ย่ำน้ำ ลุยโคลน เหยียบดิน ต้องระวัง! หมอเจด พารู้จัก “โรคเมลิออยด์โดสิส” ติดง่าย ลามไว อันตรายถึงตาย เผยอาการ ใครบ้างที่เสี่ยง
นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก “หมอเจด” ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเมลิออยด์โดสิส โดยระบุว่า ตอนนี้มีรายงานผู้ป่วยสะสม 732 ราย และเสียชีวิตไปแล้ว 23 ราย
ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่าโรคนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับ และที่สำคัญคือมีหลายคนไม่ได้เริ่มจากอาการหนักเลย บางคนแค่มีไข้ ปวดเมื่อย เหมือนไข้หวัดธรรมดา กินยาลดไข้แล้วก็ยังใช้ชีวิตตามปกติ
แต่สิ่งที่อันตรายคือ เชื้อนี้สามารถลุกลามเร็วมาก จากแค่ “ไข้ธรรมดา” กลายเป็น “ติดเชื้อในกระแสเลือด” ได้ภายในเวลาไม่นาน วันนี้ผมจะพามาเจาะลึกถึงสาเหตุ อาการ และใครบ้างที่ต้องระวังครับ
1.โรคเมลิออยด์โดสิสเกิดจากอะไร ทำไมต้องระวัง โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในดินและน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำขังหรือดินชื้น เชื้อไม่ได้ไกลตัวเลย คนที่เดินลุยน้ำ ลุยโคลน หรือมีแผลเล็ก ๆ แล้วไปสัมผัสดิน ก็มีโอกาสรับเชื้อได้ เชื้อสามารถเข้าร่างกายได้ 3 ทางหลัก ๆ คือ ผ่านแผล การหายใจเอาฝุ่นหรือไอน้ำเข้าไป และการกินน้ำที่ปนเปื้อน
สิ่งที่ต้องระวัง คือ เชื้อนี้ไม่ได้อยู่แค่ที่ผิวหนัง มันสามารถเข้าไปในกระแสเลือด แล้วกระจายไปอวัยวะต่าง ๆ ได้ เช่น ปอด ตับ ม้าม พอถึงจุดนั้น อาการจะไม่ใช่แค่ไข้ธรรมดา แต่จะกลายเป็นการติดเชื้อรุนแรง บางรายเข้าสู่ภาวะช็อก ความดันตก และเสียชีวิตได้เร็ว
2.อาการเป็นยังไง? ต่างจากไข้หวัดยังไง ช่วงแรก หลายคนจะแยกไม่ออก เพราะมันเริ่มเหมือนไข้ทั่วไปเลย มีไข้ ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย ไอเล็กน้อย ตรงนี้แหละที่ทำให้คนมองข้าม
แต่สิ่งที่ผมอยากให้สังเกต คือ
- ไข้สูงต่อเนื่อง กินยาแล้วไม่ค่อยลง หรือขึ้น ๆ ลง ๆ
- หนาวสั่น เหงื่อออกมากผิดปกติ เหมือนร่างกายสู้กับอะไรบางอย่าง
- ไอมากขึ้น มีเสมหะ หรือแน่นหน้าอก หายใจไม่เต็ม
- บางคนจะเริ่มมี “ฝี” หรือก้อนหนองตามตัว โดยไม่รู้สาเหตุ
- อ่อนเพลียมากกว่าปกติ เหมือนแรงตกเร็ว
ถ้าปล่อยให้ลุกลาม เชื้อจะเข้าเลือด อาการจะเปลี่ยนเร็วมาก เช่น ซึมลง เวียนหัว ความดันตก หายใจเหนื่อย อันนี้ไม่ใช่ไข้ธรรมดาแล้ว เป็นภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอันตรายถึงชีวิต
3.แล้วใครบ้างที่เสี่ยง กลุ่มที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษ คือ
- คนที่เป็นเบาหวาน เพราะภูมิคุ้มกันจะสู้เชื้อได้ไม่ดี
- โรคไตเรื้อรัง
- โรคตับ
- คนที่กินยากดภูมิ หรือภูมิคุ้มกันต่ำ
- คนที่ทำงานลุยดิน ลุยน้ำ เช่น ชาวนา คนทำสวน
- คนที่มีแผลแล้วไปสัมผัสดินหรือน้ำสกปรก
กลุ่มนี้ถ้าติดเชื้อแล้ว มักจะลุกลามเร็ว และอาการหนักกว่าคนทั่วไป
4.ป้องกันดูแลตัวเองยังไงได้บ้าง วิธีป้องกันจริง ๆ ไม่ซับซ้อน แต่ต้องมีวินัย
- ถ้าต้องลุยน้ำ ลุยดิน ใส่รองเท้าบูท หรือถุงมือป้องกัน
- ถ้ามีแผล อย่าให้แผลไปโดนน้ำหรือดินสกปรก
- ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ให้รีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาดทันที
- ดื่มน้ำสะอาด หลีกเลี่ยงน้ำที่ไม่มั่นใจ
- ถ้ามีไข้ โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว อย่ารอดูอาการหลายวัน
สิ่งที่สำคัญ คือ “อย่าคิดว่าเดี๋ยวก็หาย” ถ้าไข้ไม่เหมือนเดิม หรืออาการเริ่มแปลกไป
โรคนี้น่ากลัวตรงที่ “เริ่มเหมือนไม่มีอะไร” แต่พอเป็นจริงแล้วไปเร็วมาก จากไข้ธรรมดา กลายเป็นติดเชื้อรุนแรงได้ในเวลาไม่นาน โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว ยิ่งต้องระวังมากขึ้น ถ้าเริ่มสงสัย หรือมีอาการไม่เหมือนไข้ทั่วไป อย่ารอให้หนักก่อน เพราะโรคนี้ยิ่งรู้เร็ว รักษาเร็ว โอกาสรอดยิ่งสูง แต่ถ้าชะล่าใจ มันอาจไม่ให้โอกาสแก้ตัวครับ
ที่มา : หมอเจด