หญิงวัย 80 ปี คันทั้งตัวนานกว่า 6 เดือน หมอชี้ไม่ใช่ผื่นภูมิแพ้ พบรอยแดงเล็ก ๆ ตามซอกนิ้ว สุดท้ายเป็น หิด ฝังตัวในผิวหนัง

อาการคันผิวหนังเรื้อรัง แม้ทายาแล้วดีขึ้นชั่วคราวแต่กลับมาเป็นซ้ำ อาจไม่ได้เกิดจากผื่นผิวหนังอักเสบหรือโรคภูมิแพ้เสมอไป โดยแพทย์ผิวหนังรายหนึ่งได้เปิดเผยกรณีของหญิงสูงอายุกว่า 80 ปี ที่มีอาการคันทั่วร่างกายนานกว่าครึ่งปี และรักษาในฐานะโรคผื่นผิวหนังอักเสบมาโดยตลอด แต่ไม่เคยหายขาด ก่อนพบสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจาก “ไรหิด” ที่อาศัยอยู่ใต้ผิวหนัง

นพ.อู๋เหรินชิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า ผู้ป่วยหญิงวัยกว่า 80 ปี มีอาการคันทั่วร่างกายมานานกว่า 6 เดือน และเคยเข้ารับการรักษาหลายครั้ง โดยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคผื่นผิวหนังอักเสบ (Eczema)

แม้อาการจะดีขึ้นหลังทายา แต่ไม่นานก็กลับมาคันอีก ผู้ป่วยเองคิดว่าเป็นเพราะอายุมากขึ้นและสภาพผิวเสื่อมลงตามวัย อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้ารับการตรวจอย่างละเอียด แพทย์สังเกตเห็นจุดแดงเล็ก ๆ เรียงเป็นแนวบริเวณซอกนิ้วมือ รวมถึงรอบสะดือ รักแร้ และด้านในข้อมือ ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญที่ทำให้สงสัยว่าไม่ใช่ผื่นผิวหนังอักเสบทั่วไป “นี่ไม่ใช่ผื่นภูมิแพ้ แต่เป็นเหมือนไรหิดมาเปิดโรงแรมอยู่บนผิวหนัง” แพทย์กล่าวเปรียบเทียบ

ไรหิดมักถูกวินิจฉัยผิด เพราะอาการคล้ายโรคผิวหนังทั่วไป

นพ.อู๋อธิบายว่า โรคหิด (Scabies) เป็นหนึ่งในโรคผิวหนังที่ถูกวินิจฉัยคลาดเคลื่อนบ่อยที่สุด เนื่องจากอาการสามารถเลียนแบบโรคผื่นแพ้หรือผื่นอักเสบได้อย่างแนบเนียน ไรหิดจะขุดโพรงอยู่ในชั้นผิวหนังเพื่อวางไข่ ขณะที่อาการคันไม่ได้เกิดจากตัวไรโดยตรง แต่เกิดจากปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ตอบสนองต่อไรและสิ่งขับถ่ายของมัน

ด้วยเหตุนี้ การทายารักษาผื่นหรือสเตียรอยด์เพียงอย่างเดียวจึงช่วยได้แค่กดอาการคันชั่วคราว แต่ไม่สามารถกำจัดต้นเหตุของโรคได้ เนื่องจากตัวไรยังคงอาศัยอยู่ในผิวหนัง นอกจากนี้ ในผู้สูงอายุ ระบบภูมิคุ้มกันอาจตอบสนองต่อการติดเชื้อได้ไม่ชัดเจน ทำให้ผื่นหรือรอยโรคมีลักษณะไม่จำเพาะ และยิ่งทำให้การวินิจฉัยยากขึ้น

จุดสำคัญในการสังเกตโรคหิด

แพทย์ระบุว่า ตำแหน่งที่ควรสังเกตเป็นพิเศษ ได้แก่ ซอกนิ้วมือ ข้อมือ รอบสะดือ และรักแร้ บริเวณเหล่านี้ถือเป็นตำแหน่งที่ไรหิดชอบอาศัยอยู่มากที่สุด และมักเป็นจุดสำคัญที่ช่วยนำไปสู่การวินิจฉัยโรค นพ.อู๋ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า หากแพทย์ไม่ได้พิจารณาโรคหิดตั้งแต่แรก โอกาสที่จะรักษาให้หายขาดก็จะลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะการพบ “จุดแดงเล็ก ๆ” ตามซอกนิ้วมือ ถือเป็นเบาะแสสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

โรคหิดติดต่อได้ ควรรักษาพร้อมผู้ใกล้ชิด

โรคหิดเป็นโรคที่สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสใกล้ชิด การใช้เสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน หรือของใช้ร่วมกัน ผู้ป่วยจึงควรเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง และสมาชิกในครอบครัวหรือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดอาจจำเป็นต้องได้รับการประเมินและรักษาพร้อมกัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ

แพทย์แนะนำว่า หากมีอาการคันเรื้อรัง โดยเฉพาะคันมากในเวลากลางคืน หรือรักษาอาการผื่นแล้วไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียด และไม่ควรสรุปเองว่าเป็นเพียงผื่นแพ้หรือผื่นผิวหนังอักเสบทั่วไป เพราะอาจทำให้การรักษาล่าช้าและโรคลุกลามได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน