ฝันสลาย สาวร้อง จองบ้านโครงการดัง สูญเงิน 4.4 ล้าน ไปดูหน้างาน พบเพียงความว่างเปล่า จ้างทนายฟ้องบริษัท ชนะแต่ได้เพียงกระดาษ
ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความลงในกลุ่ม พวกเราคือผู้บริโภค หลังเจอปัญหากับโครงการอสังหาริมทรัพย์ ความว่า ดิฉันขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ร้องขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวของดิฉัน และผู้เสียหายรายอื่นๆ อีกกว่า 400 ชีวิต ที่กำลังตกที่นั่งลำบากจากการถูกโครงการอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังทอดทิ้ง งานก่อสร้างหยุดนิ่ง แต่บริษัทยังนิ่งเฉยไม่รับผิดชอบใดๆ
จุดเริ่มต้นของฝันร้าย
ดิฉันและสามีชาวต่างชาติตั้งใจอยากมีบ้านเป็นของตัวเองเพื่อสร้างครอบครัว จึงตัดสินใจจองบ้านในโครงการนี้เมื่อปลายปี 2566 ในราคา 15.95 ล้านบาท เรามีความหวังมาก ยอมจ่ายทั้งเงินจอง เงินทำสัญญา และเงินดาวน์ไปแล้วรวมกว่า 4,400,000 บาท เพราะเชื่อมั่นในคำโฆษณาและภาพลักษณ์ของโครงการ
ความจริงที่ปรากฏ
เมื่อช่วงต้นปี 2568 ดิฉันเข้าไปดูความคืบหน้า กลับพบว่าหน้างานกลายเป็นที่ร้าง ไม่มีคนงาน งานก่อสร้างไม่คืบหน้าแม้แต่น้อย เมื่อสอบถามพนักงานก็ได้คำตอบบ่ายเบี่ยง ให้รอเงินกู้บ้าง ให้เราหยุดชำระค่างวดเองบ้าง (เพื่อหวังให้เราเป็นฝ่ายผิดสัญญา) จนสุดท้ายถึงได้รู้ความจริงว่า มีผู้เสียหายจากเฟส 1 และโครงการอื่นๆ ในเครือทั้งคอนโดใน กทม. และพัทยา รวมตัวกันกว่า 400 คน ที่โดนในลักษณะเดียวกัน มูลค่าความเสียหายรวมกันกว่า “พันล้านบาท”
ชนะคดี แต่ได้เพียงกระดาษใบเดียว
ดิฉันและสามีสู้สุดตัว จ้างทนายส่งจดหมาย Notice และฟ้องร้องจน “ชนะคดี” แต่ความโชคร้ายยังไม่จบ เพราะเมื่อถึงขั้นตอนบังคับคดี กลับพบว่า ที่ดินของเจ้าของบริษัทติดจำนองทั้งหมด ไม่สามารถยึดมาขายทอดตลาดเพื่อคืนเงินให้ผู้เสียหายได้ ทางบริษัทไม่เคยติดต่อมาเจรจา ไม่เคยเยียวยาใดๆ ทำเหมือนพวกเราไม่มีตัวตน
ความลำบากในปัจจุบัน
ตอนนี้ดิฉันมืดแปดด้านจริงๆ ค่ะ สัญญาบ้านเช่ากำลังจะหมดลง เงิน 4.4 ล้านที่สะสมมาหายไปกับตา บ้านที่หวังว่าจะพาลูกน้อยวัย 3 ขวบเข้าไปอยู่ก็ไม่มีอยู่จริง เราต้องหาลำบากหาที่อยู่ใหม่แบบกะทันหัน ทั้งที่จ่ายเงินไปเกือบ 5 ล้านบาท เสียสุขภาพกาย สุขภาพจิต
ดิฉันจึงขอกราบวิงวอนขอความเมตตาจากจาก Social ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้พวกเราด้วยเถอะค่ะ พวกเราไม่อยากให้เรื่องนี้เงียบหายไป และไม่อยากให้มีใครต้องตกเป็นเหยื่อรายต่อไปของบริษัทนี้อีก