น (สีน้ำตาล) หลายพื้นที่ของ กทม. และปริมณฑล ภาคกลาง อีสานตอนล่าง ตะวันตก และภาคใต้ ยังคงได้รับฝุ่นพิษต่อเนื่องระดับสีแดงและสีส้ม
นี่ไม่ใช่ปัญหาที่ประชาชนควรต้องทนจนชิน เพราะ “อากาศสะอาด” คือสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่สิ่งฟุ่มเฟือย
สิ่งที่น่ากังวลคือ การแก้ปัญหาฝุ่นพิษของไทยยังไม่ถึงต้นเหตุ ทั้งการเผาในประเทศทั้งภาคเกษตรและป่าไม้ มลพิษจากภาคคมนาคมและอุตสาหกรรม ตลอดจนปัญหาฝุ่นข้ามแดนที่ต้องจัดการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
บทเรียนจากต่างประเทศชี้ว่า หากจะจัดการมลพิษทางอากาศให้ได้ผล ต้องมีอย่างน้อย 3 เรื่องควบคู่กัน คือ
- กฎหมายที่บังคับใช้ได้จริง
- งบประมาณหรือกองทุนเฉพาะกิจที่เพียงพอ ต่อเนื่อง และทันการณ์
- เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ที่มีทั้งแรงจูงใจและมาตรการบังคับให้ผู้ก่อมลพิษต้องรับผิดชอบ
ถ้าหันมาดูประเทศไทยพบว่าเราไม่มีทั้ง 3 องค์ประกอบ ประเทศไทยเราเลยเป็นที่รักและสวรรค์ของธุรกิจที่ปล่อยมลพิษสูง ขอย้ำว่า พร.บ.อากาศสะอาด ฉบับที่ ยังค้างในชั้นวุฒิสภา ใส่เนื้อหาครบทั้ง 3 องค์ประกอบ
นี่คือเหตุผลที่รัฐบาลใหม่ต้องให้ความสำคัญกับการผลักดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ฉบับที่ยังค้างอยู่ในชั้นวุฒิสภา อย่างจริงจัง ไม่ใช่ปล่อยให้ลมหายใจของประชาชนต้องแพ้ผลประโยชน์ของผู้ก่อมลพิษ
ขอเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า จะเดินหน้ากฎหมายอากาศสะอาดต่อโดยเร็ว และขอชวนประชาชนทุกคนร่วมกันส่งเสียงให้รัฐบาลใหม่เร่งนำพรบ.อากาศสะอาดกลับมาพิจารณาต่อโดยด่วน!
ด้วยการเข้าไปลงชื่อที่ https://thailandcan.net/th และโพสต์ข้อความ #13พฤษภาเส้นตายพรบอากาศสะอาด เพราะเศรษฐกิจที่ดีไม่ควรต้องแลกด้วยสุขภาพและชีวิตของประชาชน
ควรงดกิจกรรมการเผาในช่วงนี้เพื่อลดความรุนแรงต่อสุขภาพนะครับ รักษาสุขภาพนะครับทุกคน กลุ่มเสี่ยง เด็ก คนสูงวัย และสตรีมีครรภ์ ควรงดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงนี้นะครับ อย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่นได้ก่อนออกจากบ้านและไม่ประมาทกับมัจจุราชมืดนะครับ ร่วมด้วยช่วยกันเพื่อสุขภาพคนไทยและประเทศไทยของเราที่ดีขึ้นครับ
ที่มา : Witsanu Attavanich

