ผู้เชี่ยวชาญเตือนนักท่องเที่ยว เปิดลิสต์ 21 ประเทศ ห้ามสวมเสื้อผ้า “แฟชั่นลายพราง” เสี่ยงถูกปรับหลักแสน หรืออาจมีโทษจำคุก
เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวออกคำเตือนถึงนักเดินทางทั่วโลก ให้ตรวจสอบกฎหมายเกี่ยวกับการแต่งกายของประเทศปลายทางก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะการสวมใส่ เสื้อผ้าลายพราง (Camouflage) ซึ่งแม้จะเป็นแฟชั่นที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ในหลายประเทศกลับถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และอาจถูกยึดของ ปรับเงิน หรือแม้แต่โทษจำคุก
ผู้เชี่ยวชาญแนะตรวจสอบกฎหมายก่อนจัดกระเป๋า
เจคอบ เวดเดอร์เบิร์น-เดย์ (Jacob Wedderburn-Day) ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทรับฝากสัมภาระ Stasher เปิดเผยกับ UNILAD ว่า นักท่องเที่ยวจำนวนมากมักให้ความสำคัญกับการตรวจสอบอายุหนังสือเดินทาง น้ำหนักสัมภาระ หรือข้อกำหนดด้านวีซ่า แต่กลับมองข้ามกฎหมายเกี่ยวกับการแต่งกายของประเทศที่กำลังจะเดินทางไป
เขาระบุว่า เสื้อผ้าลายพรางเป็นสิ่งที่นักเดินทางควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะแม้จะเป็นเพียงแฟชั่นในหลายประเทศ แต่บางแห่งกลับมองว่าเป็นเครื่องแต่งกายของทหารหรือเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง

“สิ่งที่ดูเหมือนเป็นเพียงการแต่งตัวตามแฟชั่นในประเทศของคุณ อาจถูกมองว่าเป็นเครื่องแบบทางทหารหรือด้านความมั่นคงในบางประเทศ”
เจคอบกล่าวว่า หลายประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคแคริบเบียน มีกฎหมายห้ามประชาชนทั่วไปสวมเสื้อผ้าลายพราง และวิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ ไม่ควรนำติดตัวไปเลย
นอกจากนี้ เสื้อผ้าลายพรางไม่ได้หมายถึงเพียงเสื้อแจ็กเก็ตหรือกางเกงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหมวก กระเป๋าเป้ ชุดว่ายน้ำ เสื้อผ้าเด็ก หรือแม้แต่เสื้อผ้าที่ใช้โทนสีแฟชั่นแต่ยังดูคล้ายลายพราง ก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้เช่นกัน
แนะศึกษากฎหมายและธรรมเนียมท้องถิ่นก่อนเดินทาง
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้นักท่องเที่ยวศึกษาคำแนะนำจากเว็บไซต์ของรัฐบาลเกี่ยวกับประเทศปลายทาง รวมถึงหัวข้อกฎหมายท้องถิ่นและธรรมเนียมปฏิบัติ ซึ่งมักระบุข้อกำหนดที่หลายคนไม่ทราบ เช่น การแต่งกาย ยาที่ห้ามนำเข้า สิ่งของต้องห้าม และพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ
เขายังเตือนเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยเรือสำราญหรือทริปที่แวะหลายประเทศ เนื่องจากเสื้อผ้าที่สามารถสวมใส่ได้ในประเทศหนึ่ง อาจผิดกฎหมายทันทีเมื่อเดินทางเข้าสู่อีกประเทศ
หากพบว่าพกเสื้อผ้าลายพรางไปยังประเทศที่ห้ามใช้แล้ว ไม่ควรสวมใส่ระหว่างอยู่ในสนามบิน นำขึ้นฝั่ง หรือคาดหวังว่าเจ้าหน้าที่จะละเว้นการบังคับใช้กฎหมาย แต่ควรเก็บไว้ในกระเป๋า และสอบถามคำแนะนำจากสายการบิน ผู้ให้บริการเรือสำราญ หรือที่พักแทน
โทษรุนแรง บางประเทศปรับกว่า 1.6 แสนบาท บางแห่งจำคุก 1 ปี
เจคอบระบุว่า การละเมิดกฎหมายดังกล่าวอาจนำไปสู่การยึดเสื้อผ้า การถูกปรับ หรือการถูกเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นดำเนินคดี
ตัวอย่างเช่น ประเทศโอมานกำหนดโทษปรับสำหรับผู้สวมใส่เสื้อผ้าแบบทหารหรือชุดลายพราง สูงสุดถึง 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 160,000 บาท
ขณะที่ประเทศกานามองว่าการสวมเสื้อผ้าลายพรางของพลเรือนเป็นการไม่ให้เกียรติทั้งค่านิยมดั้งเดิมและรัฐบาล ผู้ฝ่าฝืนอาจถูกลงโทษจำคุกนานสูงสุด 12 เดือน
ส่วนประเทศในภูมิภาคแคริบเบียนหลายแห่ง เช่น โดมินิกา และ จาเมกา ก็มีข้อห้ามไม่ให้พลเรือนสวมเสื้อผ้าลายพรางเช่นเดียวกัน

รายชื่อ 21 ประเทศที่ห้ามพลเรือนสวมเสื้อผ้าลายพราง
อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ World Population Review ระบุว่า ประเทศที่มีกฎหมายห้ามพลเรือนสวมเสื้อผ้าลายพราง ได้แก่
- ไนจีเรีย
- ฟิลิปปินส์ (ห้ามเฉพาะการสวมเครื่องแบบทหารหรือเครื่องแบบตำรวจ)
- ยูกันดา
- กานา
- ซาอุดีอาระเบีย
- มาดากัสการ์
- แซมเบีย
- ซิมบับเว
- อาเซอร์ไบจาน (ห้ามเฉพาะการสวมเครื่องแบบทหาร)
- โอมาน
- จาเมกา
- ตรินิแดดและโตเบโก
- กายอานา
- บาฮามาส
- บาร์เบโดส
- เซนต์ลูเซีย
- เกรเนดา
- เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์
- แอนติกาและบาร์บูดา
- โดมินิกา
- เซนต์คิตส์และเนวิส
ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า แม้เสื้อผ้าลายพรางจะเป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศ แต่ก่อนออกเดินทางควรศึกษากฎหมายของประเทศปลายทางอย่างละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย ค่าปรับ หรือโทษจำคุกที่อาจเกิดขึ้นจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ที่มา unilad