หมอเจด เผยสาเหตุ ต้าเหนิง กินคลีนผักออร์แกนิก แต่ป่วยหนักจากไวรัสตับอักเสบ E ทรุดหนักต้องส่งรพ. อาหารที่ดูคลีนทำไมถึงพาเชื้อไวรัสเข้าร่างกายได้ ทำไมคนแข็งแรง ไม่ดื่มเหล้า กินดี ก็ยังเป็นได้ สายคลีนยังกินผักสดได้อยู่มั้ย
ชี้สาเหตุเกิดจากอะไรกรณี ต้าเหนิง กัญญาวีร์ ออกมาแชร์ประสบการณ์ป่วยหนักเกือบเอาชีวิตไม่รอด จากกินอาหารเพื่อสุขภาพ กินผักสดออร์แกนิก นั้น โดย นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ โพสต์ให้ความรู้ผ่าน เฟซบุ๊ก หมอเจด ถึงเรื่องดังกล่าวว่า
หมอเจด เผยเหตุ ต้าเหนิง กินคลีนผักออร์แกนิก ป่วยหนักจากไวรัสตับอักเสบ E
“ไม่กี่วันมานี้ “ต้าเหนิง กัญญาวีร์” ได้เล่าในรายการ ที่สุขหัวนอน by SUPALAI ตอนที่ 3 ถึงช่วงที่ป่วยหนักจากไวรัสตับอักเสบ E จนค่าตับพุ่งประมาณ 1,400 มีทั้งตับโต น้ำขึ้นปอด และอาการทรุดจนต้องรีบเข้าโรงพยาบาล โดยเจ้าตัวเล่าว่าโรคนี้มาจากอาหารไม่สะอาด และเชื่อมโยงกับผักสดหรืออาหารออร์แกนิคที่กินเป็นประจำ เพราะอาจมีเชื้อปนเปื้อนจากมูลสัตว์ ฟังแล้วหลายคนน่าจะสงสัยครับว่า ผักที่ดูสะอาดและเฮลตี้ ทำไมถึงพาเชื้อไวรัสเข้าร่างกายได้ วันนี้ผมจะอธิบายตั้งแต่ต้นทางของเชื้อ ไปจนถึงวิธีรักษาและป้องกันครับ”
1.ผักออร์แกนิค ทำไมยังมีเชื้อปนเปื้อนได้?
หลายคนเข้าใจว่าออร์แกนิคคือสะอาดและปลอดภัยทุกอย่าง จริง ๆ คำนี้บอกถึง “วิธีปลูก” ครับ ไม่ได้แปลว่าผักปลอดเชื้อโรค ถ้าระหว่างปลูก เก็บ ขนส่ง หรือเตรียมอาหาร ผักสัมผัสกับ
• มูลสัตว์ที่นำมาใช้เป็นปุ๋ย
• น้ำที่มีเชื้อปนเปื้อน
• มือของคนเตรียมอาหาร
• เขียง มีด หรือภาชนะที่ไม่สะอาด
เชื้อก็อาจติดมากับผิวผักก็ได้นะ ยิ่งนำมากินสดโดยไม่ผ่านความร้อน เชื้อก็มีโอกาสเข้าร่างกายโดยตรงครับ แต่ต้องพูดให้แฟร์ว่า เราไม่สามารถย้อนกลับไปยืนยันได้ว่าผักจานใดเป็นต้นเหตุแน่นอน ประเด็นสำคัญคือ “ออร์แกนิคไม่ได้แปลว่าปลอดเชื้อ” และอาหารที่ดูคลีนก็ปนเปื้อนได้ครับ
2. ไวรัสตับอักเสบ E ต่างจาก A–B–C ยังไง?
ชื่อคล้ายกันเพราะทำให้ตับอักเสบเหมือนกัน แต่ช่องทางรับเชื้อไม่เหมือนกันครับ
ไวรัส A มักมากับอาหาร น้ำ หรือมือที่ปนเปื้อน และส่วนใหญ่เป็นแบบเฉียบพลัน
ไวรัส B ติดต่อผ่านเลือด เพศสัมพันธ์ และจากแม่สู่ลูก บางรายกลายเป็นโรคเรื้อรัง
ไวรัส C ติดต่อผ่านเลือดเป็นหลัก และมีโอกาสเรื้อรังจนตับแข็งหรือมะเร็งตับ
ไวรัส E มักมากับอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน คล้ายไวรัส A แต่ยังพบได้จากหมู เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ป่า หรือหอยที่ปรุงไม่สุก ซึ่งไวรัส E ส่วนใหญ่มาแบบเฉียบพลันและหายได้เอง แต่ไม่ได้แปลว่าเบาครับ เพราะบางรายอักเสบหนักจนตับวายได้ โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ คนมีโรคตับเดิม และคนภูมิคุ้มกันต่ำ
3.ทำไมไวรัสตัวนี้ถึงทำให้ค่าตับสูงจนวิกฤต?
เมื่อไวรัสเข้าไปที่ตับ → ร่างกายจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้เข้ามาจัดการเซลล์ตับที่ติดเชื้อ จนเกิด “ตับอักเสบเฉียบพลัน” ทำให้
• เซลล์ตับบาดเจ็บพร้อมกันมากขึ้น
• ค่า AST และ ALT รั่วออกมาในเลือดจนพุ่งถึงหลักพัน
• การขับน้ำดีผิดปกติ → ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะเข้ม
• ถ้าตับเริ่มทำงานไม่ไหว → อาจซึม สับสน หรือพูดไม่รู้เรื่อง
ค่าตับ 1,300–1,400 จึงบอกว่าเซลล์ตับกำลังบาดเจ็บอย่างมากครับ แต่จะเป็นตับวายหรือไม่ ต้องดูการแข็งตัวของเลือด ระดับน้ำตาล ค่าไต และระดับความรู้สึกตัวร่วมด้วยนะ
4.ทำไมคนแข็งแรง ไม่ดื่มเหล้า กินดี ก็ยังเป็นได้?
เพราะโรคนี้เกิดจาก “การรับเชื้อ” ไม่ได้เกิดจากกินมันหรือดื่มเหล้าครับ ต่อให้ออกกำลังกาย นอนพอ ตรวจสุขภาพปกติ และไม่เคยมีโรคตับ ถ้ากินอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนก็ป่วยได้
แหล่งเสี่ยงที่ต้องระวัง ก็คือ
• น้ำดื่มหรือน้ำแข็งที่ไม่สะอาด
• ผักสดที่ผ่านการปนเปื้อน
• หมูและเครื่องในที่ปรุงไม่สุก
• หอยหรือเนื้อสัตว์ดิบ
• มือ เขียง มีด และภาชนะที่ปนกับอาหารดิบ
พูดง่าย ๆ คือ ต่อให้ตรวจสุขภาพปกติ ไม่ดื่มเหล้า และกินคลีน ถ้ารับเชื้อจากอาหารหรือน้ำเข้าไปก็ป่วยได้ครับ
5. อาการเริ่มเหมือนไข้ธรรมดา แล้วต้องจับตาตรงไหน?
จุดอันตรายของไวรัสตับอักเสบ E คือช่วงแรกอาการไม่ชัดครับ อาจเริ่มจากไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ เบื่ออาหาร หรือปวดท้อง จนเข้าใจว่าเป็นไข้ทั่วไป อาหารเป็นพิษ หรือปวดประจำเดือน
แต่อาการที่ไม่ควรฝืน ได้แก่
• ตัวเหลืองหรือตาเหลือง
• ปัสสาวะเข้มกว่าปกติ
• อาเจียนจนกินไม่ได้
• ปวดท้องรุนแรง
• ซึม ตาลอย สับสน หรือพูดไม่รู้เรื่อง
โดยเฉพาะถ้าเริ่มซึมหรือไม่มีสติ อันนี้ไม่ใช่รอดูพรุ่งนี้แล้วครับ ต้องไปโรงพยาบาลทันที
6.ตรวจอะไรถึงรู้ว่าเป็นไวรัสตับอักเสบ E?
ดูจากค่าตับสูงอย่างเดียวไม่ได้ครับ เพราะค่าตับหลักพันเกิดได้จากไวรัสชนิดอื่น ยา สมุนไพร พาราเซตามอลเกินขนาด ภูมิคุ้มกันทำร้ายตับ หรือตับขาดเลือดได้เหมือนกัน
การตรวจจึงต้องดูหลายอย่างประกอบกัน เช่น
ตรวจ AST และ ALT เพื่อดูการบาดเจ็บของเซลล์ตับ
ตรวจ Bilirubin เพื่อดูภาวะตัวเหลืองและน้ำดีคั่ง
ตรวจ PT/INR เพื่อดูว่าตับยังสร้างสารช่วยให้เลือดแข็งตัวได้ไหม
ตรวจ Anti-HEV IgM เพื่อหาการติดเชื้อไวรัส E ระยะเฉียบพลัน
ตรวจ HEV RNA เพิ่มในรายที่ผลยังไม่ชัด
อัลตราซาวนด์เพื่อดูตับ ถุงน้ำดี และทางเดินน้ำดี
อย่าเดาเองว่าเป็นไวรัส E หรือซื้อยากินเองครับ
7. ไวรัสตับอักเสบ E รักษายังไง?
คนที่อาการไม่รุนแรงส่วนใหญ่มักหายได้เองครับ การรักษาหลักคือประคับประคองอาการและคอยติดตามว่าตับยังทำงานได้ดีอยู่ไหม โดยแนวทางดูแลโดยทั่วไป ได้แก่
• พักผ่อนตามอาการ
• ให้สารน้ำถ้ากินหรือดื่มไม่ได้
• ให้ยาบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือปวด
• ตรวจค่าตับ Bilirubin และ PT/INR ซ้ำ
• งดแอลกอฮอล์ทั้งหมด
• งดสมุนไพร ยาชุด และอาหารเสริมที่ไม่จำเป็น
• ไม่หยุดหรือเพิ่มยาเองโดยไม่ถามแพทย์
ระยะพักฟื้นของแต่ละคนไม่เท่ากันครับ บางคนดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ แต่คนที่อาการหนักอาจต้องพักงานและติดตามค่าตับต่ออีกหลายเดือน ถ้ามี PT/INR ผิดปกติหรือมีภาวะตับวายเฉียบพลัน ก็อาจต้องดูแลใกล้ชิดหรือ ICU ครับ
8. สายคลีนยังกินผักสดได้อยู่ไหม?
กินได้ครับ ผักไม่ได้อันตรายถึงขั้นต้องเลิกกินสลัดนะ แต่เราต้องเลิกคิดว่า “ออร์แกนิคเท่ากับล้างนิดเดียวก็กินได้” เพราะเชื้อโรคมองไม่เห็นด้วยตา ถ้าเป็นหญิงตั้งครรภ์ คนมีโรคตับอยู่แล้ว หรือภูมิคุ้มกันต่ำ ถ้าไม่มั่นใจเรื่องแหล่งที่มา น้ำที่ใช้ล้าง หรือความสะอาดในการเตรียม การเลือกผักปรุงสุกจะลดความเสี่ยงได้มากกว่านะครับ
9. ป้องกันยังไง ไม่ให้ความเฮลตี้กลายเป็นความเสี่ยง?
- ล้างมือก่อนเตรียมและก่อนกินอาหาร
- แยกผักออกเป็นใบ แล้วล้างผ่านน้ำสะอาดให้ทั่ว
- แยกมีด เขียง และภาชนะของดิบออกจากอาหารพร้อมกิน
- อย่านำผักที่ล้างแล้วกลับไปใส่ภาชนะเดิม
- เลือกน้ำดื่ม น้ำแข็ง และร้านอาหารที่ไว้ใจได้
- ปรุงหมู เครื่องใน หอย และเนื้อสัตว์ให้สุกทั่วถึง
- ถ้ามีไข้ร่วมกับตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปัสสาวะเข้ม ให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
การล้างผักช่วยลดสิ่งปนเปื้อนได้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะฆ่าไวรัสได้ทั้งหมดครับ วิธีที่ลดความเสี่ยงได้ดีที่สุดคือใช้น้ำสะอาด ป้องกันการปนเปื้อนจากของดิบ และปรุงสุกเมื่อทำได้
“ผมไม่ได้บอกว่าอย่ากินผักออร์แกนิคครับ แต่เตือนว่า “ปลอดสาร” ไม่ได้แปลว่า “ปลอดเชื้อ” ต่อให้ดูแข็งแรง ไม่ดื่มเหล้า และกินคลีนมาตลอด ถ้ารับเชื้อจากอาหารหรือน้ำเข้าไป ตับก็อักเสบหนักได้เหมือนกัน กินผักได้ครับ แต่ต้องล้างให้ถูก แยกของดิบ และอย่าฝืนถ้าเริ่มตัวเหลือง เหนื่อยมาก หรือซึมผิดปกติ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ”
ที่มา หมอเจด
- อ่านข่าว – หมอเจด แนะ วิธีป้องกัน 5 มะเร็งยอดฮิต ชี้เกิดจากเชื้อใกล้ตัวกว่าที่คิด
- อ่านข่าว – ‘ต้าเหนิง’ แชร์อุทาหรณ์ หวิดดับ ค่าตับพุ่งทะลุ 1,400 ต้นตอจากผักออร์แกนิกที่ล้างไม่สะอาด
ทีมข่าวสด 22 มิ.ย.69



