เช็กเลย อาหารชนิดไหน เพิ่มความเสี่ยงเกิดมะเร็งลำไส้ แนะ ควรกินอะไร ถึงช่วยลดความเสี่ยง ย้ำ ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ-ลดดื่มแอลกอฮอล์ ควบคู่
โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน เผยแพร่บทความให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารที่เพิ่มความเสี่ยงและช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ โดยระบุว่า
อาหารที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้
1.อาหารแปรรูปสูง (Ultra-processed food) เป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการทางเคมีหลายขั้นตอน มีการใส่สารเติมแต่งให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่น่ารับประทาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทาน อาจมีการใส่สารยืดอายุและคงสภาพ มักจะเป็นอาหารที่มีไขมัน น้ำตาล เกลือ แป้งขัดสีในปริมาณที่สูง มีสารอาหารและใยอาหารน้อย ตัวอย่างเช่น น้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยว เค้กสำเร็จรูป มาการีน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่า
2.อาหารปิ้งย่างและอาหารที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำ มีสารจากกระบวนการประกอบอาหาร คือ สารโพลีไซคลิก อโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน (PAH) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง
3.อาหารที่ขึ้นราง่าย เช่น พริกแห้ง กระเทียม และถั่วลิสง
4.อาหารหมักดอง อาหารสำเร็จรูป ใส่สี รมควัน หรือใส่ดินประสิว เช่น ไส้กรอก แหนม ปลาร้า
5.อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ อาหารที่ปรุงไม่สุกอาจทำให้เกิดการติดเชื้อพยาธิ ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง
6.เนื้อแดง มีสารประกอบ ที่เรียกว่าฮีม (heme) หากรับประทานมากเกินไป อาจกระตุ้นเซลล์มะเร็งให้เติบโต
อย่างไรก็ตาม เนื้อแดงยังมีคุณค่าทางโภชนาการและมีสารอาหารต่าง ๆ จึงไม่ควรงดรับประทานเนื้อแดง แต่ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม
โดยกองทุนวิจัยมะเร็งโลก (World Cancer Research Fund) แนะนำว่า ควรรับประทานเนื้อแดงไม่เกิน 500 กรัมต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 5 ช้อนโต๊ะต่อวัน และรับประทานโปรตีนจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เช่น ไข่ เต้าหู้ และถั่ว รวมทั้งการบริโภคอาหารให้มีความหลากหลาย
อาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้
ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลว่ามีอาหารใดที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ได้ แต่เราสามารถเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยดูแลลำไส้ ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน หรืออาหารที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ได้ ตัวอย่างอาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้
1.นมเปรี้ยว โยเกิร์ต กิมจิ เนื่องจากมีโพรไบโอติก (Probiotics) ช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ทำให้แบคทีเรียที่ดีมีจำนวนมากขึ้น และแบคทีเรียที่ไม่ดีมีจำนวนลดลง ช่วยให้สุขภาพของลำไส้ดีขึ้น
2.ผักผลไม้หลากสี เนื่องจากในผักผลไม้สีต่าง ๆ มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) สารในกลุ่มโพลิฟีนอลมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) มีฤทธิ์ในการช่วยลดการอักเสบ มีส่วนช่วยในการควบคุมการทำงานต่าง ๆ ในร่างกายให้เป็นปกติ รักษาสมดุลในร่างกาย รวมทั้งมีส่วนช่วยในการปรับแบคทีเรียในลำไส้ และปรับการทำงานของลำไส้ อีกทั้งยังมีใยอาหาร (Fiber) ซึ่งช่วยเรื่องระบบขับถ่าย
- สีแดง มีไลโคปีน พบมากในมะเขือเทศ พริกแดง บีทรูท และแอปเปิ้ลสีแดง
- สีเหลืองและส้ม มีวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน พบมากใน ฟักทอง แครอท และส้ม
- สีเขียว มีแอลฟาแคโรทีน และคลอโรฟิลล์ พบมากใน ผักโขม คะน้า บล็อคโคลี่
- สีม่วง มีสารแอนโทไซยานิน พบมากในกะหล่ำม่วง ดอกอัญชัน บลูเบอร์รี่ ลูกพรุน และข้าวเหนียวดำ
- สีขาว มีสารแซนโทน พบมากในกระเทียม กล้วย ขิง หัวไชเท้า กะหล่ำ เห็ดต่าง ๆ
3.ธัญพืชและถั่ว เช่น ข้าวกล้อง ลูกเดือย อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ พิตาชิโอ ถั่วขาว ช่วยรักษาระดับน้ำตาลให้สมดุล รวมทั้งกากใยในธัญพืชและถั่วยังช่วยเรื่องระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น บรรเทาอาการท้องผูก ริดสีดวงทวาร
4.เครื่องเทศ เครื่องเทศหลายชนิดมีสรรพคุณลดการอักเสบ ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน เช่น พริก ขมิ้น กระเทียม และขิง และยังช่วยเพิ่มรสชาติและกลิ่นให้กับอาหาร
นอกจากนี้ ควรมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ร่วมกับการควบคุมน้ำหนักตัว หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่
หากมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการเลือกรับประทานอาหาร เนื่องจากแนวทางการรับประทานอาหารเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ อาจขัดกับแนวทางการรับประทานอาหารสำหรับบางโรค
อาหารสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัดมะเร็งลำไส้
ในช่วง 1-2 วันแรกหลังการผ่าตัดลำไส้ แพทย์จะให้ผู้ป่วยงดอาหาร หรือให้ทานเฉพาะอาหารเหลว เช่น ซุปใส (clear liquid diet) เมื่อร่างกายสามารถปรับสภาพลำไส้ได้แล้ว แพทย์จะให้ปรับการรับประทานอาหาร เป็นอาหารที่มีความข้นมากขึ้นในปริมาณน้อย ๆ และเป็นอาหารที่มีกากใยต่ำ เช่น ซุปข้น โจ๊กเหลว โยเกิร์ต ไข่ตุ๋น
หลังจากนั้น แพทย์จะค่อย ๆ ให้ผู้ป่วยเริ่มรับประทานอาหารอ่อนได้ เช่น ปลานึ่ง ไก่นึ่ง ผักต้ม และจะปรับไปรับประทานเป็นอาหารปกติต่อไป ซึ่งระยะเวลาของการปรับอาหารแต่ละประเภท จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ที่ทำการผ่าตัด โดยจะพิจารณาจากสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย
ที่มา : โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน