ลาผู้สร้างตำนาน “เด็กหนุ่มแว่นดำชุดยูโด” โก๋แก่… มันทุกเม็ด ด้วยหัวใจนักสู้จนวันสุดท้าย

เรื่องราวของ “โก๋แก่” ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่ถักทอจากหยาดเหงื่อ ความผิดหวัง การลุกขึ้นสู้ และจิตวิญญาณของชายผู้สร้างไอคอน “เด็กหนุ่มแว่นดำชุดยูโด” ให้กลายเป็นมรดกความอร่อยที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน

👨‍👩‍👦 หยาดเหงื่อ บุกเบิก และศักดิ์ศรีที่ไม่มีวันยอมแพ้

ตำนานเริ่มต้นขึ้นราวปี พ.ศ. 2509 เมื่อ คุณชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์ ได้สร้างโรงงานขนมขึ้นมาเองด้วยน้ำพักน้ำแรงบนถนนเอกชัย-บางบอน ก่อนที่ท่านจะแต่งงานกับ คุณจิราภรณ์ ด้วยวิสัยทัศน์ที่ว่า “ขนมยี่ห้อไหนอร่อย มักจะขึ้นต้นด้วยคำว่าแม่” ท่านจึงตั้งชื่อว่า “บริษัท โรงงานแม่รวย จำกัด” โดยมีสินค้าแรกที่สร้างชื่อจนขายดีเป็นเทน้ำเทท่าคือ “ข้าวเกรียบกุ้ง”

แต่แล้วบททดสอบครั้งใหญ่ก็มาถึง เมื่อตลาดเริ่มมีคู่แข่งใช้สีย้อมผ้าซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคมาทำเป็นข้าวเกรียบสีรุ้งและขายดีมากจนกระทบกับยอดขาย ด้วยศักดิ์ศรีและความซื่อสัตย์ที่คุณชูเกียรติมีต่อลูกค้า ท่านยอมหักไม่ยอมงอ ตัดใจเลิกขายสินค้าที่กำลังทำเงินในตอนนั้นทันที พร้อมทิ้งวลีเด็ดที่สะท้อนเนื้อแท้ในใจของท่านว่า : “ขายดีแต่ทำร้ายลูกค้าเหมือนฆ่าเค้าทางอ้อม กูไม่ทำ”

ท่านยอมนับหนึ่งใหม่ หันมาทำ “ถั่วแผ่น” ในยุคเริ่มต้นนั้น คุณชูเกียรติรับหน้าที่ดูแลเรื่องการขายด้วยตัวเอง วิ่งรถไปหาลูกค้าตามร้านค้าต่างๆ สิ่งที่ท่านพกติดรถไว้เสมอไม่ใช่แค่ขนม แต่คือ “ค้อนและตะปู” เพื่อช่วยซ่อมแซมร้านค้าให้ลูกค้าด้วยใจที่เกื้อกูลกัน

🥜 วิกฤตสูตรขนม และการกำเนิดในห้องครัว เส้นทางของนักสู้มักถูกลองใจเสมอ เมื่อวันหนึ่งคนที่เคยทำสูตรขนมให้ ขอแยกตัวออกไป คุณชูเกียรติจึงถูกต้อนให้จนมุมและต้องลุกขึ้นมาคิดค้นสูตรขนมด้วยตัวเอง ท่านขลุกอยู่ในห้องครัว ลองผิดลองถูกอยู่เนิ่นนาน ตั้งแต่ต้นปี 2519 หยดกะทิแรกก็สัมผัสลงบนเม็ดถั่ว กลายเป็น “ถั่วลิสงกรอบเคลือบกะทิ” ที่ไม่มีใครเหมือน จนกระทั่ง ปลายปี 2519 ได้ทำการย้ายฐานโรงงาน เพื่อขยายกำลังการผลิตในเวลาต่อมา

