นักโภชนาการเตือน ก่อนนอนควรเลี่ยงอาหาร 5 กลุ่ม เสี่ยงนอนไม่หลับ แนะดื่มนม-กินกล้วย ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น

หลายคนแม้จะล้มตัวลงนอนแล้ว แต่กลับพลิกตัวไปมาจนนอนไม่หลับ นอกจากความเครียดและการนอนหลับไม่เป็นเวลาแล้ว อาหารมื้อเย็นหรือมื้อดึกก็อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับได้

นักโภชนาการแนะนำว่า ก่อนนอนควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่ม 5 กลุ่ม ได้แก่ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อาหารรสเผ็ด อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง อาหารที่ทำให้เกิดแก๊สในทางเดินอาหาร และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากอาจทำให้นอนหลับยากขึ้น หรือทำให้ตื่นกลางดึกบ่อยครั้ง

คาเฟอีนและอาหารรสเผ็ด เพิ่มโอกาสนอนไม่หลับ

หลินซื่อหัง นักโภชนาการจาก Good Food Class ระบุว่า เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ล้วนมีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท ทำให้ใช้เวลานานกว่าจะหลับ และลดคุณภาพการนอน เช่น

  • กาแฟ
  • ชา
  • น้ำอัดลมประเภทโคล่า
  • ช็อกโกแลต
  • เครื่องดื่มชูกำลัง

ขณะเดียวกัน อาหารรสเผ็ดเช่น พริกและอาหารที่มีเครื่องเทศจัด อาจทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอกหรือกรดไหลย้อน ส่งผลให้หลับยากขึ้น

ของหวานและอาหารน้ำตาลสูง อาจรบกวนการนอน

นักโภชนาการระบุว่า อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง (High Glycemic Index) เช่น ขนมหวานและอาหารแปรรูป แม้อาจทำให้ง่วงในช่วงแรก แต่เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและลดลงในเวลาต่อมา ก็อาจรบกวนคุณภาพการนอน และเพิ่มโอกาสตื่นขึ้นกลางดึก

อาหารที่ทำให้เกิดแก๊สในทางเดินอาหาร ท้องอืดและแอลกอฮอล์ ก็ส่งผลกวนการนอนหลับ เช่น

  • น้ำอัดลม
  • มันเทศ
  • ข้าวเหนียว

ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้อาจช่วยให้หลับได้เร็วขึ้นในช่วงแรก แต่กลับทำให้ตื่นกลางดึกง่าย ลดระยะเวลาการนอนหลับลึก และส่งผลให้ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น

แนะรับประทานอาหารที่มีทริปโตเฟน ช่วยส่งเสริมการนอน

สำหรับผู้ที่ต้องการปรับปรุงคุณภาพการนอน หลินซื่อหัง แนะนำให้เลือกรับประทานอาหารที่อุดมด้วยทริปโตเฟน (Tryptophan) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายนำไปใช้สร้างเซโรโทนิน (Serotonin) และ เมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมวงจรการนอนหลับ อาหารที่มีทริปโตเฟน ได้แก่

  • นม
  • ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
  • เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
  • ธัญพืชไม่ขัดสี

นอกจากนี้ ยังควรรับประทานอาหารที่อุดมด้วย วิตามินบี 6 เช่น

  • ปลาแซลมอน
  • กล้วย
  • อะโวคาโด

เนื่องจากวิตามินบี 6 มีส่วนช่วยให้ระบบประสาททำงานเป็นปกติ และช่วยส่งเสริมการเผาผลาญทริปโตเฟน ทำให้ร่างกายสามารถรักษาคุณภาพการนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น

ปรับพฤติกรรมร่วมด้วย หากนอนไม่หลับเรื้อรังควรพบแพทย์

หลินซื่อหัง กล่าวว่า นอกจากการปรับเปลี่ยนอาหารแล้ว การสร้างพฤติกรรมที่ดีต่อการนอนก็มีความสำคัญเช่นกัน ได้แก่

  • เข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา
  • หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน
  • ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเป็นประจำ

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการนอนไม่หลับหรือปัญหาการนอนหลับต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน