ชายไต้หวันวัย 51 ปีไข้สูง เบื่ออาหารจู่ๆ หมดสติ แพทย์พบนิ่วเขากวางในไตทั้งสองข้าง สุดท้ายติดเชื้อในกระแสเลือด
ชายแซ่หลิน วัย 51 ปี มีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และมีไข้เป็นๆ หายๆ ในช่วงที่ผ่านมา โดยเข้าใจว่าเป็นเพียงไข้หวัดใหญ่หรือการติดเชื้อทั่วไป กระทั่งวันหนึ่งเกิดอาการหมดสติ ญาติจึงรีบนำตัวส่งห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัยการแพทย์จีน วิทยาเขตเป่ยก่าง (China Medical University Beigang Hospital)
ผลตรวจพบว่า ผู้ป่วยมีนิ่วในไตทั้งสองข้าง จนทำให้เกิด กรวยไตอักเสบชนิดมีแก๊ส (Emphysematous Pyelonephritis) ซึ่งเป็นภาวะติดเชื้อรุนแรงที่พบได้ไม่บ่อยแต่มีอัตราการเสียชีวิตสูง และลุกลามจนเกิด ภาวะช็อกจากการติดเชื้อในกระแสเลือด (Septic Shock) ทำให้อาการอยู่ในขั้นวิกฤต
ทีมแพทย์แผนกฉุกเฉินและศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะจึงเร่งให้การช่วยเหลือทันที โดยผ่าตัดระบายไตทั้งสองข้างเป็นการฉุกเฉิน พร้อมให้ยาปฏิชีวนะชนิดออกฤทธิ์แรง และส่งผู้ป่วยเข้ารักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) เพื่อเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

Ettoday
ในช่วงแรกของการรักษา ผู้ป่วยมีความดันโลหิตต่ำจากการติดเชื้อรุนแรง จนต้องใช้ยากระตุ้นความดันโลหิตขนาดสูงเพื่อประคองสัญญาณชีพ ก่อนที่อาการติดเชื้อจะค่อยๆ ดีขึ้นจากความร่วมมือของทีมแพทย์หลายสาขา และสามารถพ้นภาวะช็อกจากการติดเชื้อได้สำเร็จ
หลังอาการคงที่ แพทย์ได้ตรวจเพิ่มเติมด้วยการถ่ายภาพทางรังสี และพบว่าไตขวาของผู้ป่วยมีนิ่วรูปเขากวาง (Staghorn Calculus) ขนาดใหญ่ ซึ่งเกือบเต็มระบบกรวยไต หากไม่กำจัดออกทั้งหมด มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการติดเชื้อซ้ำและทำให้การทำงานของไตเสื่อมลงอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากนิ่วมีขนาดใหญ่และมีความซับซ้อน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะ นพ.สวีหมิงเว่ย และ นพ.เจิงห้าวเสียง จึงร่วมกันทำการผ่าตัด ECIRS (Endoscopic Combined Intrarenal Surgery) เป็นรายแรกของโรงพยาบาล
โดยผสานเทคนิคการส่องกล้องผ่านผิวหนังเข้าสู่ไต (Percutaneous Nephrolithotomy) ร่วมกับการส่องกล้องผ่านท่อไตแบบอ่อน (Flexible Ureteroscopy) ให้แพทย์สองคนทำงานพร้อมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสลายนิ่วและนำเศษนิ่วออกได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

Ettoday
การผ่าตัดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถกำจัดนิ่วได้มากกว่าร้อยละ 90 และถอดสายระบายไตทั้งสองข้างออกได้สำเร็จ หลังเข้ารับการรักษาและฟื้นฟูร่างกายเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน อาการของผู้ป่วยดีขึ้นอย่างชัดเจน และสามารถกลับบ้านได้
นพ.สวีหมิงเว่ย กล่าวว่า การรักษานิ่วในไตมีหลายวิธี เช่น การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทกจากภายนอก การส่องกล้องผ่านผิวหนัง และการส่องกล้องผ่านท่อไต ซึ่งแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะสมตามขนาด ตำแหน่ง ความแข็งของนิ่ว และสภาพร่างกายของผู้ป่วย
อย่างไรก็ตาม นิ่วรูปเขากวางเป็นนิ่วที่มีโครงสร้างซับซ้อน มักสัมพันธ์กับการติดเชื้อเรื้อรัง และกินพื้นที่บริเวณกรวยไตกับถ้วยไตเกือบทั้งหมด ทำให้รักษาได้ยาก การผ่าตัดเพียงวิธีเดียวมักไม่สามารถกำจัดนิ่วได้ทั้งหมด และผู้ป่วยบางรายอาจต้องเข้ารับการผ่าตัดหลายครั้ง
แพทย์ระบุว่า ปัจจุบันเทคนิค ECIRS ที่ใช้การส่องกล้องสองแนวทางพร้อมกัน สามารถสลายนิ่วและนำเศษนิ่วออกได้ในคราวเดียว เพิ่มอัตราความสำเร็จของการรักษา โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกำจัดนิ่วได้มากกว่าร้อยละ 80 – 90 จากการผ่าตัดเพียงครั้งเดียว อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสต้องผ่าตัดซ้ำและลดระยะเวลานอนโรงพยาบาล

ด้าน นพ.อู๋ซีจิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าวว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของทีมแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤตจากการติดเชื้อร่วมกับโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะที่ซับซ้อน
แม้จะเป็นผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงจากภาวะช็อกจากการติดเชื้อและนิ่วรูปเขากวางขนาดใหญ่ ก็ยังสามารถรักษาได้อย่างครบวงจรด้วยความร่วมมือของทีมแพทย์หลายสาขา พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนาศักยภาพด้านการรักษาในพื้นที่ต่อไป
ขณะที่ นพ.เจิงห้าวเสียง เตือนว่า ระยะเริ่มต้นของโรคนิ่วในไตอาจมีเพียงอาการปวดเอว ปัสสาวะเป็นเลือด หรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำๆ ซึ่งหลายคนมักมองข้าม แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่ภาวะไตเสื่อมหรือการติดเชื้อในกระแสเลือดได้
หากมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดเอวอย่างรุนแรง หรือมีความผิดปกติในการปัสสาวะ ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการรักษาในระยะที่ดีที่สุด