ขยี้ตาบ่อยครั้ง เสี่ยงตาพัง จักษุแพทย์ออกมาเตือน พฤติกรรมที่หลายคนทำโดยไม่รู้ตัว อาจร้ายแรงถึงขั้นต้องผ่าตัด เปลี่ยนกระจกตา ส่งผลต่อการมองเห็นในระยะยาว
วันที่ 2 มิถุนายน 2569 พฤติกรรมที่หลายคนชอบทำหากรู้สึกคัน แสบ หรือระคายเคืองดวงตา ก็คือเรามักจะขยี้ตา แต่รู้หรือไม่ว่า นิสัยดังกล่าวไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด อาจส่งผลร้ายแรงต่อการมองเห็นระยะยาวได้
ล่าสุดจักษุแพทย์ ออกมาเตือนว่า การขยี้ตาเมื่อรู้สึกคัน แสบ หรือระคายเคือง เพื่อบรรเทาอาการนั้น อาจทำให้ตาแดง เกิดแผลที่กระจกตา หรือติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
โดยอาการคันตาส่วนใหญ่มักเกิดจากโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ ซึ่งเป็นการอักเสบของเยื่อใสที่ปกคลุมผิวดวงตา และเป็นสาเหตุเกือบครึ่งหนึ่งของอาการคันตาทั้งหมด นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากผิวหนังบริเวณเปลือกตาอักเสบ
จักษุแพทย์ ระบุอีกว่า ความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุด คือ โรคกระจกตายื่น ซึ่งเป็นภาวะที่กระจกตาบางลงและเสียรูปจากเดิมที่มีลักษณะโค้งคล้ายโดม กลายเป็นทรงกรวย ส่งผลให้สายตาพร่ามัวและเกิดภาวะสายตาเอียง
ผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาด้วยการเชื่อมความแข็งแรงของกระจกตา (Corneal Cross-Linking) และอาจต้องใช้คอนแทคเลนส์ชนิดพิเศษราคาแพง หรือในรายที่อาการรุนแรงอาจต้องปลูกถ่ายกระจกตา

ภาพประกอบ
ขณะเดียวกัน การขยี้ตาแรง ๆ ยังอาจทำให้กระจกตาถลอก โดยเฉพาะหากเล็บมือไปขูดโดนผิวตา ซึ่งต้องได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
อีกทั้งยังอาจทำให้เส้นเลือดฝอยบนผิวตาแตก เกิดภาวะเลือดออกใต้เยื่อบุตา ทำให้ตาแดง แม้ส่วนใหญ่จะหายได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ก็ตาม
ผู้เชี่ยวชาญ แนะนำว่า แทนที่จะขยี้ตา ควรล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสดวงตา และใช้ยาหยอดตาหรือผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อบรรเทาอาการคันและระคายเคือง
โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการจากภูมิแพ้ เพราะยาหยอดตาสามารถช่วยชะล้างสิ่งสกปรกและสารก่อภูมิแพ้ขนาดเล็กที่เป็นสาเหตุของอาการคัน น้ำตาไหล และระคายเคืองได้อย่างปลอดภัยกว่า
ขอบคุณที่มา newyork post
เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์