‘พนัส ไทยล้วน’ สวนดราม่า ‘เงินกู’ ทำปฏิทิน-เสื้อหมวกแจกวันแรงงาน ยืนยันไม่ได้แค้น แค่เสียดายแทนผู้ประกันตน ควรมองผลประโยชน์ของผู้ประกันตนในภาพรวม

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2569 นายพนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย และผู้สมัครรับเลือกตั้งกรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “กรรมการข่าวคุยนอกจอ” ถึงกรณีการจัดทำเสื้อ หมวก และการสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับกิจกรรมวันแรงงานแห่งชาติ

โดยยืนยันว่าการสนับสนุนดังกล่าว เป็นแนวปฏิบัติที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องหลายปี และมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้แรงงานที่เข้าร่วมกิจกรรม

เมื่อพิธีกรถามว่า มีความรู้สึกแค้นใจกับกรณีการตัดงบเสื้อและหมวกสำหรับกิจกรรมวันแรงงานหรือไม่ นายพนัส กล่าวว่า ตนไม่ได้มีความแค้นหรือมีปัญหาส่วนตัวกับใคร เพราะไม่เคยรู้จักหรือพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นการส่วนตัว แต่ในฐานะที่ทำงานกับผู้ใช้แรงงานมาโดยตลอด เมื่อเห็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้แรงงานถูกตัดลดลงก็ย่อมรู้สึกเสียดาย โดยเฉพาะสิ่งที่ดำเนินการกันมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน

“เมื่อใดที่เป็นของลูกจ้างแล้วเสียหาย ผมเป็นนายคน ถ้าไม่รับผิดชอบ ใครจะนับถือ วันที่เขาเคารพผมเพราะดูแลเขาเหมือนลูก” นายพนัสกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เสื้อและหมวกที่แจกในวันแรงงาน ใช้งบจากกองทุนประกันสังคมหรือไม่ นายพนัส กล่าวว่า เสื้อและหมวกดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของสำนักงานประกันสังคม โดยมีตราประกันสังคมและข้อความของสำนักงานประกันสังคมติดอยู่ชัดเจน จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของการประชาสัมพันธ์องค์กร และผู้ใช้แรงงานยังสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ต่อหลังจบกิจกรรม

“คนเห็นเสื้อ หรือหมวกก็จะเห็นชื่อประกันสังคม เป็นการประชาสัมพันธ์ไปในตัว ผมมองว่าเป็นประโยชน์กับระบบประกันสังคมด้วย” นายพนัส กล่าว

เมื่อถูกถามถึงเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยกับการตัดลดงบประมาณในส่วนดังกล่าว นายพนัส กล่าวว่า นอกจากเสื้อและหมวกแล้ว ยังปรับลดค่าอาหาร สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากเดิมหัวละ 50 บาท เหลือ 15 บาท ซึ่งมองว่าไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง เนื่องจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องใช้เวลาอยู่ภายนอกตลอดทั้งวันและต้องเดินขบวนท่ามกลางสภาพอากาศร้อน

“ไม่ได้โมโห แต่เจ็บใจว่าไอ้เด็กพวกนี้ เขาทำกันมานมนานแล้ว ตัดทำไม ค่าอาหารจาก 50 เป็น 15 บาท จะรับประทานอะไรได้ในปัจจุบัน คนที่มาร่วมกิจกรรมต้องใช้เวลาทั้งวัน ผมจึงเห็นว่าควรสนับสนุนในระดับที่เหมาะสม” นายพนัส กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีบางฝ่ายตั้งคำถามว่าการนำเงินของผู้ประกันตนมาใช้กับกิจกรรมวันแรงงานเป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่ นายพนัส กล่าวว่า เงินกองทุนประกันสังคมเป็นเงินของผู้ประกันตนทุกคน แต่การพิจารณาการใช้จ่ายต้องมองในภาพรวมว่าเกิดประโยชน์ต่อผู้ประกันตนหรือไม่ ในระบบประกันสังคมมีผู้ประกันตนบางส่วนใช้สิทธิรักษาพยาบาลมาก ขณะที่บางคนแทบไม่เคยใช้สิทธิเลย แต่ทุกคนก็ร่วมกันสมทบเงินเข้ากองทุนเพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน

“ถ้าจะมองว่าเป็นเงินของฉันอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะทุกคนอยู่ในระบบเดียวกัน ต้องมองว่าการใช้จ่ายนั้นเกิดประโยชน์กับผู้ประกันตนส่วนรวมหรือไม่” นายพนัส กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่มองว่าการนำเงินของผู้ประกันตนมาใช้ในกิจกรรมดังกล่าวอาจไม่เหมาะสม หรือบางคนใช้คำว่า “เงินกู” นายพนัส กล่าวว่า เงินกองทุนประกันสังคมเป็นเงินร่วมของผู้ประกันตนทุกคน ไม่ใช่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และการพิจารณาการใช้จ่ายควรมองว่าเกิดประโยชน์ต่อผู้ประกันตนส่วนรวมหรือไม่

“บางคนบอกว่าเป็นเงินกู ผมก็บอกว่านี่ก็เงินกูเหมือนกัน เพราะผมก็เป็นผู้ประกันตน แต่เวลาคุณใช้สิทธิรักษาพยาบาล ผ่าตัดหัวใจ ฟอกไต หรือใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ คุณก็ใช้เงินจากกองทุนเดียวกัน ถ้าจะบอกว่าเป็นเงินกู ก็ต้องยอมรับว่าเป็นเงินร่วมกันของผู้ประกันตนทุกคน” นายพนัสกล่าว

นายพนัส กล่าวว่า หลักการของประกันสังคมคือการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข ผู้ประกันตนบางคนอาจใช้สิทธิประโยชน์จำนวนมาก ขณะที่บางคนแทบไม่เคยใช้สิทธิเลย แต่ทุกคนร่วมกันส่งเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อให้เกิดการดูแลซึ่งกันและกัน

ทั้งนี้ นายพนัส ยืนยันว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่เรื่องเสื้อ หมวก หรือปฏิทินเพียงอย่างเดียว แต่คือการพิจารณาว่างบประมาณที่ใช้ไปก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกันตนหรือไม่ และควรมองผลประโยชน์ของผู้ประกันตนในภาพรวมมากกว่าพิจารณาเฉพาะตัวเลขค่าใช้จ่ายบางรายการเท่านั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน