หมอเจด เตือน เวียนหัวบ่อยเวลาเปลี่ยนท่า มึนหัวทุกครั้งที่ลุก อาจเสี่ยง 5 โรคนี้ หลายคนเป็นไม่รู้ตัว ย้ำ อย่าปล่อยจนชิน ลองสังเกตอาการ ไปตรวจให้ชัด

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก “หมอเจด” ให้ความรู้เกี่ยวกับอาการเวียนหัวที่อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคต่างๆ โดยระบุว่า เวียนหัวบ่อยเวลาเปลี่ยนท่า มึนหัวทุกครั้งที่ลุก! เช็ก 5 โรคที่หลายคนเป็นไม่รู้ตัว!

ลุกจากเตียงแล้วภาพมืด ยืนจากเก้าอี้แล้วต้องรีบจับโต๊ะ บางครั้งใจสั่น เหงื่อออก เหมือนจะวูบ หลายคนปลอบตัวเองว่า “คงลุกเร็วไป เดี๋ยวก็หาย”

ถ้าเกิดนาน ๆ ครั้งอาจมาจากพักผ่อนน้อยหรือดื่มน้ำน้อยครับ แต่ถ้าเป็นแทบทุกวัน อย่าปล่อยจนชิน เพราะอาการเวียนหัวเวลาเปลี่ยนท่าอาจเป็นสัญญาณของความดันตก เลือดจาง หัวใจเต้นผิดจังหวะ ไปจนถึงระบบประสาทที่ควบคุมความดันเริ่มมีปัญหาได้ครับ

1.ความดันตกเวลาเปลี่ยนท่า

อาการจะมาเวลาลุกจากนอนหรือนั่งครับ รู้สึกหน้ามืด ภาพดำ ขาอ่อน หรือเกือบเป็นลม เพราะเลือดยังปรับกลับขึ้นไปเลี้ยงสมองไม่ทัน ตรวจได้ด้วยการวัดความดันและชีพจรตอนนอน แล้ววัดซ้ำหลังยืน ถ้าความดันตัวบนลดตั้งแต่ 20 mmHg หรือตัวล่างลดตั้งแต่ 10 mmHg ภายใน 3 นาที จะเข้าเกณฑ์ภาวะความดันตกเวลาเปลี่ยนท่าครับ

2.ภาวะเลือดจาง

เลือดจางทำให้เลือดพาออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้น้อยลงครับ จึงมักมีทั้งเวียนหัว เหนื่อยง่าย ใจสั่น ซีด หอบเวลาเดิน หรือประจำเดือนมากผิดปกติ อย่าซื้อธาตุเหล็กกินจากอาการอย่างเดียวครับ ควรตรวจความสมบูรณ์ของเลือดหรือ CBC ก่อน เพราะเลือดจางมีหลายสาเหตุ ตั้งแต่ขาดธาตุเหล็กไปจนถึงมีเลือดออกในทางเดินอาหารครับ

3.หัวใจเต้นผิดจังหวะ

ถ้าเวียนหัวพร้อมใจเต้นรัว เต้นสะดุด เจ็บหน้าอก หายใจไม่เต็มอิ่ม หรือเหมือนจะวูบ ต้องระวังหัวใจเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติครับ หัวใจที่สูบเลือดไม่สม่ำเสมอ ทำให้เลือดขึ้นไปเลี้ยงสมองลดลงชั่วคราวได้ อาการอาจเกิดเป็นพัก ๆ จนตรวจชีพจรปกติตอนถึงโรงพยาบาล จึงอาจต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือเครื่องบันทึกจังหวะหัวใจเพิ่มเติมครับ

4.เบาหวานที่เริ่มทำลายระบบประสาทอัตโนมัติ

น้ำตาลสูงนาน ๆ สามารถทำลายเส้นประสาทที่ควบคุมชีพจรและความดันครับ พอลุกขึ้น ร่างกายจึงปรับการบีบตัวของหลอดเลือดไม่ทัน ทำให้หน้ามืดหรือความดันตกได้ มักพบร่วมกับอาการชาเท้า เหงื่อออกผิดปกติ อิ่มเร็ว ท้องอืด หรือชีพจรขณะพักเร็ว คนเป็นเบาหวานแล้วเวียนหัวเวลาเปลี่ยนท่าบ่อย ควรเช็กทั้งน้ำตาล ความดัน และระบบประสาทครับ

5.โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน

ถ้าอาการไม่ใช่หน้ามืด แต่รู้สึกว่า ห้องหมุน ตอนพลิกตัวบนเตียง เงยหน้า ก้มหน้า หรือลุกเปลี่ยนท่าศีรษะ อาจเป็น BPPV หรือโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อนครับอาการมักหมุนแรงช่วงสั้น ๆ และเกิดซ้ำเมื่อขยับศีรษะในท่าเดิม โรคนี้รักษาด้วยท่าจัดตะกอนในหู ไม่ใช่กินยาความดันหรือดื่มน้ำหวานแก้ทุกครั้งครับ

ระหว่างยังไม่รู้สาเหตุ ทำแบบนี้ก่อนครับ

  • ลุกเป็นขั้น จากนอนให้นั่งพักก่อน แล้วค่อยยืน
  • กระดกข้อเท้าหรือขยับขาก่อนลุก เพื่อช่วยดันเลือดกลับขึ้นมา
  • ดื่มน้ำให้พอ และอย่าอดอาหารจนหน้ามืด
  • จดว่าอาการเกิดตอนไหน นานกี่วินาที มีใจสั่นหรือห้องหมุนร่วมไหม
  • วัดความดันและชีพจรตอนนอนกับหลังยืน แล้วนำตัวเลขไปให้หมอดู
  • อย่าปรับยา เพิ่มเกลือ หรือซื้อยาบำรุงเลือดกินเองครับ

ถ้าเวียนหัวร่วมกับพูดไม่ชัด หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง เจ็บหน้าอก หายใจไม่ออก เป็นลม หรือปวดศีรษะรุนแรงทันที ให้รีบไปฉุกเฉินครับ ส่วนคนที่เวียนหัวซ้ำบ่อยเวลาเปลี่ยนท่า อย่าปล่อยจนชิน ลองสังเกตอาการและไปตรวจหาสาเหตุให้ชัด จะได้ดูแลได้ตรงจุดและไม่พลาดโรคที่สำคัญครับ

ที่มา : หมอเจด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน