สปส. เปิดรายชื่อ 3 จังหวัด ลูกจ้างเจ็บจากงานมากสุด เผยลักษณะการบาดเจ็บที่พบมากที่สุด ยันพร้อมดูแลลูกจ้างครบวงจร-รับชดเชยสูงสุด 1 ล้านบาท
วันที่ 11 มิ.ย.2569 น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคม โดยกองทุนเงินทดแทน ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกจ้างที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานอย่างเต็มที่ ปัจจุบันมีลูกจ้างในระบบกองทุนเงินทดแทน 12,340,730 คน และสถานประกอบการที่อยู่ในระบบ 482,344 แห่ง
กองทุนเงินทดแทน เป็นกองทุนที่จ่ายเงินทดแทนแก่ลูกจ้างแทนนายจ้าง ในกรณีที่ลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ สูญเสียสมรรถภาพในการทำงาน เสียชีวิต หรือสูญหายอันเนื่องมาจากการทำงาน โดยพิจารณาจากสาเหตุของการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ไม่คำนึงถึง วัน เวลา หรือสถานที่เกิดเหตุ
สำหรับสถิติการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-31 พฤษภาคม 2569 พบว่ามีลูกจ้างประสบอันตรายทั้งสิ้น 32,302 ราย
โดยจังหวัดที่มีสถิติสูงสุด ได้แก่
- กรุงเทพมหานคร 8,387 ราย
- จังหวัดสมุทรปราการ 3,433 ราย
- จังหวัดสมุทรสาคร 2,492 ราย
ด้านประเภทสถานประกอบการที่มีสถิติการประสบอันตรายสูงสุด คือ
- สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1,001 คนขึ้นไป 5,570 ราย
- สถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 201–500 คน 5,257 ราย
- สถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 21–50 คน 4,360 ราย
ขณะที่ประเภทกิจการที่มีการประสบอันตรายสูงสุด คือ
- กิจการหมวดการผลิต 15,127 ราย
- หมวดการขายส่งและการขายปลีก รวมถึงการซ่อมยานยนต์และจักรยานยนต์ 4,783 ราย
- หมวดก่อสร้าง 3,324 ราย
ส่วนลักษณะการบาดเจ็บที่พบมากที่สุด คือ
- การสูญเสียนิ้วมือ 7,777 ราย
- การบาดเจ็บที่ดวงตา 3,792 ราย
- ารบาดเจ็บหลายส่วนของร่างกาย 2,894 ราย
น.ส.กาญจนา กล่าวว่า หากลูกจ้างประสบอันตรายจากการทำงาน นายจ้างมีหน้าที่แจ้งการประสบอันตรายของลูกจ้าง โดยยื่นแบบแจ้งประสบอันตราย (กท.16) ผ่านระบบ e-Compensate บนเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม พร้อมแนบสำเนาแบบส่งตัวลูกจ้างเข้ารับการรักษาพยาบาล (กท.44) ต่อสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ จังหวัด หรือสาขาที่ขึ้นทะเบียนไว้ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบเหตุ
ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมแนะนำให้นายจ้างส่งลูกจ้างเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลคู่สัญญาของกองทุนเงินทดแทน เพื่อให้นายจ้างไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล โดยกองทุนเงินทดแทนสามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามจริงตามความจำเป็นเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 65,000 บาท
ในกรณีค่ารักษาพยาบาลไม่เพียงพอ สามารถพิจารณาเพิ่มขึ้นตามกฎกระทรวงพยาบาลค่ารักษาพยาบาลที่ให้นายจ้างจ่าย พ.ศ.2563 เพิ่มได้เป็น 16,5000 บาท และหากยังไม่เพียงพอเพิ่มได้เป็น 300,000 บาท และหากยังไม่เพียงพอให้นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายตามความจำเป็น ที่เพิ่มอีกตามความเห็นของคณะกรรมการการแพทย์ กองทุนเงินทดแทน เมื่อรวมค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดแล้วไม่เกิน 1,000,000 บาท
เว้นแต่ลูกจ้างเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของรัฐตั้งแต่เริ่มแรกจนสิ้นสุดการรักษาพยาบาล ให้นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงจนจนสิ้นสุดการรักษา