2 โจรโฉด ชักปืนจี้ อาแปะขายผลไม้ ฉกเงินเก็บ 6 พัน เจ้าของร้านขนมปังเผย ชีวิตอาแปะน่าสงสาร เงินทั้งเนื้อทั้งตัวก็มีอยู่แค่นั้น ลั่นเป็นคนมีน้ำใจมาก ฝากถึงคนก่อเหตุ “มึงจะเป็นโจร มึงก็ต้องมีศักดิ์ศรีหน่อย”

จากกรณี ลุงขายผลไม้สู้ชีวิตด้วยการเข็นรถขายผลไม้ในพื้นที่ลาดพร้าว-วังหิน ถูกคนร้าย 2 คนขี่รถจยย.ประกบ ก่อนใช้อาวุธปืนข่มขู่และรื้อค้นถังเก็บเงินที่อยู่บนรถเข็น แล้วขโมยเงินไปประมาณ 6,000 บาท เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 1 ส.ค. เวลาประมาณ 22.30 น. บริเวณถนนลาดพร้าว-วังหิน ช่วงโค้งวัดลาดพร้าว ก่อนถึงปั๊มบางจาก ซึ่งเป็นจุดค่อนข้างมืดและเปลี่ยว

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 4 ส.ค.69 ทีมข่าว “ข่าวสด” ลงพื้นที่ย่านลาดพร้าววังหิน ได้พบกับ นายโช เจ้าของร้านขนมปัง ซึ่งเป็นพลเมืองดีที่พาคุณลุงไปแจ้งความ ก่อนเปิดใจกับ “ข่าวสดออนไลน์” ว่า ปกติอาแปะจะเข็นรถขายผลไม้และแวะมาพักบริเวณหน้าร้านเป็นประจำทุกวัน ช่วงประมาณ 17.00 น. ซึ่งตนมักหาอาหารหรือน้ำให้กิน เพราะเห็นว่าอาแปะมีอายุมากและต้องเข็นรถขายของด้วยตัวเอง

กระทั่งวันที่ 1 ส.ค. อาแปะมาที่ร้านด้วยท่าทีผิดปกติ ก่อนเล่าให้ฟังว่า “ดวงไม่ดี” เพราะถูกปล้นเงิน ตนก็สอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น อาแปะจึงเล่าว่า เวลาประมาณ 22.30 น. ระหว่างเข็นรถกลับบ้านตามเส้นทางที่ใช้เป็นประจำ เมื่อมาถึงบริเวณโค้งวัดลาดพร้าว ก่อนถึงปั๊มบางจาก มีชาย 2 คนขี่รถจยย. สวมหมวกกันน็อกสีดำ เข้ามาจอดประกบ จากนั้นคนซ้อนท้ายถืออาวุธปืนยืนคุมเชิง ส่วนคนขี่รถจยย. เข้ามารื้อค้นถังสีที่ไว้เก็บเงิน ก่อนหยิบเงินที่สะสมไว้ประมาณ 6,000 บาท แล้วหลบหนีไป

นายโช ตั้งข้อสังเกตว่า คนร้ายน่าจะสังเกตพฤติกรรมของอาแปะมาก่อน เพราะอาแปะขายของและใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมานาน มักเก็บเงินไว้ในถังใบเดิม ซึ่งเป็นจุดที่คนทั่วไปไม่น่าจะทราบ หากไม่ได้ติดตามหรือสังเกตพฤติกรรมมาก่อน

สำหรับเงิน 6,000 บาท อาแปะเล่าว่า เป็นเงินที่ขายผลไม้สะสมมาได้ประมาณ 3 วัน รวมถึงเงินที่ลูกค้าบางคนซื้อของแล้วให้เกินราคา เช่น ซื้อของ 50 บาท แต่ให้เงิน 100 บาท โดยอาแปะจะเก็บสะสมไว้เพื่อนำไปซื้อผลไม้มาขายต่อ

นายโช เล่าต่ออีกว่า อาแปะไม่มีบัญชีธนาคาร ไม่มีโทรศัพท์มือถือ และเขียนหนังสือไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถฝากเงินหรือรับโอนเงินได้ตามปกติ เวลาลูกค้าต้องการโอนเงิน จึงต้องโอนผ่านบัญชีของตน แล้วตนจึงเอาเงินสดให้อาแปะ หลังเกิดเหตุตนจึงพาอาแปะไปแจ้งความ และตำรวจอยู่ระหว่างหาเบาะแสติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

นอกจากนี้อาแปะยังบอกกับตนอีกว่า หลังโดยปล้นก็ยังรู้สึกกลัว แต่จำเป็นต้องออกมาขาย เพราะเป็นอาชีพที่ใช้เลี้ยงตัวเอง โดยปัจจุบันอาแปะยังคงมีผลไม้ออกมาขายตามปกติ แม้เงินที่เหลือจะมีไม่มาก แต่ยังพอซื้อของมาขายต่อได้

ฝากถึงผู้ก่อเหตุว่า อยากให้คิดถึงสภาพของอาแปะ เพราะเป็นผู้สูงวัย ร่างกายไม่แข็งแรง ต้องเข็นรถขายของหาเช้ากินค่ำ และไม่มีแรงที่จะต่อสู้กับใคร “มึงจะเป็นโจร มึงก็ต้องมีศักดิ์ศรีหน่อยนะ อย่ามาปล้นคนแก่ที่เขาไม่มีกำลังที่จะต่อสู้ หรือไม่มีกำลังที่จะสู้ จริงๆ ไม่ต้องปล้น แกก็ให้นะ แบบนี้เรียกโจรกระจอก บอกแก แกก็ให้ ไม่ต้องขโมย”

นายโช ยังบอกอีกว่า หากใครไม่มีเงิน อาแปะก็ยังมีน้ำใจ บางครั้งลูกค้ามาซื้อผลไม้แต่ไม่มีเงิน อาแปะยังบอกให้เอาของไปก่อน แล้วค่อยกลับมาจ่าย จึงอยากให้ผู้ก่อเหตุหยุดพฤติกรรมและไม่ก่อเหตุซ้ำกับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน