อุทาหรณ์! ใส่คอนแทคเลนส์เกิน 8 ชั่วโมง เสี่ยงเปลือกตาด้านในเป็นตุ่ม คล้ายดอกกะหล่ำ จักษุแพทย์เตือน 4 สัญญาณอันตราย
หลายคนเลือกสวมคอนแทคเลนส์ทุกวันเพื่อความสะดวกและความสวยงาม โดยบางรายใส่ต่อเนื่องนานกว่า 10 ชั่วโมง แต่จักษุแพทย์เตือนว่า หากเริ่มมีอาการขี้ตาเหนียวเป็นเส้น คันตาอย่างรุนแรง รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในดวงตา หรือคอนแทคเลนส์เลื่อนหลุดง่าย อาจเป็นสัญญาณของเยื่อบุตาอักเสบชนิดตุ่มขนาดใหญ่ (Giant Papillary Conjunctivitis: GPC) ซึ่งทำให้เกิดตุ่มนูนจำนวนมากบริเวณด้านในของเปลือกตา
นพ.ฉีอวี้เตี้ยน จักษุแพทย์ เผยผ่านเพจเฟซบุ๊กให้ความรู้เกี่ยวกับโรค Giant Papillary Conjunctivitis (GPC) ว่า เป็นภาวะอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุตาด้านในเปลือกตา โดยในทางกายวิภาค คำว่า “papillae” หรือ “ตุ่มนูน” หมายถึงลักษณะของเยื่อบุที่บวมและมีเลือดคั่งจากการอักเสบ จนเกิดเป็นตุ่มขนาดเล็ก

แพทย์อธิบายว่า โดยทั่วไปตุ่มบนเยื่อบุตาจะมีขนาดเล็กมาก แต่ในผู้ป่วย GPC ตุ่มเหล่านี้จะขยายใหญ่กว่า 1 มิลลิเมตร จากการถูกกระตุ้นเป็นเวลานาน เมื่อมีจำนวนมากเรียงตัวติดกัน ภายใต้กล้องตรวจตาจะมีลักษณะคล้าย ก้อนกรวด หรือ ดอกกะหล่ำ
นพ.ฉีอวี้เตี้ยน ระบุว่า กลไกการเกิดโรคเกิดจากทั้งการเสียดสีซ้ำ ๆ และปฏิกิริยาภูมิแพ้ของระบบภูมิคุ้มกัน โดยสาเหตุที่พบมากที่สุดคือการใช้คอนแทคเลนส์อย่างไม่เหมาะสม เช่น
- ใส่คอนแทคเลนส์ติดต่อกันเกิน 10-12 ชั่วโมงต่อวัน
- ใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานานหลายปี
- ทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ราย 2 สัปดาห์ รายเดือน หรือชนิดใส่ต่อเนื่องไม่ดีพอ ทำให้เกิดคราบโปรตีนสะสมบนเลนส์
- แพ้วัสดุของคอนแทคเลนส์หรือสารกันเสียในน้ำยาล้างเลนส์
- การระคายเคืองจากสิ่งแปลกปลอม เช่น ตาเทียมหรือไหมเย็บหลังผ่าตัดที่ยังไม่ได้เอาออก

4 สัญญาณเตือนของเยื่อบุตาอักเสบชนิดตุ่มขนาดใหญ่ จักษุแพทย์แนะนำให้สังเกตอาการต่อไปนี้
- 1. รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตาอย่างรุนแรง โดยอาจรู้สึกเหมือนมีเม็ดทรายอยู่ในตาตลอดเวลา แม้ใช้น้ำตาเทียมก็ไม่ดีขึ้น
- 2. คันตามากผิดปกติเป็นอาการเด่นของภาวะภูมิแพ้ มักมีการกะพริบตาถี่ร่วมด้วย
- 3. มีขี้ตาเหนียวมากขึ้นโดยเฉพาะหลังตื่นนอน จะพบขี้ตาสีขาว ลักษณะเหนียวและเป็นเส้น
- 4. ใส่คอนแทคเลนส์ไม่ติดหรือเลื่อนง่าย โดยเลนส์อาจเคลื่อนตำแหน่งหรือเลื่อนขึ้นด้านบนทุกครั้งที่กะพริบตา ทำให้การมองเห็นพร่ามัว
หากเป็นแล้วควรทำอย่างไร? นพ.ฉีอวี้เตี้ยน ย้ำว่า วิธีรักษาที่สำคัญที่สุดคือ หยุดใส่คอนแทคเลนส์ทันที และเปลี่ยนมาใช้แว่นสายตา เพื่อให้เยื่อบุตาที่อักเสบได้พักฟื้น

แพทย์อาจพิจารณาจ่ายยาหยอดตากลุ่มยาต้านฮิสตามีน และ ยากลุ่มยับยั้งการหลั่งสารจากแมสต์เซลล์ (Mast Cell Stabilizers) เพื่อลดอาการคันและอาการแพ้ หากมีการอักเสบรุนแรง อาจใช้ยาหยอดตาสเตียรอยด์ชนิดอ่อนในระยะสั้น เพื่อลดอาการบวมของตุ่มนูน
โดยทั่วไป หากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยมักฟื้นตัวได้ดีและสามารถหายเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม หากต้องกลับมาใช้คอนแทคเลนส์อีกครั้ง ควรจำกัดระยะเวลาการสวมใส่ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน
และควรเลือกใช้คอนแทคเลนส์ชนิดรายวัน (Daily Disposable) ซึ่งช่วยลดการสะสมของคราบโปรตีนและลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมขยี้ตา เพราะอาจทำให้อาการกำเริบหรือเกิดการระคายเคืองมากขึ้น