พนักงานส่งพัสดุ แจงอีกมุม ยันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายลูกค้า แค่ต้องการ ทวงค่าสินค้า เล่าวันเกิดเหตุ สินค้าถูกแกะกินไปแล้ว กระทบหนักถูกให้ออกจากงาน
จากกรณีมีการเผยแพร่เรื่องรางของหญิงรายหนึ่งและลูกชายวัย 14 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บหลังจากถูกพนักงานส่งพัสดุทำร้ายร่างกาย จนมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ออกเป็นวงกว้างถึงความไม่เหมาะสม
ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 ก.ค.2569 นายโอ (นามสมมติ) พนักงานส่งพัสดุของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ส่งสินค้าคู่กรณี เปิดใจกับ “ข่าวสดออนไลน์” ถึงเหตุการณ์อีกด้าน โดยยืนยันว่า ตนไม่ได้มีเจตนาจะเข้าไปทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย แต่ต้องการติดตามทวงเงินค่าสินค้า เนื่องจากต้องรับผิดชอบยอดเงินค่าสินค้าปลายทางจำนวน 2,712 บาท หากลูกค้าไม่ชำระ

พนักงานส่งพัสดุ แจงอีกมุม ยันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายลูกค้า แค่ต้องการ ทวงค่าสินค้า เล่าวันเกิดเหตุ สินค้าถูกแกะกินไปแล้ว กระทบหนักถูกให้ออกจากงาน
นายโอ เล่าว่า วันที่นำพัสดุไปส่ง ได้โทรศัพท์ติดต่อเจ้าของชื่อผู้รับ ซึ่งแจ้งว่าจะโอนเงินให้ภายในเวลาประมาณ 20.30 น. ตนจึงนำสินค้าไปส่งตามปกติ แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนเกือบ 21.00 น. ยังไม่ได้รับการโอนเงิน ขณะที่ตนต้องปิดงานประจำวัน จึงถูกที่ทำงานสอบถามสาเหตุที่ยังปิดงานไม่ได้
จากนั้นจึงโทรแจ้งผู้จัดการ ก่อนเดินทางกลับไปยังบ้านผู้รับสินค้า พบว่าคนที่อยู่บ้านแจ้งว่าเจ้าของสินค้าไม่อยู่ เมื่อขอรับสินค้าคืน พบว่าพัสดุถูกแกะออกทุกกล่องแล้ว และมีการเปิดกินคอลลาเจนไปแล้วบางส่วน จึงนำสินค้ากลับไปเก็บไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากยังไม่ได้รับเงินค่าสินค้า
วันถัดมา ตนพร้อมผู้จัดการนำสินค้ากลับไปคืนให้ลูกค้า และติดตามทวงเงิน โดยผู้รับอ้างว่าจะนำโทรศัพท์ไปจำนำ เพื่อนำเงินมาชำระภายในช่วงเที่ยง แต่สุดท้ายก็ไม่มาตามนัด และหลังจากนั้นยังเลื่อนนัดหลายครั้ง รวมทั้งไม่รับโทรศัพท์
นายโอ อ้างว่า ตนเดินทางไปติดตามทวงเงินหลายรอบ กระทั่งได้พูดคุยกับสามีของผู้รับสินค้า ซึ่งยืนยันว่าจะนัดเจ้าของสินค้าให้มาชำระ หากไม่มาตามนัดก็ให้ไปพูดคุยกันที่โรงพัก โดยตนยังมีคลิปเสียงการนัดหมายเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมา เมื่อถึงวันนัด เจ้าของสินค้ายังไม่อยู่บ้าน ตนจึงเดินทางไปพร้อมญาติอีก 2 คน เพื่อพูดคุยเรื่องเงิน โดยยืนยันว่า ไม่ได้ตั้งใจจะไปก่อเหตุทำร้ายร่างกายใคร แต่ต้องการติดตามเงินค่าสินค้าเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ระหว่างพูดคุยเกิดการโต้เถียงกัน ก่อนที่ญาติของตนจะเข้าไปเตะกะละมังและมีการผลักกัน จากนั้นลูกชายของผู้เสียหายได้วิ่งเข้าไปในบ้าน ก่อนกลับออกมาพร้อมด้ามไม้กวาดและฟาดถูกญาติของตนบริเวณใบหน้าและไหล่ ทำให้มีเลือดออก
นายโอ ยืนยันว่า ตนไม่ได้ร่วมทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย แต่รีบวิ่งเข้าไปห้ามญาติ พร้อมบอกให้หยุด ก่อนที่ทุกฝ่ายจะแยกย้ายกลับบ้าน
สำหรับกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวจนเป็นกระแสในสังคม นายโอ ระบุว่า ตนได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะถูกบริษัทสั่งให้ออกจากงาน เนื่องจากทำให้บริษัทเสียชื่อเสียง ทั้งที่ยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นผู้ลงมือทำร้ายร่างกาย
นอกจากนี้ ขณะนี้ยังไม่ได้รับเงินค่าสินค้าจำนวน 2,000 กว่าบาทคืน และเตรียมเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยยืนยันว่ามีหลักฐานเป็นคลิปเสียงและข้อมูลการติดต่อหลายส่วน ซึ่งจะนำไปมอบให้ตำรวจประกอบการดำเนินคดี
นายโอ ยอมรับว่า ญาติของตนอาจใช้อารมณ์และกระทำเกินกว่าเหตุ แต่ยืนยันว่า ส่วนของตนเองไม่มีเจตนาจะใช้ความรุนแรง และต้องการให้ตำรวจและบริษัทพิจารณาข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่ตนมี