เปิดแอร์นอนแล้วตื่นมาหูดับ? แพทย์เตือน 2 สัญญาณอันตราย รีบรักษาภายในช่วงเวลาทอง เหตุอาจสูญเสียการได้ยินถาวร
นพ.หวังเย่า เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า กรณีผู้ป่วยที่ “ตื่นนอนหลังเปิดแอร์แล้วได้ยินไม่ชัด” ซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะหูหนวกเฉียบพลันนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้เกิดจากเครื่องปรับอากาศโดยตรง แต่เกิดจากผลกระทบของความต่างของอุณหภูมิและระบบไหลเวียนโลหิต
แพทย์อธิบายว่า การอยู่ในสภาพอากาศเย็นเป็นเวลานานอาจทำให้หูเย็นและเกิดอาการหูอื้อหรือหูมีเสียงดัง เนื่องจากอุณหภูมิที่ต่ำทำให้หลอดเลือดหดตัว แม้เครื่องปรับอากาศจะไม่ทำให้หูหนวกโดยตรง แต่สามารถส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดบริเวณหู ทำให้การทำงานของหูได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ หากภายนอกมีอุณหภูมิสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส แล้วเข้าไปอยู่ในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศไว้เพียง 20 องศาเซลเซียสทันที ความแตกต่างของอุณหภูมิอย่างรุนแรงอาจรบกวนการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติได้

แพทย์จึงแนะนำให้ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไว้ที่ประมาณ 27 องศาเซลเซียส และก่อนเข้าห้องปรับอากาศ ควรอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศสักครู่ เพื่อให้ร่างกายและหูค่อย ๆ ปรับตัว ลดโอกาสเกิดความไม่สบาย
นพ.หวังเย่ายังแนะนำว่า ไม่ควรให้ลมจากเครื่องปรับอากาศเป่าศีรษะหรือใบหูโดยตรง เพราะลมเย็นที่กระทบเฉพาะจุดอาจทำให้หลอดเลือดเกิดการหดเกร็ง เพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายของหูชั้นใน อีกทั้งควรลุกเดินหรือออกจากห้องปรับอากาศเป็นระยะ เพื่อให้ร่างกายและหูได้พักจากสภาพแวดล้อมที่เย็นจัด
แพทย์ระบุว่า ภาวะหูหนวกเฉียบพลันมักเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อไวรัสหรือความผิดปกติของการไหลเวียนเลือด หากภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอและต้องอยู่ในห้องปรับอากาศที่ปิดทึบเป็นเวลานาน ก็อาจเพิ่มโอกาสที่ไวรัสจะเข้าไปทำลายหูชั้นในได้

ทั้งนี้ หากมีอาการได้ยินเสียงเหมือนมีน้ำกั้นอยู่ในหู หรือ มีเสียงดังในหู (หูอื้อ) อย่างต่อเนื่องถือเป็น 2 สัญญาณเตือนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม อย่างไรก็ตาม นพ.หวังเย่าย้ำว่า ไม่จำเป็นต้องกังวลจนไม่กล้าเปิดเครื่องปรับอากาศ
แต่หากเกิดอาการ สูญเสียการได้ยินหรือได้ยินไม่ชัดอย่างเฉียบพลัน ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสต ศอ นาสิกทันที เนื่องจากภาวะหูหนวกเฉียบพลันมีช่วงเวลาทองในการรักษา และยิ่งได้รับการรักษาเร็วเท่าใด โอกาสฟื้นฟูการได้ยินก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น