การบินไทยชี้แจง แอร์สาวขนเฮโรอีน ผิดวินัยชัดเจน หน้าที่คือไปทำงาน ไม่ใช่หิ้วของ ตอนนี้สั่งพักงานแล้ว ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ในส่วนของคดีความ บริษัทไม่ก้าวล่วงทางการออสเตรเลีย
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียจับกุมลูกเรือของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมตรวจยึดเฮโรอีนจนกลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตา และมีการตั้งข้อสังเกตทั้งในประเด็นข้อกฎหมาย รวมถึงมาตรการกำกับดูแลของสายการบิน ล่าสุด ผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ของการบินไทย ได้ออกมาชี้แจงถึงกระบวนการดำเนินการภายในบริษัทในรายการโหนกระแส ถึงมาตรการทางวินัย การคัดกรองและฝึกอบรมบุคลากร ตลอดจนยืนยันว่ากรณีดังกล่าวเป็นการกระทำเฉพาะบุคคล และไม่ส่งผลกระทบต่อมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการบินของสายการบิน
ด้าน นางจันทริกา โชติกเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่สายทรัพยากรบุคคล บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ชี้แจงในรายการโหนกระแสถึงกรณีลูกเรือรายหนึ่งตกเป็นข่าวเกี่ยวข้องกับคดีในต่างประเทศ โดยยืนยันว่า บริษัทไม่ยอมรับการกระทำผิดวินัยในทุกรูปแบบ และได้ดำเนินการตามระเบียบของบริษัททันทีหลังทราบเหตุ พร้อมย้ำว่ากรณีดังกล่าวเป็นการกระทำของพนักงานรายบุคคล ไม่ควรนำไปเหมารวมกับลูกเรือทั้งหมดของการบินไทย
นางจันทริกา เปิดเผยว่า ลูกเรือรายดังกล่าวปฏิบัติงานกับบริษัทเข้าสู่ปีที่ 2 โดยเริ่มงานในช่วงปี 2566-2567 มีเงินเดือนพื้นฐาน (Fixed Salary) ประมาณ 15,000-20,000 บาทต่อเดือน และเมื่อรวมค่าบินและค่าตอบแทนอื่นแล้ว จะมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 50,000-60,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ รายได้อาจแตกต่างกันตามจำนวนชั่วโมงบินและเส้นทางการปฏิบัติงาน
ในส่วนของการดำเนินการทางวินัย บริษัทระบุว่า เมื่อเกิดกรณีที่ต้องตรวจสอบ พนักงานจะถูกสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และเปิดโอกาสให้พนักงานได้ชี้แจงตามกระบวนการ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและป้องกันปัญหาทางกฎหมายหรือข้อพิพาทด้านแรงงานในภายหลัง หากพนักงานประสงค์จะกลับเข้าปฏิบัติงาน จะต้องผ่านการพิจารณาผลการสอบสวนและการลงโทษทางวินัยตามระเบียบของบริษัทอีกครั้ง
นอกจากนี้ บริษัทขอยืนยันว่าไม่ยอมรับการผิดวินัยในทุกกรณี แต่ไม่ได้หมายความว่าลูกเรือคนอื่นจะมีพฤติกรรมเช่นเดียวกัน พร้อมย้ำว่ายังคงเชื่อมั่นและภาคภูมิใจในพนักงานทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น
นอกจากนี้ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ประธานบริษัทได้สั่งการให้ทบทวนกฎและมาตรการทั้งหมดขององค์กร เพื่อประเมินว่ายังมีช่องโหว่หรือไม่ หากพบว่ายังสามารถเพิ่มความเข้มงวดได้ บริษัทก็พร้อมดำเนินการทันที พร้อมยืนยันว่า บริษัทจะยังคงดำเนินงานอย่างเต็มที่ในทุกหน่วยงาน และจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดต่อไป
นางจันทริกา ย้ำว่า บริษัทมีระเบียบและข้อปฏิบัติสำหรับนักบินและลูกเรือเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ การขนย้ายสัมภาระและสิ่งของอย่างเคร่งครัด โดยห้ามรับฝากสิ่งของ รวมถึงห้ามนำชื่อ ตำแหน่ง หรือสถานะการเป็นพนักงานของบริษัทไปแอบอ้างหรือใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว หรือกระทำการใด ๆ ที่อาจสร้างความเสียหายต่อบริษัท
สำหรับประเด็นด้านความปลอดภัยการบิน ผู้บริหารย้ำว่าต้องแยกออกจากคดีที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นเรื่องของบุคคล ไม่ใช่ปัญหาในระบบความปลอดภัยของสายการบิน การบินไทยยังคงยึดหลัก 3S ได้แก่ Service, Safety และ Security ในการปฏิบัติงานของนักบินและลูกเรืออย่างเคร่งครัด โดยยืนยันว่ามาตรฐานด้านความปลอดภัยและการให้บริการยังคงเข้มงวดเช่นเดิม
นางจันทริกา ระบุเพิ่มเติมว่า นักบินและลูกเรือทุกคนต้องผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นก่อนเริ่มปฏิบัติงาน และยังต้องเข้ารับการฝึกทบทวน (Recurrent Training) รวมถึงการประเมินมาตรฐานทุกปี เพื่อรักษาคุณภาพและความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มเนื้อหาการฝึกอบรมให้ครอบคลุมมากขึ้น เช่น การประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่ออบรมเรื่องการสังเกตพฤติกรรมต้องสงสัย การป้องกันการลักลอบขนสิ่งของผิดกฎหมาย รวมถึงการรับมือเหตุลักทรัพย์บนเครื่องบิน เพื่อเสริมศักยภาพของลูกเรือให้รอบด้านยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน การบินไทยมีลูกเรือประมาณ 5,000 คน และนักบินราว 1,200 คน โดยผู้บริหารยืนยันว่าบุคลากรทั้งหมดกว่า 6,000 คน ยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นมืออาชีพ รักในวิชาชีพ และทำงานอย่างเต็มความสามารถ
ท้ายที่สุด บริษัทเน้นย้ำว่า แม้จะเชื่อมั่นในบุคลากรส่วนใหญ่ แต่เมื่อเกิดกรณีการกระทำผิด บริษัทจะดำเนินการอย่างรวดเร็ว เด็ดขาด และไม่ละเว้น โดยยืนยันว่า “รู้ปุ๊บ ดำเนินการปั๊บ” พร้อมเดินหน้าทบทวนและยกระดับมาตรการภายใน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสารและรักษามาตรฐานขององค์กรต่อไป