ทุกพื้นที่คือห้องเรียน! ‘LEARN ไม่นิ่ง’ เปลี่ยนชุมชนเป็นตำรามีชีวิต ปั้น ‘คุณลุง–คุณป้า’ เป็นคุณครู จุดประกายเด็กให้สนุกกับการเรียน
“ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย… อยากให้มีจัดกิจกรรมแบบนี้กับโรงเรียนอื่นด้วย”
นี่คือเสียงสะท้อนจากเด็ก ๆ หลังได้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ในครั้งนี้ อีกคนถึงกับบอกว่า “รู้สึกดีครับที่ได้มาเห็น” เพราะในชีวิตประจำวัน พวกเขาแทบไม่มีโอกาสได้สัมผัสสถานที่และรูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างไปจากเดิมเช่นนี้
สำหรับพวกเขา ที่นี่ไม่ใช่เพียง “ห้องเรียน” ที่จำกัดอยู่ภายในพื้นที่สี่ผนัง แต่คือประสบการณ์ใหม่ที่เปิดโลกการเรียนรู้ให้กว้างขึ้น แตกต่างจากการเรียนในห้องสี่เหลี่ยมแบบเดิม
การได้เห็น ได้สัมผัส และได้ลงมือทำ ผ่านกิจกรรมหลากหลาย ทำให้เด็ก ๆ ได้เปิดมุมมองใหม่ เปลี่ยนบรรยากาศของการเรียนรู้ให้มีชีวิตมากขึ้น และค้นพบว่าความรู้ไม่ได้อยู่แค่ในตำราเรียน แต่อยู่รอบตัวในทุกพื้นที่ของชีวิต
เพราะทุกพื้นที่คือห้องเรียนได้ ทาง สสส. ได้สานพลัง อาศรมศิลป์ฯ และกรุงเทพมหานคร ผ่านกิจกรรม Open House “LEARN ไม่นิ่ง Community School”
ชวนตัวแทนนักเรียนและครูจาก 12 โรงเรียน ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ออกเดินทางสู่การเรียนรู้จากพื้นที่จริง
โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน พร้อมนำการเรียนแบบ Community Based Learning (CBL) ที่ใช้กับโรงเรียนชั้นนำระดับโลกมาใช้
เพื่อสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงนอกห้องจากความร่วมมือของโรงเรียน ชุมชน และชาวบ้านในพื้นที่
นิรมล ราศรี ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า สสส. ให้ความสำคัญกับการสร้างสังคมกระฉับกระเฉง (Active Society)
โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งปัจจุบันยังมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอตามเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ การจัดการเรียนรู้แบบใช้ชุมชนเป็นฐาน Community-Based Learning หรือ CBL
เป็นอีกแนวทางสำคัญที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ได้เคลื่อนไหวร่างกาย ค้นพบศักยภาพของตนเอง
และเชื่อมโยงความรู้เข้ากับชีวิตจริงในชุมชน กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานโครงการ “บวร ธนบุรี” ที่สถาบันอาศรมศิลป์ดำเนินการร่วมกับ สสส.
โดยมุ่งพัฒนาพื้นที่เรียนรู้สุขภาวะระดับย่านในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ผ่านความร่วมมือของเครือข่าย “บวร” (บ้าน-วัด-โรงเรียน)
เพื่อสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ควบคู่กับการมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม และพัฒนาความรอบรู้ทางกาย (Physical Literacy) อันจะนำไปสู่การมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีในระยะยาว
“ทำไมเราถึงเป็นบ้าน ทำไมเราถึงเป็นวัด วัดยังเป็นพื้นที่ส่วนกลางของชุมชนเหมือนเดิม มาทุกยุคทุกสมัย วัดยังมีศิลปวัฒนธรรม วัดยังมีจริง ๆ ศาสนาทุกศาสนา ทุกพื้นที่ก็เป็นพื้นที่เรียนรู้เหมือนกัน
พอมาถึงชุมชน ชุมชนไม่ใช่แค่ตลาด ชุมชนยังมี ท่าเรือ ยังมีที่รถ ยังมีพื้นที่ออกกำลังกาย ชุมชนมีคนอีกหลากหลายที่ มีบทบาทและหน้าที่ที่ต่างกัน
เพราะฉะนั้นสสส.จึงมองว่าในเรื่องของการที่เราจะมีพฤติกรรมที่ดีแล้ว สภาพแวดล้อม environment ที่เอื้อ
ก็จะทำให้คนเราจะมีสุขภาพดี ในทุกช่วงวัยด้วยค่ะ ก็เลยเป็นบ้าน วัด โรงเรียน”
ขณะที่ “วีรวัฒน์ วรายน” ผู้จัดการโครงการ บวร ธนบุรี ผู้แทนสถาบันอาศรมศิลป์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรม Open House ครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และนักเรียน ได้เห็นตัวอย่างการจัดการเรียนรู้แบบ CBL ในสถานการณ์จริง
ผ่านการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนที่วัดไทร การเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมที่วัดหนังราชวรวิหาร ตลอดจนการเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลน และทรัพยากรท้องถิ่นที่โรงเรียนคลองพิทยาลงกรณ์
ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปี (มี.ค. 2566 – มิ.ย. 2569) โครงการบวร ธนบุรี ได้ร่วมพัฒนาเครือข่ายโรงเรียนต้นแบบ 10 แห่งในพื้นที่ฝั่งธนบุรี สร้างหลักสูตรการเรียนรู้ภาคสนาม 6 หลักสูตร
พัฒนาชุดองค์ความรู้และคู่มือการเรียนรู้กว่า 10 ชุด สร้างเครือข่ายบวรระดับย่าน 7 เครือข่าย
รวมถึงพัฒนาพื้นที่เรียนรู้สุขภาวะในชุมชน และพิสูจน์ให้เห็นว่าการเรียนรู้แบบ Community-Based Learning สามารถเพิ่มกิจกรรมทางกายของเด็กและเยาวชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และความผูกพันกับชุมชนของตนเอง





