สาวอเมริกันแชร์อุทาหรณ์ ป่วยหนักหลัง “ทำนม” ทั้งลมพิษ-ซึมเศร้า ตัดสินใจลองถอดซิลิโคนออก พบด้านในมีเชื้อราเพียบ! แพทย์ชี้ แม้พบได้น้อยแต่เกิดขึ้นได้
เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ หญิงชาวรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เปิดเผยประสบการณ์ที่กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์ หลังตัดสินใจผ่าตัดนำซิลิโคนเสริมหน้าอกออกจากร่างกาย เนื่องจากต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพเรื้อรัง ทั้งผื่นลมพิษ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดข้อ ปวดศีรษะ วิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า ก่อนพบว่า ภายในถุงซิลิโคนชนิดบรรจุน้ำเกลือ (Saline Implant) มีเชื้อราสีดำปนเปื้อนอยู่
กรณีดังกล่าวยิ่งตอกย้ำความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของการเสริมหน้าอก ท่ามกลางข้อมูลที่ชี้ถึงความเสี่ยงของซิลิโคนเต้านม ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับภาวะแทรกซ้อนหลายรูปแบบ ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากเริ่มตัดสินใจนำซิลิโคนออกมากขึ้น

หญิงสาวรายดังกล่าว ชื่อว่า “ลอเรน” เปิดเผยว่า เธอผ่าตัดนำซิลิโคนออกเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน และตัดสินใจแบ่งปันเรื่องราวผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมกล่าวว่า
“บางคนอาจคิดว่าไม่จำเป็นต้องเล่าก็ได้ แต่ฉันคิดว่า เรื่องนี้อาจช่วยชีวิตใครบางคนได้”
ในคลิปวิดีโอ เธอถือถุงพลาสติกที่บรรจุซิลิโคนเต้านมเดิมของตนเอง ซึ่งภายในมีเศษก้อนสีดำขนาดใหญ่ลอยอยู่ในถุงทั้งสองข้าง
ลอเรนระบุว่า แม้เธอจะเก็บซิลิโคนไว้เป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่ก้อนเชื้อราสีดำเหล่านี้มีอยู่ภายในถุงน้ำเกลือตั้งแต่แพทย์นำซิลิโคนออกจากร่างกาย พร้อมชี้ให้เห็นว่าซิลิโคนดังกล่าวเคยอยู่ใกล้กับหัวใจของเธอเพียงใด

เธออธิบายในวิดีโออีกชิ้นว่า สาเหตุที่ตัดสินใจผ่าตัดนำซิลิโคนออก เป็นเพราะเริ่มมีอาการผิดปกติหลายอย่าง เช่น ลมพิษที่เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ และเพิ่งตรวจพบว่าแพ้กลูเตน
นอกจากนี้ เธอยังเล่าว่า ผิวหนังเริ่มเสื่อมสภาพผิดปกติ มีอาการคลื่นไส้และอาเจียนแทบทุกวัน ปวดข้อ ปวดศีรษะ วิตกกังวลอย่างรุนแรง รวมถึงมีภาวะซึมเศร้า ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยประสบปัญหาดังกล่าว
หลังการผ่าตัดนำซิลิโคนออก อาการต่าง ๆ ของเธอแทบทั้งหมดหายไป จึงออกมาเตือนผู้ติดตามว่า “ซิลิโคนชนิดน้ำเกลือ ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยเสมอไป”