ด้วยความเป็นคนชอบคิดอะไรแหวกแนว คุณชูเกียรติเจตนาตั้งชื่อแบรนด์ว่า “โก๋แก่” และเลือกใช้โลโก้เป็นเด็กหนุ่มผมฟู สวมแว่นตาดำชุดยูโด ซึ่งในยุคนั้นกลับมีแต่คนหัวเราะเยาะ แม้แต่ร้านค้าก็ยังล้อเลียนว่า “ไอ้ขนมหัวฟูแบบนี้ ขายไม่ดีหรอก”

ซ้ำร้าย สินค้าล็อตแรกที่ปล่อยออกสู่ตลาดกลับ “ขายไม่ดี” จริงๆ เนื่องจากในตอนแรกใช้ซองทึบ ทำให้คนมองไม่เห็นขนมด้านใน แทนที่จะยอมแพ้ คุณชูเกียรติพลิกเกมทันทีด้วยการเปลี่ยนมาใช้ “ซองใส” เพื่อเปิดเผยให้เห็นความน่ากินและเนื้อในของถั่วเคลือบกะทิ พร้อมทั้งคิดค้นสโลแกนสั้นๆ แต่ทรงพลังจนติดหูคนไทยทั้งประเทศ

ในที่สุด โก๋แก่ก็จุดระเบิดกลายเป็น “บิ๊กฮิต” ชั่วข้ามคืน จากภาพจำของเด็กหนุ่มแว่นดำชุดยูโดสะพายกีตาร์ร้องเพลงในโฆษณาทางทีวี พลิกคำสบประมาทกลายเป็นขนมสามัญประจำบ้านที่ครองใจคนทุกเพศทุกวัยนับแต่นั้น

“ไม่ว่าจะทานที่บ้าน ทานที่ทำงาน ทานตอนดูบอลคู่โปรด หรือแบ่งปันในวงเพื่อนฝูง… โก๋แก่ทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้คน มอบความ ‘มันทุกเม็ด’ ในทุกจังหวะชีวิต”

🚀 จากพื้นที่เล็กๆ สู่มรดกความอร่อยของประเทศ

เมื่อสินค้ากลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ ยอดสั่งซื้อถล่มทลายจนโรงงานเดิมที่บางบอนไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป คุณชูเกียรติและครอบครัวจึงตัดสินใจครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี 2519 โดยย้ายมาสร้างอาณาจักรแห่งใหม่บนถนนพระราม 2 ในพื้นที่กว่า 30 ไร่

จากพนักงานไม่กี่คน สู่โรงงานมาตรฐานสากลที่ส่งออกความภูมิใจของคนไทยไปทั่วโลก สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ “หัวใจของคุณชูเกียรติ” ที่ไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรค และยึดมั่นในคุณภาพและความซื่อสัตย์มาตลอดชีวิต

🖤 บทส่งท้ายแห่งความคิดถึง: เมื่อผู้สร้าง… ออกเดินทางไกล

วันนี้ ตำนานผู้ให้กำเนิดขนมขบเคี้ยวระดับประเทศได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ เหลือทิ้งไว้เพียงคุณงามความดี บทเรียนแห่งความซื่อสัตย์ และความสำเร็จอันยิ่งใหญ่
คุณชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์ ไม่ได้จากไปไหน แต่ท่านได้ฝาก “ลมหายใจ จิตวิญญาณนักสู้ และค้อน-ตะปูแห่งความใส่ใจ” เอาไว้ในเด็กหนุ่มแว่นดำชุดยูโดบนซองโก๋แก่ทุกๆ ซอง ทุกๆ เม็ดที่คนไทยเคี้ยวด้วยความสุข ท่านได้ทำหน้าที่ส่งมอบรอยยิ้มจนถึงนาทีสุดท้ายของเส้นทางชีวิต

โก๋แก่ ในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของขนมกินเล่น แต่เป็นอนุสาวรีย์แห่งความเพียรพยายามของชายผู้สร้างตำนาน ที่ส่งต่อมรดกความมัน ความผูกพัน และความทรงจำข้ามผ่านกาลเวลา… เป็นตำนานมีชีวิตที่จะยังคงเป็น “โก๋แก่” มันทุกเม็ด ที่อยู่ในใจของคนไทยตลอดไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน