พี่ชายรับร่างน้องสาว เสียชีวิตไฟไหม้ กลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่สุรินทร์ เผยแม่มีลางสังหรณ์ได้ยินเสียงเรียกก่อนเกิดเหตุ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้าย รับยังทำใจไม่ได้ จิตใจย่ำแย่ ห่วงอนาคตหลานชายวัย 15 ปีต้องกำพร้าแม่
วันที่ 15 ก.ค. 2569 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นายรงค์ศักดิ์ โพกสัพ อายุ 36 ปี พี่ชายของ น.ส.สุดารัตน์ โพกสัพ อายุ 34 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ได้เดินทางมารับร่างของน้องสาว เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่บ้านเกิด จ.สุรินทร์ หลังน้องสาวทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตลงเมื่อวานนี้ที่ รพ.เปาโล จากอาการถูกไฟไหม้ทั้งร่างกาย
พี่ชายผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ในวันเกิดเหตุตนไม่ทราบเลยว่าน้องสาวเดินทางไปเที่ยวหรือไปทำอะไรที่สถานบันเทิงดังกล่าว เนื่องจากน้องสาวเพิ่งเดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อตั้งใจจะมาหางานทำ และยังไม่ได้เล่ารายละเอียดว่าจะไปทำงานอะไร
โดยปกติแล้วน้องสาวเป็นคนกตัญญู มีความตั้งใจอยากทำงาน เพื่อส่งเงินกลับไปให้แม่ที่ต่างจังหวัด เพื่อให้แม่มีความสุข และต้องการส่งเสียลูกเรียนให้จบเพื่ออนาคตที่ดี
นอกจากนี้ พี่ชายผู้เสียชีวิต ยังบอกอีกว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์สลด แม่ที่อยู่ที่ จ.สุรินทร์ มีลางสังหรณ์ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนมาเรียกที่บ้าน ซึ่งตอนนั้นตนไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงของน้องสาวมาเรียกหรือไม่ และเหตุการณ์ไฟไหม้ก็ยังไม่เกิดขึ้นในตอนนั้น
ส่วนเรื่องการเยียวยา พี่ชายผู้เสียชีวิต ระบุว่า ทางร้านและญาติของทางร้านยังไม่ได้มีการติดต่อมาพูดคุยเรื่องการเยียวยาแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการช่วยเหลือเงินค่าฌาปนกิจจำนวน 10,000 บาทนั้น ตนรู้สึกบอกไม่ถูก และไม่รู้จะแสดงความคิดเห็นอย่างไรกับจำนวนเงินดังกล่าว
“สิ่งที่ทางครอบครัวเป็นห่วงที่สุดในตอนนี้คือสภาพจิตใจและความรู้สึกของแม้ รวมถึงอนาคตของลูกชายผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นเด็กชายอายุประมาณ 15 ปี และกำลังอยู่ในวัยเรียน โดยหลังจากนี้ตนในฐานะพี่ชาย จะเป็นผู้รับหน้าที่ดูแลเลี้ยงดูหลานชายแทน”
ทั้งนี้ พี่ชายผู้เสียชีวิต ได้ฝากทิ้งท้ายว่า ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียในสถานบันเทิงแบบนี้ซ้ำอีก เพราะที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุสะเทือนใจในลักษณะนี้กับแหล่งท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ มาแล้วหลายครั้ง