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แม้การเกิดเชื้อราภายในซิลิโคนเต้านมจะพบได้น้อยมาก แต่สามารถเกิดขึ้นได้ หากตัวถุงซิลิโคนเกิดความเสียหายหรือรอยรั่วระหว่างการผ่าตัด ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา
เชื้อราที่พบได้บ่อย ได้แก่ Aspergillus ซึ่งมักมีลักษณะเป็นเชื้อราสีดำ และเชื้อราในกลุ่ม Candida
แม้กรณีเชื้อราภายในซิลิโคนจะพบไม่บ่อย แต่ลอเรนไม่ใช่ผู้ป่วยเพียงรายเดียวที่พบสิ่งผิดปกติหลังการผ่าตัด โดยมีผู้ป่วยบางรายพบก้อนสีส้มคล้ายเชื้อราลอยอยู่ภายในซิลิโคน และภายหลังเริ่มมีอาการที่สอดคล้องกับภาวะที่เรียกว่า Breast Implant Illness (BII) หรือ “กลุ่มอาการเจ็บป่วยจากซิลิโคนเสริมหน้าอก”

อย่างไรก็ตาม BII ยังเป็นภาวะที่วงการแพทย์ถกเถียงกัน เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างซิลิโคนเสริมหน้าอกกับอาการดังกล่าว จึงยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นโรค
อาการที่ผู้ป่วย BII รายงาน ได้แก่ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ความผิดปกติด้านสุขภาพจิต สมองล้า อ่อนเพลีย ความจำเสื่อม ปวดเรื้อรัง ผมร่วง ผื่นผิวหนัง รวมถึงอาการอื่น ๆ โดยสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในผู้ที่ใช้ซิลิโคนชนิดน้ำเกลือและชนิดซิลิโคนเจล
ก่อนหน้านี้ ผู้หญิงจำนวนหนึ่งเคยระบุว่า รู้สึกเหมือนร่างกาย “ถูกวางยาพิษ” จากซิลิโคน ขณะที่บางรายมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างมาก หรือเกิดสิวในวัยผู้ใหญ่หลังเข้ารับการเสริมหน้าอก

ด้านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) เคยออกประกาศด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับซิลิโคนเสริมหน้าอก หลังมีรายงานพบผู้ป่วยมะเร็งเซลล์สความัส (Squamous Cell Carcinoma) ซึ่งเป็นมะเร็งผิวหนัง รวมถึงมะเร็งต่อมน้ำเหลืองหลายชนิด บริเวณพังผืดที่ห่อหุ้มซิลิโคนและเนื้อเยื่อแผลเป็นรอบเต้านม แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะพบไม่บ่อยก็ตาม
แม้โดยทั่วไปซิลิโคนเสริมหน้าอกยังถือว่ามีความปลอดภัย แต่แพทย์ศัลยกรรมตกแต่งยังมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ซิลิโคนจะเป็นสาเหตุของอาการเจ็บป่วย
แพทย์บางส่วนเชื่อว่า BII ไม่มีอยู่จริง และอาการของผู้ป่วยเกิดจากโรคหรือปัญหาสุขภาพอื่น ขณะที่แพทย์บางรายได้เปลี่ยนมุมมองหลังพบผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น

หนึ่งในนั้นคือ นพ.แอนโทนี ยุน ศัลยแพทย์ตกแต่งชื่อดังจากเมืองดีทรอยต์ ซึ่งเคยเปิดเผยว่า ระหว่างการฝึกอบรม เขาได้รับการสอนว่า BII เป็นเพียงความเชื่อที่ไม่มีหลักฐานรองรับ และเขาเองก็เคยเชื่อเช่นนั้น แม้จะยอมรับว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
หลังมีผู้หญิงหลายพันคนรายงานอาการผิดปกติที่ไม่สามารถอธิบายสาเหตุได้ FDA จึงเรียกร้องให้มีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัยของซิลิโคนเสริมหน้าอก
ในรายงานปรับปรุงเมื่อปี 2020 FDA ระบุว่า ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าซิลิโคนเสริมหน้าอกเป็นสาเหตุของอาการผิดปกติที่ส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย แต่ยอมรับว่า ผู้ป่วยบางรายมีอาการดีขึ้นหรือหายเป็นปกติหลังเข้ารับการผ่าตัดนำซิลิโคนออก
@laurenhomeschoolmamaSkip the implants ladies! That’s MOLD.♬ original sound – Lauren || Homeschool Mama
ที่มา NYPost